Next chapter of LIFE!

Life has to move on…
Divorce is not yet the end of the world!
เจ็บแต่จบ…
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการผ่าตัดใหญ่ครั้งนี้
เพื่อเอาเนื้อร้ายออกไป จะได้หายดีซะที

หนังเรื่องนี้เริ่มที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพ
เด็กสาวที่ใสซื่อ เรียนเก่ง ไม่ทันโลก
มีหนุ่มๆ มาจีบ มาให้เลือกหลายคน
แต่เธอก็ตกหลุมรักกับหนุ่มใต้คนหนึ่ง
เมื่อกว่าสามสิบปีที่แล้ว

เธอย้ายตามเขามาสร้างครอบครัวอยู่ภาคใต้
โดยที่ไม่รู้จักใครเลย
นอกจากผู้ชายที่เธอคิดว่า
เธอจะฝากชีวิตที่เหลือไว้กับเขา
เขาคงจะรัก ดูแล ทนุถนอม ให้เกียรติเธอ
เหมือนคำสัญญาที่เขาให้ไว้ต่อหน้าพระเจ้า

แต่แล้ว ทุกอย่างมันตรงกันข้ามไปหมด
ความเป็นจริง ช่างต่างจากความฝันมากมายนัก
เธอเริ่มรู้สึกหมดหวังกับชีวิตคู่ทีละนิดๆ

หลังจากนั้นประมาณสิบปี
เธอจึงเริ่มคิดหาทางออกว่า
จะไปอยู่ต่างประเทศกับพี่สาวดีกว่าและ
ที่นั่น เป็นครั้งแรก ที่พระเจ้าตรัสด้วยเสียงอันดังว่า
“เดินไปข้างหน้า อย่าหันหลังกลับ”
เพราะพระเจ้ารักเธอมาก
ไม่ต้องการให้เธอกลับจมปลักอยู่กับความทุกข์ระทมอีก
พระเจ้าเป็นพ่อที่รักเธอมาก
จึงไม่อาจทนเห็นลูกสาวจมดิ่งลงไป
ในหุบเหวที่มืดมิดอีกต่อไป
พ่อเห็นล่วงหน้าแล้วว่า ถ้าทนต่อไป
ลูกสาวจะล้มป่วยอย่างหนักปางตาย
เพราะความเครียดที่สะสมมายาวนาน
พ่อต้องการฉุดลูกขึ้นมาจากขุมนรก
ในวันที่ลูกสาวยังอ่อนวัย
มีเรี่ยวแรงเก็บเงิน ทำงาน สร้างครอบครัวใหม่
จิ้งจกไม่อาจเปลี่ยนสี
โดยกำลังมนุษย์ ไม่มีใครจะเปลี่ยนนิสัยใครได้
ยกเว้นเขาคนนั้นจะกลับใจ
ยอมให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาเอง

แต่วันนั้น
เธอยังไม่เข้าใจว่าทำไมพระเจ้าตรัสเช่นนั้น
ยังไงๆ เธอก็ต้องกลับไปหาลูกอีก
เธอทนไม่่ได้ที่ไม่เห็นหน้าลูกนานขนาดนั้น
เธอแอบคิดไปว่า ถ้าเธออดทน…
แล้วทุกอย่างก็คงดีขึ้น
แต่กลับกลายเป็นว่ามีแต่แย่ลงๆ

แล้วชีวิตก็ดำเนินไปเรื่อยๆ
33 ปี ทุกข์ช่างมีมากกว่าสุขหลายเท่านัก
ชีวิตแต่ละวันทุกข์ใจมาก
เหมือนกับนักมวยที่ชกๆๆๆๆ แต่ไม่มีระฆังพักยก
สมัยอยู่กับพ่อแม่ ก็ยังไม่เคยทุกข์ใจเท่านี้

จนในที่สุด วันหนึ่ง
เมื่อเธอล้มป่วยลงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
เธอจึงต้องลุกขึ้นมา ขอแยกทางกับเขา
เพื่อถนอมลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่เอาไว้

ตอนนอนใส่ท่อหายใจที่ รพ นั้นมันทรมาณมาก
กว่าหมอจะถอดท่อ และลองใส่หน้ากาก oxygen
หลายอันๆ จนกว่าจะหายใจได้เองใช้เวลาหลายวัน
พอได้ลมหายใจเฮือกแรก
ที่ได้หายใจเอง สูดเข้าไปเต็มปอด
โอ…นั่นมันสดชื่นที่สุดในโลกเลยทีเดียว

หลังจากนั้น…จึงตั้งใจว่า
พอกันทีกับชีวิตที่ระทมมา 33 ปี
ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป
ก็คงต้องถึงเวลาที่แยกทางกันเดินแล้วหล่ะ

แม้วันนั้น ถึงวันนี้ จะผ่านมาเจ็ดปีแล้ว
ที่ทั้งสองแยกทางกันเดิน
แต่เธอก็ยังตัดใจไม่ขาดเสียที
ทั้งๆ ที่สิ่งดีๆ สิ่งเดียวที่เกิดขึ้น ในระหว่าง
ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ที่แสนมาราธอนนั้น
คือลูกที่น่ารัก ของประทานจากพระเจ้าเท่านั้น
สิ่งเดียวที่ทำให้คนเป็นแม่มีชีวิตอยู่ต่อไป
ในโลกที่มีแต่เรื่องทารุณโหดร้ายใบนี้

เธอเริ่มตื่นจากฝัน
เมื่อเจ้าชายในฝัน แปลงร่างเป็นกบ
ทันทีหลังวันแต่งงาน
ความรักไม่ใช่สิ่งสวยงามอย่างที่คิด

สาวๆ เมื่อเจอชายหนุ่มรูปงาม
อย่าเพิ่งรีบไปเดทกับเขา
ควรคิดให้หลายๆ รอบหน่อย
ก่อนจะตกหลุมรักใครซักคน
แยกแยะให้ออกว่า
อันไหนเจ้าชายจริงๆ หรือกบปลอมตัวมา
เพราะชีวิตคงไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่าความรักที่พังลง
พร้อมกับความหวังที่แตกสลาย ไม่เหลือชิ้นดี
อย่าเลือกคนที่ไม่มีพระเจ้าในหัวใจ
เพราะชายที่ยำเกรงพระเจ้า
จะดูแลภรรยาของเขาเป็นอย่างดีที่สุด
เพราะพระเจ้าสั่งไว้แล้วว่า
ให้สามีรัก และถนุถนอมภรรยาของเขา

ดังนั้น ที่เธอทำได้ตอนนี้
คือค่อยๆ เก็บชิ้นส่วนที่แหลกสลาย
พร้อมกับหัวใจที่บอบช้ำ ยับเยิน ไว้แนบอก
บอกตัวเองว่า พระเจ้ายังมีวันใหม่ๆ ที่ดี
สำหรับลูกๆ ที่รักของพระองค์เสมอ
อย่ามัวแต่งก เก็บขยะมานั่งเสียดมเสียดายอีกเลย
ทิ้งมันไป จะได้เหลือพื่นที่ใว้เก็บสิ่งดีๆ ในชีวิตบ้าง

แท้จริง พระเจ้าควบคุมทุกชีวิต ทุกลมหายใจ
ไม่มีสิ่งใด หรือความชั่วร้ายของมนุษย์คนใด
มาทำให้พระเจ้าประหลาดใจได้
พระเจ้ามีแผนการณ์ที่ดีเลิศ
เพื่อลูกๆ ของพระองค์เสมอ

ถึงเวลาแล้วที่
พระเจ้าจำเป็นต้องเปิดแผล ราดยาแสบๆ
เพื่อผ่าตัดใหญ่ซะที
เจ็บมากๆ เลยนะ แต่มันจบลงแล้วจริงๆ
ไม่ต้องมาเจ็บซ้ำซ้อนอีกแล้ว
ทั้งนี้เพื่อ ลูกพระเจ้าจะได้ตาสว่างเสียที
เลิกหลอกตัวเอง เลิกทำตัวเป็นเหยื่อเสียที
อย่าหน้ามืดตามัว หลงรักคนที่ไม่ได้รักเธอเลย
ชีวิตของเขา มีแต่อยู่เพื่อความสุข
ความบันเทิงส่วนตัวเท่านั้น
มันไม่ได้มีเธออยู่ในโลกบันเทิงของเขาเลยสักนิด

วันนี้ หนังรักเรื่องนี้จึงมาถึงตอนจบอวสาน
แต่วันนี้ไม่ได้ฟูมฟายหรอกนะ
เพราะยังไม่ถึงวันสิ้นโลกซักหน่อย
ยังไงก็ต้องปล่อยหินก้อนนี้ไป
ยิ่งกำมันไว้แน่นๆ ยิ่งเจ็บเหลือเกิน
(ทำไมต้องหลงรักหอยเม่นด้วยนะ
ยิ่งกอด ยิ่งเจ็บ)

จากวันนี้ไป ต่างฝ่ายต่างเดิน
และหากเจอเขาเดินกับใคร
ก็ไม่ต้องแปลกใจนะ
เพราะเราต่างคนก็ “โสดสนิท” แล้วตอนนี้
ก็ขออวยพรให้เขาได้ดีมีสุข
กับรักครั้งใหม่ของเขา

ต่อแต่นี้ไป เริ่มเคลียร์ เก็บกวาดพื้นที่
รักษาตัว รักษาใจไว้ให้ดี
เก็บความรักไว้ให้คนที่เห็นคุณค่าของเราดีกว่า
ขอบคุณพระเจ้าที่ได้เปิดตาใจ
ให้เห็นความขาว ดำมืด หรือกระดำกระด่างของใจคน

เลิกทำตัวเป็นแม่พระผู้เสียสละ
แล้วหันมามองโลกแห่งความเป็นจริงเสียที
เมื่อสิ่งเลวร้ายพัดผ่านไป
ตะวันจะได้ทอแสงเข้ามาสักที

ต่อแต่นี้ ลูกขอเก็บพื้นที่ชีวิตเอาไว้
ขอให้ได้เจอแต่เพื่อนดีๆ คนดีๆ เท่านั้นนะคะ
พระเจ้า พ่อที่รัก

Life has to move on…
There is no more tears in heaven.

Divorce is not yet the end of the world.
But it is just the end of my 33 years
of the first love story!

Thanks God for continue to give me
strength, hope and peace
in the midst of raging seas.
Waiting for the upcoming sunshine days!
All lessons are for the glories of
my dearest most high God!

Posted in Uncategorized | Leave a comment

The Narc and YOU!

การใช้ชีวิตร่วมกับคนหลงตัวเองอย่างมีความสุข (ทุกข์น้อยหน่อย)

คนที่หลงตัวเอง นาร์ค หรือ นาซิซีติส (Narcisisitic) คือผู้มีอาการทางจิตชนิดหนึ่ง กลุ่มคนประเภทนี้จะกลัวความขายหน้าเป็นที่สุด จึงไม่ยอมที่จะให้ตัวเองดูแย่ในสายตาคนอื่น แต่ชอบทำตัวให้โดดเด่น ดูดี มีความมั่นใจในตัวเองสูง ไม่สนใจสายตาใคร ถ้ามีคนชื่นชมยกย่องก็จะยิ่งกระตุ้นให้มีอาการมากขึ้น แต่ในทางกลับกันถ้าไม่ได้ถูกตำหนิ ติเตือนก็จะยิ่งทำให้เกิดการกระทบกระทั่งอย่างรุนแรง จนอาจทำให้ซึมเศร้าจนไปก่ออันตรายทำเรื่องร้ายแรงให้แก่ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดได้

สาเหตุที่คนหลงตัวเองเกิดจากบุคลิกภาพที่เป็นมาจากพันธุกรรม สภาพแวดล้อมในวัยเด็ก ไปจนถึงการถูกเลี้ยงดู จนเบี่ยงเบนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในบุคลิกของผู้นั้น อาการของโรคอาจจะเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดกันมาตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น และนอกจากพันธุกรรมแล้ว การเลี้ยงดูที่ผิดวิธีก็เป็นส่วนที่สำคัญมาก ๆ ที่ก่อให้เกิดอาการหลงตัวเองได้

คนที่โรคหลงตัวเองมักจะคิดว่าตัวเองเป็นคนที่เก่งที่สุดในโลก โดยมักจะคิดเสมอว่าไม่มีใครเก่งเกินตัวเอง ไม่สามารถที่จะยอมรับในความสามารถของคนอื่นได้เลย เพราะหลงคิดแต่ว่ามีตัวเองเท่านั้นที่ลาดและเก่งที่สุดแล้ว คนที่หลงตัวเองมักจะคิดอะไรเข้าข้างตัวเองอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีคนแสดงอาการไม่พอใจหรือไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้ป่วยเป็น เขาก็มักจะคิดว่าคนรอบข้างอิจฉา หรือไม่ก็คิดว่าคนอื่นด้อยกว่าตัวเอง ผู้่หลงตัวเองมักจะทึกทักเอาเองว่าตัวเองเด่นจนคนต้องอิจฉา เขามักจะทำอะไรแบบไร้คุณธรรม ขาดจิตสำนึก ไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น และไม่สามารถแยกแยะความดีความชั่วได้ คิดว่าเองสมบูรณ์แบบที่สุด ใครทำอะไรให้ก็ไม่ถูกใจ ผู้หลงตัวเองมักจะดูถูก ตำหนิ และทะเลาะเบาะแว้งกับคนอื่นอยู่เป็นประจำ

การอยู่ร่วมกับคนที่หลงตัวเอง เราจำเป็นต้องเตรียมพร้อม และตระหนักถึงความจริง ศึกษาหาความรู้ ข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้ให้ถ่องแท้จึงเราจึงจะสามารถช่วยตัวเองและคนป่วยให้พ้นจากความเครียด ความกดดัน และปัญหาต่างๆ ที่ต้องเผชิญรายวันกับการอยู่ร่วมกับผู้หลงตัวเอง คุณไม่สามารถรอให้ใครมาช่วยได้เลย เพราะมีแต่ตัวคุณเท่านั้นที่จะช่วยปลดปล่อยตัวเองให้เป็นไทจากความยุ่งยากทั้งปวงที่เกิดจากการอยู่ร่วมกับผู้หลงตัวเอง เพราะพื้นฐานจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก พฤติกรรมของผู้ป่วยโรคหลงตัวเองจะแตกต่างจากคนอื่นๆ ในโลกธรรมมะ โลกแห่งความเป็นจริง โลกของผู้ที่มีสุขภาพจิตที่ดีๆ พึงปฏิบัติต่อกันอย่างสิ้นเชิง ผู้หลงตัวเองจะขังตัวเองในโลกแคบๆ ที่มีตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง ทุกคนที่คิดเห็นต่างไปจากผู้หลงตัวเอง หรือกล้าขัดคอคนที่หลงตัวเอง ก็จะกลายเป็นศัตรูถาวรไปเลย เพราะโอกาสที่ผู้หลงตัวเองจะรู้ตัว กล้ายอมรับ และอยากให้ตัวเองอยู่อย่างปกติสุขกับคนอื่นๆ มีน้อยมากๆ เพราะจะว่าไปแล้วผู้หลงตัวเอง คือผู้ที่หลอกตนเอง ไม่กล้าที่จะยอมรับจุดอ่อน ข้อบกพร่อง และข้อจำกัดของตัวเอง เพราะในสายตาของผู้หลงตัวเองนั้นไม่มีใครเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบเท่าตัวเขาอีกแล้ว

ดังนั้นจึงสำคัญมากที่บุคคลที่อยู่ร่วมกับผู้หลงตัวเองต้องตระหนัก และปรับเปลี่ยนตัวเองให้พร้อมรับมือ ไม่ตกเป็นเหยื่อของคนประเภทนี้ จนเครียด ซึมเศร้า และล้มป่วยจนถึงกับชีวิตในที่สุด คนที่โดนผู้ป่วยโรคหลงตัวเองทำร้ายจิตใจ อารมณ์ ร่างกายมักจะล้มป่วยเพราะภูมิคุ้มกันที่บกพร่อง อ่อนแอ ขี้โรค เพราะผู้หลงตัวเองจะทำลายตัวตน ความคิด จิตใจ ทุกอย่างที่พระเจ้าสร้างคุณไว้อย่างดีงามเสียสิ้น คนที่หลงตัวเองมักจะทำให้คุณสับสน รู้สึกตัวไม่มีคุณค่า ทำอะไรให้คนที่หลงตัวเองก็จะมองว่าไม่ดีทั้งสิ้น สำหรับผู้หลงตัวเองนั้น คุณไม่มีทางเป็นเพื่อน ผู้ร่วมงาน ลูก พ่อแม่ ภรรยา สามี หรือแฟนที่ดีในแบบที่เขาจินตนาการอยากให้เป็นได้เลย สำหรับเขาแล้ว คุณไม่เคยมีตัวตน ไม่มีจิตใจ เหมือนหุ่นยนต์ ยิ่งคุณพยายามทำดี แก้ไข เปลี่ยนแปลงตัวเองเท่าใด คุณก็ยิ่งรู้สึกไปไม่ถึงไหน คนที่หลงตัวเองจะมองคุณเป็นเหมือนศัตรู คู่แข่ง ที่ไม่มีทางดีพอสำหรับเขาเลย เพราะผู้หลงตัวเองนั้นมักจะหลงผิดไปว่าเขาเท่านั้นคือคนที่ดีที่สุดในโลกใบนี้

เมื่อต้องอยู่ร่วมสังคมกับผู้หลงตัวเอง หรือคนที่มีอาการแบบ NPD ควรระมัดระวังที่จะทำและไม่ทำสิ่งที่ผู้หลงตัวเองไม่ชอบดังต่อไปนี้

1. ผู้หลงตัวเองชอบคิดแต่เรื่องของตัวเอง และชอบยอยอตัวเองเสมอ ๆ

ดังนั้นจึงป่วยการที่คุณจะว่ากล่าว ตักเตือน ผู้หลงตัวเองให้หันมามองโลกตามความเป็นจริง ถ้าคุณพูดตักเตือนก็เท่ากับว่าคุณไปจี้จุดอ่อนของเขา ทำให้เขาได้รับความอับอายที่สุด ผู้ป่วยโรคหลงตัวเองมองคุณเป็นแค่เชื้อเพลิงหรือเครื่องมือที่จำเป็นในการยกยอ ปอปั้น เพิ่มพลังอีโก้ให้เขามากยิ่งขึ้นๆ ถ้าคุณหลงพูดความจริงที่ตรงข้ามกับจินตนาการของเขา ผู้หลงตัวเองจะถือว่าคุณก็คือศัตรู คู่อาฆาตของเขาดีๆ นี่เอง วิธีที่ดีที่สุดเมื่อเขาเริ่มเพ้อถึงความดีจอมปลอมของเขา คุณก็เงียบ เดินหนี หรือพยายามหลีกเลี่ยงร่วมวงสนทนาไปทำอย่างอื่นเสีย

2. ผู้หลงตัวเองมักจะชอบเรียกร้องความสนใจ อยากเป็นคนอื่นๆ ให้ความสำคัญตลอดเวลา

ผู้หลงตัวเองชอบเข้าสังคมกับคนที่เติบโตมาด้วยกัน คอเดียวกัน ชอบในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรมเหมือนๆ กัน ชอบกลั่นแกล้งคนอื่นเหมือนๆ กัน เขาไม่ชอบอยู่ร่วมกับคนดีมีศีลธรรม แต่จะเข้าร่วมสังคมเฉพาะเมื่อสังคมนั้นมีผลประโยชน์ต่อเขา ทำให้เขามีหน้ามีตา เป็นจุดเด่นของสังคมนั้นๆ ความดีที่เขาอ้างว่าทำเพื่อคนอื่นนั้นมีเลศนัยเสมอ ถ้าสังคมไหนไม่มีผลประโยชน์เอื้อให้กับเขา เขาก็จะถอยห่างออกจากสังคมนั้นอย่างแนบเนียน คุณจะเห็นผู้หลงตัวเองอยู่แต่ในที่ๆ เขาเป็นจุดสนใจ และเป็นบุคคลสำคัญของที่แห่งนั้น คุณจะไม่เห็นคนแบบนี้แอบทำความดีเงียบๆ แบบไม่มีใครเห็นเป็นอันขาด หากคุณรู้สึกไม่สบายใจในที่ๆ เขาไป ที่ๆ ทำให้เขาเย่อหยิ่งในอีโก้ของเขา คุณก็ควรหลีกเลี่ยงไม่ไปร่วมวงกับเขา และไปร่วมเฉพาะในสังคมที่คุณรู้สึกสบายใจที่จะเข้าร่วมเท่านั้น เมื่อเขาเห็นคุณมีจุดยืนที่ชัดเจนแล้ว ในที่สุดเขาจะเลิกเชิญชวนคุณไปเอง คนเช่นนี้จะพยายามข่มให้คุณทำตามใจเขา คุณไม่ควรฝืนทำตามใจเขาจนเสียตัวตน อัตลักษณ์ที่แท้ ที่พระเจ้าสร้างคุณไป ทุกข์สุขที่แท้ของคุณขึ้นอยู่กับพระเจ้า ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้หลงตัวเอง เพราะในที่สุด คุณก็จะไม่มีทางฝืนเป็นอย่างที่ผู้หลงตัวเองอยากให้เป็นไปได้ตลอดชีวิตได้เลย

3. ผู้หลงตัวเองมักคิดว่าตัวเองเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในโลก

คนที่ต้องอยู่ร่วมบ้าน ร่วมสังคมกับผู้หลงตัวเองย่อมรู้สึกแปลกแยกกับการที่ต้องปรนนิบัติแบบ VIP ต้องเป็นฝ่ายให้ผู้หลงตัวเองตลอดเวลา ใน Bible บอกว่าบุคคลที่รดน้ำ ตัวเขาเองก็จะได้การรดน้ำด้วย แต่กับผู้หลงตัวเองนั้นคุณต้องเป็นฝ่ายให้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตลอดเวลาจนหมดสิ้นเรี่ยวแรงที่จะให้อีกต่อไป หากเขาให้สิ่งใดกับคุณเพียงน้อยนิด เขาก็จะเก็บเอามาทวงบุญคุณไม่มีสิ้นสุด การทำดีกับผู้หลงตัวเองต้องไม่คาดหวังว่าเขาจะมาตอบแทนคุณบ้าง เพราะหากคิดเช่นนั้นคุณจะผิดหวังอย่างแน่นอน พระเยซูตรัสให้ทำความดีแม้แต่กับศัตรู รวมทั้งควรทำดีมีเมตตาต่อผู้หลงตัวเองต่อไปด้วย แต่การทำดีกับผู้หลงตัวเองนั้นคุณก็ต้องรู้ข้อจำกัดของตนเองด้วย อย่าทำจนคุณรู้สึกหมดไฟ หรือรู้สึกว่าถูกขูดเลือด ขูดเนื้อ เอาเปรียบ จงฉลาดมากๆ อย่าซื่อเพียงอย่างเดียวเมื่อต้องรับมือกับคนเช่นนี้

4. ผู้หลงตัวเองมักชอบเพ้อฝันเกินจริง มักมโนกับสิ่งที่เป็นภาพลวงตา คิดว่าตัวเองเก่ง และต้องได้รับแต่สิ่งดี ๆ

กับผู้หลงตัวเอง คุณคือบุคคลสำคัญที่ควรแยกแยะให้ออกว่าสิ่งไหนคือความจริง สิ่งไหนคือภาพลวงตาของผู้หลงตัวเอง เพราะยิ่งคุณอยู่ใกล้ชิดกับผู้หลงตัวเองนานขึ้นๆ คุณก็เริ่มคิดลบ คิดร้าย คล้อยตามเหมือนผู้ป่วยโรคหลงตัวเองมากขึ้นๆ จนแทบไม่หลงเหลือตัวตนที่แท้จริงที่พระเจ้าสร้างอย่างดี มีคุณค่า มีอัตลักษณ์ ยิ่งอยู่ใกล้ผู้หลงตัวเองที่ชอบยกยอตนเองมากเท่าใด คุณก็ยิ่งรู้สึกตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าลงไปเท่านั้น อย่าให้ผู้หลงตัวเองเอาป้ายที่บอกว่าคุณไร้ค่าแขวนคอให้คุณเด็ดขาด เพราะพระเยซูไถ่คุณด้วยเลือดพระองค์เองที่ล้ำค่าที่สุดในโลก ดังนั้นคุณจึงมีค่าเสมอในสายตาพระเจ้า ไม่ว่าผู้หลงตัวเองจะพยายามกดคุณให้ต่ำลงเพียงไรก็ตาม

5. ผู้หลงตัวเองมักโมโหร้าย อารมณ์แปรปรวน ขึ้นๆ ลง และมักจะไม่พอใจอะไรบ่อย ๆ จนคาดเดาไม่ได้

คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผู้หลงตัวเองได้ แต่คุณสามารถเลือกได้ว่าจะอยู่อย่างปลอดภัย หรือจะแยกตัวออกไปอยู่ในที่ๆ ปลอดภัยกว่าได้ อย่าทิ้งโอกาสทองที่คุณจะเป็นอิสระจากคนแบบนี้ จงฉลาดในการสร้างชีวิตใหม่ที่จะอยู่ร่วมสังคมกับคนที่สุขภาพจิตดีๆ แน่นอน ไม่มีผู้หลงตัวเองคนไหนเต็มใจให้คุณเป็นอิสระหรอก คุณต้องปรึกษากับคนที่คุณไว้ใจได้ และเข้าใจคุณจริงๆ เพราะคนส่วนมากจะรู้ไม่เท่าทัน และหลงไปเข้าข้างผู้หลงตัวเอง ที่ฉลาดแกมโกง เขาจะสร้างละครตบตาหลอกล่อให้คนอื่นเข้าใจว่าเขาเป็นคนดี คุณต่างหากที่สร้างปัญหา ซึ่งแต่ละฉากที่ผู้หลงตัวเองสร้างมาเพื่อหลอกตัวเองและผู้อื่นนั้นตรงกันข้ามกับความเป็นจริง ตรงกันข้ามกับสิ่งที่คนดีๆ เขาปฏิบัติต่อกันเสมอ ถ้าวันหนึ่งคุณเดินออกไปจากชีวิตของคนๆ นี้ได้แล้ว ให้บอกตัวเองว่าคุณทำถูกต้องแล้ว คุณทำในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณแล้ว อย่าลังเล อย่าหันหลังกลับเด็ดขาด แม้เขาจะเสแสร้งทำดีกับคุณเพียงใดก็ตาม เพราะนั่นคือหน้ากาก สักวันความจริงก็จะปรากฏเสมอ บางครั้งใช้เวลานานมากกว่าคุณจะแยกแยะออกว่าอันไหนคือโฉมหน้าที่แท้จริง อันไหนคือหน้ากากของเขา

6. ผู้หลงตัวเองมักจะไม่สนใจความรู้สึกของคนรอบข้างเสมอ

ผู้หลงตัวเองจะปราศจากความเห็นอกเห็นใจคนอื่น มันเหมือนกับต่อมความรักของเขาผิดปกติมาตั้งแต่เกิด ยากที่เขาจะมอบความรักแท้ให้คนอื่นได้ แต่เขาจะฉลาดและวางแผนแนบเนียนตบตาให้คนอื่นคิดว่าเขารัก และหวังดี ข่าวดีคือคุณยังมีเวลาที่จะปลีกตัวออกมาจากความสัมพันธ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ เพราะมีฆาตกรเลือดเย็นจำนวนมากที่พัฒนาจากผู้ป่วยโรคหลงตัวเองที่ฆ่าผู้หญิงที่หมดหนทางสู้ เช่น Ted Bundy เหยื่อของเขามักจะเป็นคนดี ซื่อ ใจอ่อน ขี้สงสาร และใจดี ถ้าคุณซื่อเหมือนนกพิราบ แต่ไม่ฉลาดรู้เท่าทันเกมส์ของผู้ป่วยโรคหลงตัวเอง คุณก็จะเสียเงิน เสียเวลา และเสียอนาคตในที่สุด ความซื่อและแสนดีไม่สามารถเปลี่ยนคนแบบนี้ให้หันมาเห็นอกเห็นใจคุณได้เลย นับวันผู้หลงตัวเองจะยิ่งข่มเหงคุณยิ่งๆ ขึ้น หากคุณเลือกที่จะอยู่ต่อกับผู้หลงตัวเอง คุณก็ควรพยายามปรึกษาผู้ที่เชียวชาญด้านความรุนแรงในครอบครัว หรือหาวิธีป้องกันการถูกทำร้ายร่างกาย จิตใจ อารมณ์ จนรู้ช่องทางหนีที่ไล่เป็นอย่างดี เพราะผู้หลงตัวเองจะเอาเปรียบคุณในที่มืด แต่จะแกล้งทำดีกับคุณในที่แจ้ง

7. ผู้หลงตัวเองต้องการที่จะเอาชนะคุณและทุกสิ่งอย่างบนโลกนี้ โดยไม่สนใจผิดถูก ชั่วดี คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ ทำอะไรได้ตามใจชอบ

อย่าเสียเวลาคุยเรื่องเหตุและผลกับผู้หลงตัวเองอย่างเด็ดขาด เพราะเขาต้องชนะคุณในทุกเกมส์ ทุกเรื่อง ทุกครั้งที่เถียงกับคุณ คติของเขาคือแพ้ไม่เป็น เขาจะมองทุกเรื่องที่คุณยกขึ้นมาพูดด้วยเหตุผลว่าเป็นการโจมตีเขา ฉีกหน้าเขา ทำลายอีโก้ของเขา และเขาจะทำลายคุณด้วยวาจาจาบจ้วง ล่วงเกิน จนกว่าคุณจะยอมแพ้ ล่าถอย และยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิดเสียเอง สำหรับเขาแล้ว เขาคือเทพที่ไม่เคยทำสิ่งใดผิดพลาดเลย

8. ผู้หลงตัวเองมักจะคิดว่าตัวเองมีแต่คนอิจฉา หรือรู้สึกอิจฉาคนรอบข้างบ่อยครั้ง

ผู้หลงตัวเองจะมองไม่เห็นใครดีเท่าเขา อยู่ต่อหน้าเขา คุณจะต้องไม่เผลอพูดจาชื่นชมใคร เพราะเขาจะถือว่าคุณชมคนอื่นข้ามหน้าข้ามตาเขาได้อย่างไร เขาต้องดีที่สุดในสายตาคุณ และเขาต้องดีกว่าคุณในทุกๆ เรื่อง เขาจะทนไม่ได้ถ้าใครมาชื่นชมคุณ เพราะเขาคือจุดศูนย์กลางของโลกเท่านั้น ไม่ใช่คุณ ไม่ใช่ใคร

9. ผู้หลงตัวเองต้องการอำนาจ ต้องการคำชมเชย และอยากเป็นที่รักของคนอื่นอยู่เสมอ

ผู้หลงตัวเองรักคนอื่นไม่เป็น ขาดความรัก คนไม่ค่อยมีความสุขเมื่ออยู่กับเขา แต่เขาเองกลับต้องการความรักอย่างรุนแรง เขารู้สึกสบายใจเมื่ออยู่กับพี่น้อง เพื่อนฝูงที่ยอมรับอาการเขาอย่างที่คุ้นเคยกันมาแต่เด็กๆ หรือคนที่ชอบกลั่นแกล้ง รุนแรงกับคนอื่นๆ เหมือนเขา สำหรับคนกลุ่มใหม่ๆ เขาจะกลัว ไม่กล้าสร้างไมตรี หลบตา จะคบคนแค่ผิวเผินเท่านั้น เพราะผู้หลงตัวเองกลัวคนอื่นรู้บาดแผลและความผิดปกติของเขา

ในความสัมพันธ์กับคนที่เป็นเหยื่อของผู้หลงตัวเอง เขาจะรีบควบคุม รวบหัว รวบหาง ฉกฉวยโอกาสคนที่ดีๆ ซื่อๆ รู้ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมที่ล้ำลึกเหมือนงูของเขา กว่าคนดีๆ เหล่านี้จะรู้ตัวก็ต่อเมื่อเขาค่อยๆ เพิ่มองศาของไฟในหม้อต้มจนเหยื่อสุกเปื่อย ปล่อยเลยตามเลย หมดกำลังจะหลบหนีนักล่าเหยื่อเลือดเย็นเช่นนี้เสียแล้ว พระเจ้าจึงสอนย้ำเสมอให้เราฉลาด อย่าเชื่อฟังคำพูดใครง่ายๆ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป เขาก็จะเผยธาตุแท้ออกมาในที่สุด

10. ผู้หลงตัวเองมักจะเอาแต่ใจตัวเอง เอารัดเอาเปรียบคนอื่นหรือไม่ รู้สึกเหมือนตัวเองเหนือกว่าคนอื่น และผลักคนที่หมดประโยชน์ให้พ้นทางอย่างเลือดเย็นที่สุด

ความต้องการของผู้หลงตัวเองต้องมาเป็นที่หนึ่งเสมอ ถ้าเขาอยากไปไหน ทำอะไร อยากได้อะไร ความต้องการของเขาก็ต้องมาก่อนของคุณเสมอ ไม่ว่ายามนั้นคุณจะเป็น จะตาย คุกเข่า ขอร้องทั้งน้ำตาก็ไม่มีวันที่เขาจะเห็นอก เห็นใจ เมตตา หรือมีใจอยากให้คุณพ้นทุกข์ หรืออยากเห็นคุณมีความสุข เพราะสำหรับผู้หลงตัวเองแล้วคุณไม่มีตัวตน และโลกต้องวิ่งรอบความต้องการของเขาก่อนเสมอ ผู้หลงตัวเองจะเลือกเหยื่อที่เขาสามารถควบคุมได้เท่านั้น

11. ผู้หลงตัวเองมักจะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง อวดกร่างไปทั่ว หยิ่งยโส

พฤติกรรมของผู้หลงตัวเองอีกแง่หนึ่งคือเป็นพวกต่อต้านสังคม สร้างปัญหาให้กับกฎหมายบ้านเมือง ถูกตามใจจนเสียคน ขาดความยับยั้งช่างใจ ใครอยู่ใกล้ก็มีแต่เดือดร้อนอยู่เนืองๆ เพราะตัวเขาคือพระเจ้าที่อยู่เหนือกฎหมาย สามารถทำผิดได้โดยจิตสำนึกไม่ฟ้อง ไม่สนใจคำตักเตือนใครทั้งนั้น แต่ผู้หลงตัวเองกลับเกลียดคนที่คอยเตือนสติเขา และมักจะเป็นคนใจร้าย ใจจืด ใจดำ ไร้ความปราณีเป็นที่สุด

12. ผู้หลงตัวเองมักจะคบกับใครไม่ได้นาน มักอยู่ร่วมกับคนอื่นยาก เพราะเขาชอบที่จะเป็นผู้รับ โดยที่ไม่คิดจะเป็นผู้ให้ เมื่อให้ใคร เขาก็คิดคำนวณผลประโยชน์ไว้ในใจแล้ว

การคบกับใครได้นานๆ คนเราก็ต้องเรียนรู้ในการเป็นผู้ให้และผู้รับอย่างสมดุล แต่ผู้หลงตัวเองจะเรียกร้องอยากได้รับจากผู้อื่นเสมอ แต่การที่เขาจะหยิบยื่นให้ผู้อื่นนั้นแสนยากเย็น ดังนั้นการอยู่ร่วมกับผู้หลงตัวเอง คุณต้องรู้จักที่จะวางขอบเขตุให้ชัดเจน ไม่ปล่อยให้เขามาฉกฉวยเอาทุกอย่างไปจากชีวิตคุณจนหมด ต้องรู้จักรัก เห็นคุณค่าตัวเอง ไม่ปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายทำร้ายคุณ คุณควรเรียนรู้วิธีที่จะป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากผู้หลงตัวเอง ถ้าคุณไม่ลุกขึ้นมาขีดเส้นขอบเขตุ (Set up boundaries) เสียแต่วันนี้ ก็หมดหวังที่จะรอผู้หลงตัวเองมาทำเพื่อคุณ เพราะเป้าหมายของผู้หลงตัวเองคือการล่าเหยื่อที่ใจดีเป็นแม่พระ อ่อนแอ และไม่รู้จักป้องกันตนเอง ในที่สุดก็จะถูกผู้หลงตัวเองสูบเลือดสูบเนื้อไปจนหมดเรี่ยวแรง หมดพลัง ค่อยๆ แห้งตายทั้งเป็น ถ้าคุณไม่เข้มแข็งเพื่อตัวเอง ก็ยากที่ใครจะทำเพื่อคุณ เพราะยากที่คนภายนอก คนใกล้ชิด หรือแม้แต่คนในครอบครัวจะเข้าใจธาตุแท้ของผู้หลงตัวเอง เพราะต่อหน้าคนอื่น เขาจะดูปกติดีทุกอย่าง มีแต่คุณเท่านั้นที่รู้ว่าการอยู่กับผู้หลงตัวเองนั้นมันต้องทนทุกข์ทรมาณสักเพียงใด แม้คุณจะหลุดพ้นออกมาได้ ผ่านการบำบัดเยียวยาแล้ว แต่ก็กว่าจะหายดีก็ใช้เวลามาก ยิ่งคุณทนทุกข์มากหลายปีเท่าไหร่ เวลาที่จะรักษาให้หายเป็นปกติก็ยิ่งใช้เวลานานมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ยิ่งคุณสามารถหลุดพ้นจากการใช้ชีวิตร่วมกับผู้หลงตัวเองได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

ผู้หลงตัวเองคบกับผู้อื่นนั้นอย่างไม่เสมอภาค เพราะเขาจะให้คนอื่นมีชีวิตอยู่เพื่อเขา คอยบริการเขา เสียสละให้เขาถึงเป้าหมายในสิ่งที่เขาต้องการ เมื่อเขารับแล้ว ก็เขี่ยคนอื่นทิ้งเสีย แน่นอนเราย่อมไม่อยากอยู่ใกล้คนที่คอยเอาเปรียบ หลอกใช้เรา คนที่มีนิสัยเช่นนี้ ในที่สุดก็ฝังรากลึกกลายเป็นคนหลงตัวเอง หรือ narcissistic personality disorder (NPD) ซึ่งเป็นความผิดปกติอย่างหนึ่งที่รักษายากและไม่ค่อยมีวิธีรักษาที่ได้ผลดีเท่าไหร่
นอกจากนี้ คนใกล้ชิดก็จะคอยปลีกตัวออกห่าง ยกเว้นพ่อแม่พี่น้องที่ที่ทนอยู่ด้วยความจำเป็น เพราะเขาจะความคาดหวังต่อคนอื่นสูง ยึดตัวเองเป็นหลัก และมองโลกในแง่ร้าย (ที่มา พ.ญ. อุมาพร ตรังคสมบัติ) เขาจะคอยชักใยเอาเหยื่อไว้ใช้งานอย่างชาญฉลาด ถ้าเหยื่อรู้ตัว เขาก็จะทำดีเพื่อให้เหยื่อตายใจ แล้วกลับไปสู่คราบซาตานอีก วนเวียนอยู่อย่างนั้น จนกว่าเหยื่อจะหมดความหมาย

13. ผู้หลงตัวเองมักอ่อนไหวง่าย และมักจะเสียใจเกินเหตุ เขาจะทนไม่ได้กับการถูกวิพากษ์วิจารณ์

ผู้หลงตัวเองมักจะมีปฏิกิริยาอย่างรุนแรงกับการถูกวิพากษ์วิจารณ์ เพราะภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นมาคือตัวเขาเป็นเทพที่สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ การทำให้เขาต้องอับอายแม้ด้วยคำพูดเล็กๆ น้อยๆ ก็ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่ไม่อาจให้อภัยได้ การอยู่กับผู้หลงตัวเองก็เหมือนเดินบนเปลือกไข่ เพราะไม่ว่าคุณจะพูดอะไรก็ต้องระวังตัวแจตลอดเวลา ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคุณแทบจะทำไม่ได้เลย การเผชิญหน้ากับคนเช่นนี้ต้องอาศัยบุคคลที่สามที่เขานับถือช่วยพูดคุยไกล่เกลี่ยให้ เพราะต่อหน้าคนอื่นเขาจะวางฟอร์มดี พูดจารู้เรื่อง แต่จะตรงกันข้ามเมื่ออยู่กับคุณสองต่อสอง เขาอาจทำร้ายคุณมากขึ้นก็เป็นไปได้ที่บังอาจเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเขา เป็นไปได้ที่คนส่วนมากจะไม่เชื่อเรื่องที่คุณเล่า แต่คุณต้องยืนหยัดต่อไป จนกว่าจะเจอคนที่เขาพร้อมจะเป็นที่ปรึกษาให้คุณ ช่วยเหลือคุณ เพราะคุณไม่สามารถหลุดพ้นจากอุ้งมือมารได้ด้วยตัวคุณคนเดียว

14. ผู้หลงตัวเองจะไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง แต่จะโทษว่าเป็นความผิดของคุณเสมอ

การอยู่ร่วมสังคมกับผู้หลงตัวเอง เหมือนกับคุณถูกบังคับให้เป็นฝ่ายยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ทุกครั้งที่เกิดความผิดพลาดใดๆ ในชีวิตของเขา มันก็จะเป็นศรย้อนกลับมาที่คุณเสมอ แต่ถ้าสิ่งใดที่รู้ทั้งรู้ว่าเป็นความผิดของเขา เขาก็จะลืมไปอย่างรวดเร็ว เขาจะจำอะไรไม่ได้ขึ้นมาทันที แต่เขาเลือกที่จะจำความผิดพลาดของคุณเป็นอย่างแม่นยำ และนำมาตอกย้ำทุกครั้งที่มีโอกาส ผู้หลงตัวเองจะให้อภัยคนอื่นไม่เป็น แต่จะมองตัวเองดีไร้ที่ติ การอยู่ร่วมกับคนเช่นนี้ คุณควรฉลาดเลือกที่จะเงียบ หรือเลือกที่จะพูดอะไรที่อ่อนโยน สุภาพ เหมาะสม และรู้ว่าคำๆ ไหนที่จี้จุดอ่อนของเขาก็หลีกเลี่ยงเสีย คุณไม่ควรโทษตัวเองในคำตำหนิอย่างไม่เป็นธรรมของเขา เพราะผู้ป่วยโรคหลงตัวเองถ้าไม่ได้ทะเลาะกับใคร เขาก็จะนอนไม่หลับ ปัญหาเป็นของเขาที่ต้องแก้เอง ไม่ใช่ปัญหาของคุณที่ต้องตามแก้ให้เขา หน้าที่ของคุณคือสงบเพื่อสยบปัญหา พูดง่ายแต่ทำยากนะคะ ขอพระเจ้าให้พลังคุณมีชัยชนะในสนามรบที่เข้มข้นนี้

ดังนั้นการอยู่ร่วมกับผู้ป่วยโรคหลงตัวเองอย่างสันติจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย ยิ่งอดทนนานวัน คุณจะยิ่งสลดหดหู่ ย่ำแย่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อสุขภาพจิตที่ดี คุณควรหลีกเลี่ยงการพบปะกับผู้ป่วยโรคหลงตัวเองให้เหลือน้อยที่สุด พยายามแยกตัวออกมา พยายามวางขอบเขตุให้ชัดเจนว่าสิ่งไหนที่คุณรับได้หรือไม่ได้ และผลลัพธ์ที่หนักแน่นเมื่อเขาล่วงละเมิดขอบเขตที่คุณวางไว้ คุณควรหาเวลาอยู่ใกล้ชิดกับเพื่อนดีๆ คนอารมณ์ดีๆ ที่จะช่วยดึงคุณออกจากหุบเหวแห่งความซึมเศร้าจากคนที่สูบพลังจากคนจนหมดถัง หาเวลาอ่านหนังสือดีๆ ที่ช่วยให้คุณรับมือกับคนประเภทนี้ได้ อ่าน Bible หรือหนังสือดีๆ ที่เติมพลังชีวิต สื่อดีๆ ที่ให้กำลังใจคุณที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตะวันส่องแสงในเช้าวันใหม่เสมอทุกๆ วัน เพราะฉะนั้นวันใหม่ที่ดีๆ ก็ยังมีเตรียมไว้เพื่อคุณเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวันเช่นกัน

อย่าลืมว่าผู้หลงตัวเองเป็นผู้ที่ไร้ความเมตตา เขาพร้อมจะทำลายคุณได้เสมอ แม้ว่ามองผิวเผินแล้วคุณอาจคิดว่าเขารักคุณ และคุณก็อาจหลงรักเขา แต่จริงๆ แล้วเขาค่อนข้างจะอันตรายทีเดียว คนที่เขารักคุณเขาย่อมอยากทนุถนอมคุณ ไม่ทำร้ายคุณแบบคนประเภทนี้ หากคุณตัดสินใจที่จะออกไปจากชีวิตของผู้หลงตัวเอง ไม่ว่าคุณกำลังคิดจะเปลี่ยนงาน ย้ายบ้านเพื่อให้ปลอดภัยจากบุคคลประเภทนี้ คุณก็ควรทำอย่างฉลาด และปรึกษาผู้รู้ ผู้ชำนาญเรื่องการถูกทำร้าย เพื่อหาช่องทางที่จะเดินออกมาอย่างปลอดภัยกับทั้งชีวิตและทรัพย์สินของคุณเอง

ในที่สุด คุณจำเป็นที่จะให้อภัยผู้หลงตัวเอง แม้ว่าเขาจะเคยร้ายกับคุณสักเท่าใด หรือแม้เขาจะไม่เคยขอโทษก็ตาม ทั้งนี้เพื่อคุณจะไม่ติดในโซ่ตรวนแห่งความขมขื่น แม้โอกาสที่ผู้หลงตัวเองจะรู้ปัญหาของตัวเองและยอมปรับปรุงแก้ไขจะมีน้อยมากๆ แต่ก็ฝากเขาไว้กับพระเจ้าที่จะช่วยให้เขากลับตัว กลับใจ มาเป็นคนดีของสังคมได้ ก็มีผู้ป่วยโรคหลงตัวเองบางรายเหมือนกันที่กล้ายอมรับว่าตนเองเป็นผู้ป่วย และหันมาเป็นผู้ให้ความรู้กับคนอื่นที่ตกเป็นเหยื่อของผู้ป่วยโรคหลงตัวเอง มีแต่พระเจ้าและนักบำบัดมืออาชีพที่ชำนาญด้านการรักษาผู้ป่วยโรคหลงตัวเองเท่านั้นที่สามารถช่วยเขาได้ เพราะคนกลุ่มนี้จะฉลาดพูดให้แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญหลงประเด็นไปได้

สำหรับคุณคงทำได้ก็เพียงแต่เอาใจช่วยเขาอยู่ห่างๆ เท่านั้น เห็นใจเขา และเข้าใจในการอาการผิดปกติของเขา ไม่ซ้ำเติมอาการที่ผิดปกติที่แม้แต่ตัวเขาก็คงไม่ได้อยากเป็น แต่ในเวลาเดียวกันก็ต้องระวังที่จะไม่ให้พิษร้ายจากโรคนี้เป็นเหมือนน้ำกรดที่จะกระเด็นมาโดนตัวคุณจนเกิดบาดแผลซ้ำแล้ว ซ้ำอีกโดยไม่จำเป็น คุณควรคิดหาทางออก และคำพูดโต้ตอบอย่างระมัดระวังไว้ล่วงหน้าด้วย

ขอให้ชัยชนะ และชีวิตใหม่ที่สดใสเป็นของทุกคนที่อ่านนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

นวลักษณ์ 23 June 2017

ขอบคุณที่มา : “โรคหลงตัวเอง” จากนิสัยสู่อาการทางจิต โรคที่ต้องได้รับการรักษา

Narc. in the Bible are lovers of self, lovers of money, proud, arrogant, abusive, disobedient to their parents, ungrateful, unholy, heartless, unappeasable, slanderous, without self-control, brutal, not loving good, treacherous, reckless, swollen with conceit, lovers of pleasure rather than lovers of God, having the appearance of godliness, but denying its power. ####Avoid such people!

#NarcissisticPersonalityDisorder
#Sociopath
#DestructiveRelationships
#Violenceandabuses
#CelebrateRecovery

Posted in Uncategorized | Leave a comment

เรื่องราวของนิกกี้ The Power of Good

For we are his workmanship,
created in Christ Jesus for good works.
Nicky Winton คริสเตียนเชื้อสายยิวจากอังกฤษ
ได้ทำความดีทันทีที่มีโอกาส
ตามที่แม่ของท่าน Barbara Wertheim
สั่งสอนให้ทำตามจริยธรรมที่ดีงามไว้

ในเวลานั้น นิคกี้ได้เร่งรีบทำจดหมาย
ถึงสถานทูตประเทศต่างๆ
เพื่อให้เร่งโยกย้ายอพยพ
เด็กชาวเช็กโกออกจากประเทศ
ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองจะประทุขึ้น

แต่มีเพียงผู้นำประเทศเดียวเท่านั้นที่ต้อนรับ
เด็กกลุ่มนี้ ทำให้มีเด็กๆ ที่ตกค้างอีกกว่าแสนคน
ที่ต้องตายในสงครามครั้งนี้
และมีเด็กในรถไฟขบวนสุดท้าย
ที่นิคกี้พยายามต่อสู้ให้หนีออกมา
แต่หนีไม่ทันเสียแล้ว
เพราะโดนกองทัพนาซีเข้าจู่โจมเสียก่อน

ภาพพ่อแม่ที่มาส่งลูกๆ ขึ้นรถไฟนั้นน่าสะเทือนใจที่สุด
เพราะลึกๆ ในหัวใจของพ่อแม่ลูกย่อมรู้ดีว่า
นี่คือการพบกันครั้งสุดท้าย….
แม้จำเป็นต้องตัดใจโกหกลูกว่า
“พบกันอีกเร็วๆ นี้…
ให้ลูกไปเที่ยวพักร้อนก่อนนะ”
และพ่อแม่บางคนก็สอนให้ลูก
หัดพูดภาษาอังกฤษได้เพียงประโยคเดียวว่า
“ขอขนมปังหน่อย หนูหิว”…

ลูกสาวคนนึง ที่ตอนนี้ก็เข้าสู่วัยชราแล้ว
ยังพูดถึงเหตการณ์ครั้งนั้น ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เธอยังเก็บผ้าเช็ดหน้า ที่แม่เอาออกมาจากกระเป๋า
เพื่อมาเช็ดน้ำตาให้ลูกในวันอำลา
ผ้านั้นยังติดตัวเธอเสมอ
มันคือสิ่งล้ำค่าสิ่งเดียวที่แม่มอบให้ก่อนจากกัน
ความเจ็บปวดจากการพลัดพรากนั้น
ยังไม่จางหายไปง่ายๆ แม้เวลาผ่านไปนานแล้ว
ทั้งนี้เพราะพ่อแม่เด็กๆ 669 คน
ไม่สามารถหนีออกจากประเทศได้
และส่วนมากต้องตายลงด้วยน้ำมือของฮิตเลอร์

สิ่งหนึ่งที่พระเยซูทำในคืนสุดท้ายในวันอำลา
คือบอกให้เพื่อนๆ ของพระองค์
แบ่งปันขนมปังและน้ำองุ่น
เพื่อระลึกถึงพระองค์
จนกว่าจะได้พบกันอีกในสวรรค์
อันเป็นที่พักชั่วนิรันดรของเราทุกคน
นี่จึงเป็นสิ่งที่เราที่มีพระเยซูเป็นสหายเลิศ
ควรจดจำ ระลึกถึงการไถ่กู้ และทำตามอยู่เสมอๆ

ทั้งนี้เพื่อตาของเราจะจดจ้องถึง
งานเลี้ยงฉลองการกลับบ้าน
ที่พระเยซูจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
สำหรับเพื่อนๆ ที่รักยิ่งของพระองค์ทุกคน
และไม่หลงระเริงกับเงินทอง
ชื่อเสียง เกียรติยศ และราคะตัณหาของโลกนี้
จนลืมพระคุณ และการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์

ภาพที่ทำให้คนดูต้องน้ำตาไหลทุกครั้งคือ
เมื่อตอนที่ BBC จัดรายการถ่ายทอดสด
เพื่อประกาศให้ท่านนิคกี้ และโลกรู้ว่า
เด็กๆ ในขบวนรถไฟที่ท่านช่วยเอาไว้
ตอนนี้นั่งอยู่ข้างๆ ท่านในห้องส่งของสถานี
ซึ่งคนกลุ่มใหญ่นี้ ได้ตอนนี้เติบโต
มีอาชีพการงานที่ดีๆ
บ้างก็เป็นบุคคลสำคัญในประเทศ
ต่างเข้ามาสวมกอดนิคกี้
ทั้งนิคกี้และคนเหล่านี้ร้องไห้ไม่หยุด
ด้วยความซาบซึ้ง และตื้นตันใจอย่างมาก
ที่เจอคนที่เสียสละ และคนที่คอยเชื่อมโยง
เหตุการณ์ในวัยเด็กที่พวกเขาต่างไม่รู้ว่า
เขามาอยู่กับครอบครัวพ่อแม่อุปถัมภ์
ที่ประเทศอังกฤษได้อย่างไร
นิคกี้ตกตลึง เมื่อหันหลังไปมอง
คนทั้งหมดที่ยืนขึ้นและยืนยันว่า
พวกเขาทั้งหมดคือเด็กๆ ที่นิกกี้ช่วยให้รอดตาย
พวกเขารักนิคกี้มากและยังไปมาหาสู่
จนกระทั่งวันที่ท่านจากไป
เมื่ออายุได้ร้อยกว่ามี

นิคกี้พูดด้วยความถ่อมใจ
และไม่เคยโอ้อวดในวีรกรรมของตนเองเลย
กว่าสมุดที่เขาจดบัญชีชื่อเด็กในขบวนรถไฟ
จะมาสู่สายตาชาวโลกก็ผ่านมาได้หลายสิบปี
เพราะภรรยาของนิคกี้ไปรื้อเจอสมุดเล่มนี้เข้า
โดยบังเอิญ
คนนับล้านจึงยกย่องฮีโร่คนนี้
และมอบรางวัลโนเบลให้กับเขา

รับบีในอังกฤษต่างพากันมาโจมตี
ที่นิคกี้หาครอบครัวคริสเตียนมาอุปการะเด็กยิว
แต่คนเคร่งศาสนาเหล่านี้ไม่ได้ยื่นมือมาช่วย
เด็กยิวเลยด้วยซ้ำ
นิคกี้จึงตอบคนสอนศาสนายิวไปว่า
“นั่นเป็นปัญหาคุณ
ไม่ใช่ปัญหาของผม”
พระเยซูเองก็เคยตำหนิ
คนที่ชอบทำศาสนากิจแค่เอาหน้าแบบนี้เช่นกัน
ดีแต่พูด แต่ไม่ยอมเสียสละให้คนของตัวเองเลย

เรื่องนี้ทำให้ดิฉันนึกถึงพระคุณพระเยซู
ผู้เสียสละและยอมตาย
เพื่อจ่ายค่าไถ่ให้กับมนุษย์ทุกคนในโลก
เชื่อมั่นว่า…
แม้พระองค์จะต้องตายบนไม้กางเขน
อีกสักกี่ครั้งพระองค์ก็จะทำอีกอย่างแน่นอน
เพราะพระองค์รักเราทุกคน
ไม่น้อยกว่าที่นิคกี้มอบความรักและเสียสละ
เพื่อเด็กชาวยิวกลุ่มนี้

สายตาที่พระเยซูมองเราทุกคน
ที่แลกมาด้วยเลือดทุกหยดของพระองค์
ที่หลั่งรินเพื่อปลดปล่อยเราเป็นไทนั้น
พระองค์ทรงมองด้วยความรักและภาคภูมิใจมาก
ที่บัดนี้เรารอดจากโซ่ตรวนที่เคยพันธนาการและผูกมัดแล้ว

จึงสมควรแล้วที่เราจะยกย่องให้พระเยซู
เป็นมหาวีรบุรุษประจำใจของเรา
สิ่งที่พระเยซูทำนั้นมีค่ามากกว่า
ฮีโร่ในโลกนี้ทุกคนในโลกทำรวมกัน

ภาพยนต์เรื่องราวของนิกกี้
The Power of Good
Nicky’s Family
All My Love Ones

เขียนโดย นวลักษณ์ 22 June 2017

 

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Beware of Scammers!

จับผิดแสกมเมอร์
Scammers exposed!

1. อย่าให้แสกมเมอร์ล้วงกระเป๋าเด็ดขาด
Never offers anything to scammers esp money.
ถ้าคุยไปคุยมาวกเข้าเรื่องเงิน ไม่ว่าใช้วิธีใดๆ ให้เงินจากกระเป๋าคุณก็รับรองว่าเป็นแสกมเมอร์ ชัวร์ เพราะสิ่งที่แสกมเมอร์ยอมใช้เวลา เพื่อป้อนคำหวานหลายๆ เดือนให้เหยื่อตายใจ เพราะในที่สุดก็เพื่อหลอกเอาเงินนี่แหละ หมดตัวมาไม่รู้ตั้งกี่ล้านบาท กี่คนแล้ว

2. โพสต์รูปหล่อผิดสังเกต
Always post their prince charming pictures
หล่อยังกะนายแบบ รูปก็ไม่เหมือนถ่ายด้วยกล้องธรรมดา แต่เหมือนหลุดออกมาจากแม็กกาซีน แถมใส่แหวนแต่งงานที่นิ้วนางซ้าย แล้วมาหลอกว่าเป็นโสด ก็ให้สงสัยว่าเป็นแสกมเมอร์ไว้ก่อน หรือ รูปส่งให้ดูแล้วก็หมดสต็อคแค่นั้น ถ้าขอรูปเซลฟี่ใหม่ก็จะไม่มีให้ เพราะไปฉกรูปคนอื่นมาลงนิ จะมีรูปใหม่ได้ไง

3. ภาษาอังกฤษแย่มาก
Very poor and broken English
เขียนผิดหลักไวยากรณ์ตลอด หลอกว่าเป็นอเมริกัน แต่สำนวนไนจีเรียชัดๆ แค่ชื่อสกุลของตัวเองก็สะกดผิดแล้ว อย่างว่าแหละ ถ้าการศึกษาดีๆ คงไม่มาเป็นแสกมเมอร์โนะ

4. อาชีพยอดนิยมคือวิศวกร
Top career of scammers: Engineer
คงเป็นเพราะจะได้หลอกเนียนๆ เวลาโทรมา หรือติดต่อมาในเวลาที่แปลกๆ หรือโทรมาเบอร์แปลกๆ หรือให้โอนเงินเลขบัญชีในประเทศที่แปลกๆ ก็จะแถได้ว่าต้องไปขุดเจาะน้ำมันตรงนั้น ตรงนี้ไปเรื่อยเปื่อย

5. ไม่มีชื่อออนไลน์
No Facebook or any online records
หรือชื่อในบริษัท หรือโรงเรียนที่เรียนจบมา ไม่มีเฟซบุ้ค หรือถ้ามีก็เปิดใหม่ และใส่ภาพไม่กี่แผ่น หรือมีเพื่อนไม่กี่คนก็คงใช่พวกนี้แหละ

แต่ถ้าลองใส่ชื่อ หรืออีเมล์ของเขาพร้อมกับ keyword ว่า scam ก็อาจจะเจอได้นะ ลองดูรายชื่อในนี้ค่ะ
http://romancescamsnow.com/dating…/massive-list-of-scammers/

6. ดีเกินคาด
Too good to be too!
เจอปุ้ป รักปั้ป ขอแต่งงาน จะส่งเงินมาให้ใช้ ดีเว่อร์ละก็ระวังตัวไว้ได้เลย รักแท้ต้องใช้เวลาพิสูจน์ ดูใจกันสักระยะ แสกมเมอร์จะเร่งรัด ลุกลี้ลุกลนผิดสังเกต ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ กับเขานะคะ อาทิ เบอร์โทร สมุดบัญชีธนาคาร หรือหมายเลข ID Passport ฯลฯ เพราะอาจหมดเงินในบัญชีได้

7. ไม่กล้านัดพบ หรือคุยสดๆ
Not able to talk face to face or make any appointments
ถ้านัดก็จะมีเหตุหลบเลี่ยงไปเรื่อยๆ ไม่กล้าคุย skype หรือโทรคุยสดๆ เพราะกลัวถูกจับได้ว่าเป็นแสกมเมอร์ จะแถไปเรื่อยๆ ว่าที่ทำงานเข้มงวดมาก ไม่ให้คุยเฟซไทม์ ไม่ให้ถ่ายรูป ฯลฯ แต่จะชอบติดต่อทางพิมพ์ text ข้อความ แทนคุยกันสดๆ

8. เรียนจบมหาวิทยาลัยดังๆ เกิดที่ประเทศนึง โตที่นึง
Born and live in several countries
เรียนที่นึง ลูกก็ไปอยู่ประเทศนึง แถไปเรื่อย เพื่อให้จับไต๋ได้ยาก

9. โกหกไม่แนบเนียน
Pictures tell lies and fake stories
เช่นอายุมาก แต่รูปกลับหนุ่มฟ้อ หรือส่วนสูง 180 cm แต่ในภาพเตี้ย บอกว่าเป็น Engineer แต่แต่งตัวยังกะ CEO บอกว่าเป็น Native Indian แต่หน้าตาออกฝรั่งแท้ๆ ฯลฯ

10. ถึงแม้ว่าไม่เข้าข่ายใดๆ ที่ว่ามาแล้ว ถึงภาษาอังกฤษจะดีเลิศเลอ ถึงจะยอมคุยสดๆ ทาง skype realtime ใดๆ แต่ถ้าบอกว่ามีปัญหาโน่น นี่ นั่น ให้ช่วยส่งเงิน หรือส่งของไปให้ก็ยังใช่แสกมเมอร์อยู่ดี
ฺBeware: Bottom line of scammers is stealing money from your pocket!

หากเพื่อนๆ เคยเจอกลลวงของแสกมเมอร์นอกจากสิบข้อนี้ ก็รบกวนแชร์มาบอกเล่ากันบ้างนะคะ เพื่อสาวไทยจะได้ไม่เสียเวลา เสียความรู้สึก เสียเงินให้กับจอมลวงโลกพวกนี้ ขอบคุณค่ะ

*****

 

อันนี้เพื่อนที่หาคู่สำเร็จ และได้แต่งงานกับหนุ่มจากเวป Thaicupid ส่งมาให้ ขอบคุณมากค่ะ……กฏของหนูนะคะ
1.กดถูกใจคนที่ระบุอายุผู้หญิงชัดเจน พวกที่ระบุว่าต้องการอายุน้อยๆ (กว่าอายุเรา) อย่าไปมองค่ะ
2.เลือกคนที่อายุไล่เลี่ยกับเราห่างไม่กิน 5 ปี
3.ต้องกล้าเปิดกล้องคุยกับเรา
4.ต้องมีมารยาทให้เกียรติเรา และไม่ลามก
5.เลือกคนที่เพิ่งสมัครหรือสมัครเข้ามายังไม่นาน ซึ่งเราดูได้จากหมายเลขสมาชิกค่ะ

ระวังแสกมเมอร์นะคะ พวกนี้มาคำแรกคือ เรียกเราทีรักเลย แล้วมาบอกรักบอกคิดถึง ซึ่งคนปกติไม่ทำ คนไหนลามกมา เราบล็อกแล้วแจ้ง web ได้เลยค่ะ

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Born to be….an interpreter!

บันทึก (ไม่) ลับของล่าม (นางภาษา)
การจะเก่งภาษานั้นไม่ใช่อยู่เฉยๆ แล้วจะเก่งได้เอง
แต่ต้องใช้ทั้งพรสวรรค์และพรแสวงควบคู่กัน
ต้องขอบคุณความจน ที่ทำให้มุมานะขยันเรียนภาษาอังกฤษ
จนใช้เป็นอาชีพทั้งสอน แปล และเป็นล่าม
มีรายได้เลี้ยงครอบครัวตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
ยังจำได้ตอนเป็นเด็กหอพัก
ต้องเดินรดน้ำแปลงผักหลายๆ รอบ
ก็เหน็บกระดาษท่องศัพท์ไปด้วย
ใช้วิธีรดน้ำไป ท่องศัพท์ไป
แปรงฟันก็ปิดคำศัพท์ไว้หน้ากระจก ท่องๆๆๆๆๆ
นั่งรอรถก็จดเอาคำศัพท์ไป ท่องๆๆๆๆๆ
แม้ทุกวันนี้ก็ยังพยายามเรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
ทั้งดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ
(แม้แต่ฝัน) ก็เป็นภาษาอังกฤษหมด
ชีวิตน่าจะง่ายกว่านี้ถ้าทางบ้านมีเงิน
ส่งให้เรียนภาคอินเตอร์
แต่กลับไปเกิดเป็นเด็กบ้านนอก
แถมกดดันที่พี่น้องเรียนได้ที่หนึ่งหมดอีกต่างหาก
ตัวเองเลยต้องขยันเป็นสองเท่า
เพื่อไม่ให้น้อยหน้าพี่ๆ น้องๆ
สวรรค์ก็เป็นใจ ที่ถึงแม้อยู่บ้านนอก
แต่ทางฝ่ายคุณพ่อพอพูดภาษา
อังกฤษ ฝรั่งเศส ละตินได้
เลยทำให้มีความชอบภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็กๆ
ตอนแรกสอบเข้าราชภัฏได้
แต่ตัดสินใจเข้า กทม มาเรียน
เอกภาษาอังกฤษ มอ รามคำแหง
เพราะอยากทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย
เมื่อเรียนยังไม่จบ ก็สอบเป็นนักแปลได้ที่พัทยา
หลังจากนั้นก็ได้งานที่ใช้ภาษาอังกฤษมาตลอด
แต่ก็ต้องเรียนภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส กรีก ฮีบรูไปด้วย
เพราะมีความจำเป็นที่ต้องใช้อีกหลายๆ ภาษา
และความชอบเรียนภาษาเป็นส่วนตัวด้วย
ถ้าใจรักภาษา ก็ทำให้การเรียนสนุก ง่าย ไม่ฝืนใจ
แต่ถ้าใจไม่รักก็เข็นกันลำบาก
โดยส่วนตัวแล้วถ้านักเรียนไม่รักภาษาก็จะไม่รับสอน
ถ้ามีใจรัก นักเรียนก็เรียนสนุก คนสอนก็มีความสุขไปด้วย
การเป็นนักแปล หรือล่ามนั้นต้องชำนาญ
ทั้งภาษาไทยและอังกฤษพอๆ กัน
(ทั้งภาษาไป และภาษามา)
ถึงจะแปลได้ลื่นไหล ไม่สะดุด
การเป็นล่ามนั้นถ้ามีความชำนาญเฉพาะด้านจะดีมาก
ส่วนดิฉันนั้นชำนาญทางศาสนศาตร์และพระคัมภีร์
จึงมีโอกาสได้แปลในงานสัมมนาและแปลเทศนาอยู่บ่อยๆ
ก็อาจจะมีบ้างที่ติดขัด นึกศัพท์ไม่ออก มีเดาบ้าง
แต่ทันทีที่มีเวลาก็จะศึกษาแก้ไขตรงนั้น
เพื่อครั้งต่อไปจะได้ไม่ทำผิดซ้ำอีก
แต่ส่วนมากก็จะใช้เทคนิคการเดาบ้าง
ดำน้ำบ้าง แต่ก็จะกลับมาโผล่ถูกทางในที่สุด
และงานก็จะผ่านไปได้ด้วยดีทุกครั้ง
ล่ามที่ดีต้องมีคำศัพท์ในคลังสมองเยอะๆ
มีไหวพริบดี ชอบศึกษาค้นคว้า
มีความรู้รอบตัว สติ ไหวพริบต้องดี
หัวไว ถ้าคำไหนแปลออกมาแล้วทำให้คนฟังไม่พอใจ
ก็ต้องพยายามใช้คำที่ฟังแล้วให้เกิดสันติมากที่สุด
เพราะบางทีคนพูดก็อาจจะไม่เข้าใจวัฒนธรรมของอีกฝ่าย
ย่อมทำให้เกิดผิดใจกันได้
คนแปลก็ต้องกลายเป็นทูตผู้สร้างสันติไปด้วย
อาชีพนักแปลเป็นอาชีพที่ต้นทุนต่ำสุด
ไปอยู่ประเทศไหนก็เอางานไปแปลได้
ตราบใดที่มนุษย์ยังพูดต่างภาษากัน
นักแปลก็ยังทำมาหากินด้านนี้ได้ตลอด
ต้องขอบคุณหอบาเบลที่ทำให้มนุษย์พูดหลายๆ ภาษา
จึงทำให้ดิฉันมีอาชีพทำตลอด ไม่เคยตกงานเลย
ตั้งแต่เรียนจบมา จนทุกวันนี้
ลูกสาวก็เป็นล่ามและนักแปลเหมือนแม่
วันนี้นางถามมาเป็นภาษาเยอรมัน
ส่วนแม่ก็ตอบไปเป็นภาษาไทย (ไม่ได้ใช้นานแล้ว)
นางก็ดีใจมากที่แม่ยังจำได้
นางจะได้ฝึกพูดภาษาเยอรมันกับแม่บ่อยๆ (กันลืม)
ดิฉันเสียดายมากที่คนไทยส่วนมากยังไม่เห็น
คุณค่าของการเรียนภาษาอังกฤษ
ทำให้เราต้องเสียเปรียบอีกหลายๆ ชาติ
ที่เด็กรุ่นใหม่เขาเก่งภาษาอังกฤษกว่าเรา
เดี๋ยวนี้มีสื่อดีๆ มากมายให้เรียนทางอินเตอร์เน็ต
แถมยังฝึกพูดกับเพื่อนฝรั่งสดๆ ออนไลน์ก็ได้
มันน่าจะง่ายกว่าการเรียนด้วยตัวเอง
ของเด็กบ้านนอก อย่างสมัยของดิฉันมากนัก
มาร่วมด้วยช่วยกันนะคะ
ช่วยๆ กันเปิดโลกทัศน์สนับสนุนเด็กรุ่นใหม่
ให้เข้าสู่อาเซียนได้อย่างสง่างาม ไม่อายใคร
ตอนที่ดิฉันเรียนจบ และมาทำงานที่ภูเก็ตใหม่ๆ นั้น
คนไทยที่นี่ยังพูดภาษาอังกฤษได้น้อยมากๆ
ดิฉันเลยมีชีวิตที่แสนสบาย กับงานดี ตำแหน่งดี
อยากได้งานโรงแรมใหญ่ๆ ที่ไหนก็ไม่ค่อยจะผิดหวัง
เพราะเป็นที่ต้องการของตลาดมาก
ต่างจากทุกวันนี้ คนจะเข้ามาทำงานด้านการท่องเที่ยว
ก็ต้องได้อย่างน้อยสองสามภาษา
อยากให้กำลังใจว่า
ถึงไม่รวยก็เก่งภาษาอังกฤษได้นะคะ
ถ้าขยันและหมั่นศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญพูดผิด พูดถูก ไม่ต้องอายใคร
อยากเก่งภาษาอังกฤษต้องใจกล้าๆ หน่อยค่ะ
นวลักษณ์
ล่ามที่ไม่เก่ง แต่อึดและขยันเข้าไว้
NawaLove 4 April 2017
Being a professional interpreter
will need both gift and commitment to work hard
in order to excel in the field of languages.

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Be like SALT!

เมื่อวานเย็นที่โต๊ะอาหาร เราคุยกันเรื่องเกลือๆ เพราะเรากลัวความเค็ม ซึ่งจะมีผลต่อไตของเรา ใครไม่เคยตรวจก็ไปเสียนะคะ ทุกอย่างมีทั้งคุณ และโทษเสมออยู่ที่เรารู้จักใข้และเรียนรู้มัน วันนี้ว่ากันด้วยเรื่องเค็มๆ แบบเต็มพิกัด
Salt ที่แปลว่าเกลือ มีที่มาจากคำว่า Sarary เพราะในสมัยที่มีการใช้ระบบเงินเดือนครั้งแรก สมัยนั้นเขาจ่ายเงินเดือนด้วยเกลือ ดังนั้นคำว่าเงินเดือน ในภาษาอังกฤษคือ Salary ซึ่งมาจากภาษาละติน ว่า “Salarium” มีความหมายถึงการแลกเปลี่ยนโดยใช้เกลือเป็นสื่อกลาง และมีรากศัพท์มาจากคำว่า Salt นี่แหละ เนื่องจากในสมัยโบราณ เกลือมีค่าดั่งทองคำ ชาวยุโรปใช้เกลือแลกทองคำจากคนแอฟริกันได้จริงๆ ในยุคโรมันมีการจ่ายค่าตอบแทนทหารเป็นเกลือ
จนมีคำพูดว่าทำอะไรให้คุ้มค่าเกลือกันหน่อย และมีการใช้เกลือในการแลกสินค้า (Barter)อีกด้วย
คนไทยเราไม่ชอบให้ใครว่าเค็มเหมือนเกลือ แต่พระเยซูบอกว่าให้เราเค็มเหมือนเกลือ (salty not stingy) เพราะเกลือนั้นแม้เวลาผ่านไปกี่ปีก็ยังมั่นคงในความเค็ม
จะเห็นว่า เกลือ หรือ Salt เป็นแร่ธาตุ ที่มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติมาอย่างยาวนานเนื่องจากหายากและมีค่าดั่งทอง สำหรับไทยเรามีการแย่งชิงเกลือในพงศาวดารเมืองน่าน โดยเจ้าผู้ครองนครน่านได้บันทึกไว้ว่า “บ่อเกลือ เป็นสาเหตุสำคัญให้พระเจ้าติโลกราช แห่งเมืองเชียงใหม่ ยกทัพมายึดเมืองน่าน เมื่อ ปี พ.ศ. 1993 ” ปัจจุบัน คือ อำเภอบ่อเกลือ ตั้งอยู่ในจังหวัดน่าน และมีการผลิตเกลือ มาจนถึงทุกวันนี้
ในสมัยกรุงธนบุรี ยังมีการพูดถึงเกลือ เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราช เห็นความสำคัญของเกลือ จึงมีการสร้างฉางเกลือ เพื่อใช้เป็นที่เก็บรักษาเกลือไว้ใช้ในกองทัพ เพราะเกลือมีประโยชน์ในการรักษาเนื้อและปลา ไม่ให้เน่า เพราะสมัยนั้นไม่มีตู้เย็นและน้ำแข็ง การใช้เกลือจึงทำให้กองทัพของพระเจ้าตากสินมีเสบียงอาหารเป็นจำนวนมาก จนสามารถกู้ชาติได้สำเร็จ เอ่อเนอะ เรื่องเกลือไม่ธรรมดาจริงๆ
ในต่างประเทศ เมื่อคราวที่ มาร์โคโปโล เดินทางไปทิเบต พบว่า ชาวทิเบตใช้เกลือก้อนเป็นเงินตรา เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้า เหมือนกับในอินเดียโบราณ ที่ใช้เกลือเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชาวเมือง และในสมัยโรมัน เกลือ ใช้เป็นค่าตอบแทนทหาร ที่ประเทศเม็กซิโก เทิดทูนเกลือมากถึงขั้นทำอะไรเพี้ยนๆก็มี
ในประเทศฝรั่งเศส การควบคุมและเพิ่มภาษีการทำเกลือ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การปฏิวัติในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
และที่ประเทศอินเดีย มหาตมะคานที ใช้วิธีอารยะขัดขืน เดินทางด้วยเท้าไปยังบ่อเกลือที่ถูกควบคุมโดยชาวอังกฤษ เพื่อแสดงออกถึงการต่อสู้เรียกร้องเอกราช
สำหรับคริสเตียนแล้วเกลือใช้ในการระลึกถึงพันธสัญญา
ลนต 2:13-15 ได้กล่าวว่า พวกเขาใช้เกลือปรุงในการเผาธัญญบูชา และห้ามขาดเด็ดขาด เครื่องเผาบูชามีด้วยกันหลายอย่าง ซึ่งแต่ละอย่างก็มีการประกอบที่​ต่างกัน เช่น เครื่องเผาบูชา ธัญญบูชา ศานติบูชา เครื่องบูชาไถ่บาป เกลือเป็นเครื่องหมายใช้ระลึก “พันธสัญญาของพระเจ้า” เมื่อโลกมองเห็นเราเขาจะเห็นว่าเราซึ่งเป็นคริสเตียนนั้น คือ “คนแห่งพันธสัญญาของพระเจ้า”
คริสเตียนแท้จะรักษาความดีดุจเกลือรักษาความเค็ม ไม่ว่าอยู่ในสภาพเช่นไร มีคนมายั่วยุให้ทำชั่วแค่ไหน คุณธรรมที่ฝังแน่นในใจก็จะไม่เปลี่ยนแปลง
แม้ดาเนียลถูกโยนลงในถ้ำสิงโต แม้โยเซพจะถูกภรรยาเจ้านายยั่วยวน แม้เปาโลจะเฉียดตายตลอดชีวิตของการรับใช้ ผู้ที่เชื่อมั่นในพระเจ้าก็ไม่มีทางจะยอมผ่อนปรนให้กับความชั่ว หรือหันไปทำชั่ว เหมือนเกลือที่ต้องรักษาความเค็ม

ประโยขน์ของเกลือยังไม่หมดค่ะในสมัยก่อนเตาอบส่วนใหญ่จะอยู่นอกบ้าน การที่จะรักษาความร้อนในเตาอบ​ได้นั้นต้องโรยเกลือบนเตานั้น หิมะที่เราขอบนักหนายอมเสียสตางค์แพงๆไปลุยหิมะกันครั้งแล้วครั้งเล่าเขาใช้เกลือละลายความเย็นมีให้เห็นทั่วไปในญี่ปุ่นและยุโรป
แน่นอนหลังจากระยะเวลาหนึ่งเกลือก็หมด ประโยชน์และโยนทิ้งไป ธรรมชาติของเกลือเมื่อถูกใช้ไปจะหมดคุณค่า แต่​สำหรับเราซึ่งเป็นเกลือฝ่ายวิญญาณจะหมดคุณค่าไม่ได้ เพราะถ้าหมดคุณค่า ​อะไรจะเกิดขึ้น มธ5:13 ดังนั้นเราจะทำอย่างไร จึงจะรักษาความเค็มของเราไว้ได้ ?
อจ อุไร facebook.com/urai.sajjaharutai

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Empty your backpack of all your cares

จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า
80% ของโรคภัยไข้เจ็บทั้งหมดเกี่ยวเนื่องกันกับความเครียด
Medical studies tell us that up to 80%
of all illnesses are stress-related in some way.
จริงๆ แล้วร่างกายของมนุษย์ไม่ได้สร้างขึ้นมา
เพื่อเอาความเครียดขนาดนั้นมาแบกรับไว้
The human body was never created
to carry such stress in our backpack.
ดังนั้นขอให้คุณเอาความวิตกกังวลทั้งหมด
แล้วมอบมันไว้กับพระเจ้า
เพราะพระองค์จะดูแลคุณอย่างดี
Empty your backpack of all your cares
and cast each one of them upon God
and He will look after you.

http://www.365promises.com/daily-promises/month/december-2016

Posted in Uncategorized | Leave a comment