Empty your backpack of all your cares

จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า
80% ของโรคภัยไข้เจ็บทั้งหมดเกี่ยวเนื่องกันกับความเครียด
Medical studies tell us that up to 80%
of all illnesses are stress-related in some way.
จริงๆ แล้วร่างกายของมนุษย์ไม่ได้สร้างขึ้นมา
เพื่อเอาความเครียดขนาดนั้นมาแบกรับไว้
The human body was never created
to carry such stress in our backpack.
ดังนั้นขอให้คุณเอาความวิตกกังวลทั้งหมด
แล้วมอบมันไว้กับพระเจ้า
เพราะพระองค์จะดูแลคุณอย่างดี
Empty your backpack of all your cares
and cast each one of them upon God
and He will look after you.

http://www.365promises.com/daily-promises/month/december-2016

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Big Bear Snowtop mountain of CA, USA… Finish my trip and see you in Phuket next week!

Very Happy New Year 2017 to you all.
Yesterday we had so much fun
at Big Bear Snowtop mountain of CA, USA.
May God greatly bless you and your loved ones always.

ขอส่งความสุขปีใหม่ให้ล่วงหน้าให้กับทุกๆ ท่านนะคะ
เนื่องจากช่วงนี้เดินสายเก็บเกี่ยวพระพรและความสุข
จนไม่ค่อยได้ออนไลน์ซักเท่าไหร่
เมื่อวานเป็นวันที่ทั้งเด็กๆ และหัวหน้าเด็กมีความสุขกันมาก
เนื่องจากแถวนี้ไม่มีหิมะให้เล่น จึงต้องขับรถสองชั่วโมง
ขึ้นไปบนยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมหนาหลายนิ้ว
เราก็เล่นขว้างปาหิมะใส่กัน ไม่รู้คนไหนเด็กหรือผู้ใหญ่
เพราะทุกคนเล่นกันจนลืมวัยไปเลย อิอิ
จากขวา อิฉันผู้อาวุโสสุดประจำคณะ เคท อารีเอล นาตาชา อจ เจิม โมรียาห์
ปอ ลอ ขากลับรถติดมหาศาล เพราะมีด่านตรวจให้รถที่ไม่มี 4 wheels
หยุดติดโซ่ล้อกันถนนลื่นน้ำแข็ง ไม่งั้นก็ห้ามขับขึ้นเขาค่ะ
บนยอดเขาราวๆ – 2 C. พวกเราหาจุดที่จะเล่นสไลด์ไม่เจอ
เลยมาหยุดที่สนามกว้างๆ ในหมู่บ้านเล็กๆ บนยอดเขากัน
ขับรถวนๆ หาห้องน้ำยากมาก ในที่สุดก็ไปเข้าห้องน้ำในห้าง
ทริปนี้นับว่าเจอวิบากกรรมเรื่องเดินหาห้องน้ำมาก
ไม่ว่าที่อังกฤษ อเมริกา แคนาดา
ยิ่งหน้าเทศกาล ที่สาธารณะกลับล็อคห้องน้ำเฉยเลย งงๆๆๆ

A wonderful day trip at Big Bear Mt, CA.
เมื่อขึ้นไปบนยอดเขา ติดลบราวสององศา C
แต่บรรยากาศของหมู่บ้านที่เราอยู่ใกล้ๆ เขาลูกนี้
อากาศเย็นสบายๆ ราวๆ สิบองศา C
แต่พอรถขับขึ้นไปได้สักชั่วโมง
ก็เริ่มเห็นหิมะประปรายสองข้างทาง
พอขึ้นไปใกล้ถึงยอดเขาบิ้กแบร์ที่สูงเกือบสามกิโลเมตร
หิมะก็หนาขึ้นๆ จนในที่สุดก็ขาวโพลนหนาหลายนิ้ว
เต็มป่าสน บนหลังคาบ้าน บนถนน จนรถตักหิมะต้องมาคอย
เก็บกวาดตามถนนหนทาง เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร
ขากลับรถติดมาก เพราะนักท่องเที่ยวขับรถมาอย่างล้นหลาม
จน จนท ต้องปล่อยให้วิ่งได้ทีละข้าง
แต่ถึงอย่างไร ก็ได้ใช้เวลาช่วงรถติดนี้
ชื่นชมความงามสองข้างทาง
และได้ขอบคุณพระเจ้าที่ให้วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุด
ในตลอดเวลาสองเดือนแรกที่มาถึงอเมริกา
นี่คือสิ่งที่ตาไม่เคยเห็น หูไม่เคยได้ยิน
แต่พระเจ้าก็เตรียมสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกๆ พระองค์มาชื่นชม
เมื่อยามอยู่กับธรรมชาติเช่นนี้
ยิ่งสัมผัสได้ว่าพระเจ้ารักเรามากสักเพียงไร
จริงๆ แอบถอดใจกับอเมริกาแล้วหล่ะ
เพราะที่พักช่างหายาก หาเย็นจริงๆ แถมแพงด้วย
เลยคิดว่าจะเปลี่ยนตั๋วเครื่องบินกลับไปแคนาดาดีกว่า
เพราะที่นั่นมีที่พักที่แคนาดารออยู่แล้ว
แต่ช่วงเทศกาลแบบนี้ การเปลี่ยนตั๋วก็ไม่ใช่ง่ายๆ
ก็ต้องรอฟังหลังช่วงปีใหม่ก่อน ว่าจะเปลี่ยนตั๋วได้ไหม
แต่ถ้ารีบกลับเสียก่อน
ก็คงไม่ได้มาเห็นความงามของบิ้กแบร์เป็นแน่
ต้องขอบคุณมากๆๆๆๆๆ สำหรับ อจ แพน
ที่มีความอดทนมากในการขับรถขึ้นลงเขา
ในทางคดเคี้ยวลื่นๆ บนถนนน้ำแข็ง
ซึ่งรถติดมหาศาลเป็นพืด ใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง
และ Pann Airllines ก็พาพวกเรากลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย
ขอขอบคุณ อจ เจิมที่เตรียมอาหาร
และเครื่องอำนวยความสะดวกให้กับเราชาวคณะ
ได้อิ่ม อร่อย และมีีความสุขตลอดทริปที่น่าประทับใจนี้ค่ะ
ขอพระเจ้าอวยพรน้ำใจอันดีของท่านทั้งสองด้วยนะคะ

Finish my trip and see you in Phuket next week!
วันที่ 8 มค นี้พบกันที่ประเทศไทย จบทริปแปดเดือนมาราธอน
เที่ยวสามประเทศแล้ว คิดถึงส้มตำมากที่สุด 555
สวัสดีปีใหม่ค่ะ เพื่อนๆ ทุกคน ขอให้สุขภาพแข็งแรงๆ
มีความสุขกันมากๆ นะคะ
May you and your family have a very blessed
and happy New Year 2017
with many glorious blessings
and God’s favor upon your lives.Wishing all dear friends a very blessed Christmas
with love, joy and peace from our Father.
We have celebrated this event at LaoiTV, CA.
สุขสันต์วันคริสต์มาสแก่ทุกๆ ท่านนะคะ
ปีนี้เราร่วมฉลองกันที่ลาวที่วีในอเมริกาค่ะ
ขอพระเจ้าประทานพรให้ทุกท่านมีแต่ความสุข
ความรัก และความยินดีอย่างเปี่ยมล้นตลอดไปนะคะ
ตอนนี้อุปกรณ์สื่อสารที่ขนมาจากเมืองไทย
ค่อยๆ ล้มหายตายจากไปทีละชิ้น
ใช้ได้แต่คอมพ์เพียงเครื่องเดียว
ซึ่งต่อไปคงไม่ค่อยมีภาพมาให้ดูชมกัน
ยกเว้นไปหยิบยืมคนอื่นมาลง

Posted in Uncategorized | Leave a comment

ปีใหม่หรือปีเก่า มันขึ้นอยู่กับว่า….

อย่าหยุดแค่ทำแค่สิ่งที่ดี แต่จงก้าวต่อไปทำสิ่งที่ดีกว่าเดิม
ทำให้ดียิ่งๆ ขึ้น จนถึงดีที่สุด
เพราะศัตรูของดีกว่าคือดี
ศัตรูของดีที่สุดคือดีกว่า
วันนี้มีอะไรบ้างที่เราพร้อมจะเปลี่ยน
และก้าวออกจากมุมสบายที่คุ้นเคย
เพื่อก้าวต่อไปถึงสิ่งที่ดีที่สุด?
Rom 12:2 Discern what is the will of God,
what is good and acceptable and perfect.
New Year, New Life, Press to finish the race!

วันนี้ประทับใจที่ ดร วิชาญกล่าวไว้ที่ คจ ไทยมิชชั่นว่า…
ปีใหม่หรือปีเก่า มันขึ้นอยู่กับว่า
เราต้องการย่ำอยู่กับที่ตามความเคยชิน
หรือจะพัฒนาปรับเปลี่ยนนิสัยใหม่
โดยตามหลักจิตวิทยาแล้วก็ควรจะทำแบบ fade in/ fade out
คือเอาของใหม่ๆ เสริมเข้ามาทีละนิดๆ
เพราะปกติแล้วคนเราใช่จะเปลี่ยนได้
แบบปุ๊บปั๊บ extreme makeover เลยทันที
การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในปีใหม่นี้
ด้วยการยอมออกจากสิ่งเก่าๆ ที่คุ้นเคย
ก็ย่อมมีความเสี่ยงกันทั้งนั้น
แต่ชีวิตคนเราจะเติบโตไม่ได้
ถ้ายังฝังตัวอยูแต่ในอดีตที่เดิมๆ เซ็งๆ ไม่ยอมไปไหน
ไม่ยอมทำอะไรที่แตกต่างจากเดิม
การยอมเปลี่ยนแปลงก็เท่ากับกล้าที่จะเติบโต
ตามความสามารถ ตามประสบการณ์
ตามสติปัญญาที่พระเจ้าให้มาเป็นต้นทุน
ในการนำมาปรับเปลี่ยน เพื่อต้อนรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต
แต่ถ้าไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ก็เท่ากับไม่พร้อมที่จะเติบโต
บางครั้งเราก็มัวแต่เอาตัวเองไปจำคุกอยู่กับอดีต…
อย่าขังตัวเองไว้ในนั้น แต่จงมุ่งไปข้างหน้าต่อไป
95 % ของคนเรานั้นชอบทำแต่ในสิ่งเก่าๆ สไตล์เดิมๆ
แบบอนุรักษ์ของเก่า
ไม่กล้าลงทุน ไม่กล้าเสี่ยง ที่จะก้าวออกไปในทางที่ไม่คุ้นเคย
ดังนั้น สิ่งใหม่ๆ กิ่งใหม่ๆ ฤดูกาลใหม่ๆ จึงไม่อาจเกิดขึ้นได้
ส่วนอีก 5% นั้นคือคนที่กล้าเลือก
กล้าเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นๆ
กล้าเสี่ยง กล้าตัดสินใจ
เพราะเมื่อเราตัดสินใจสิ่งใดลงไปแล้ว
เราเองคือผู้ที่จะต้องอยู่กับผลลัพท์นั้น
โทษใครไม่ได้ ในสิ่งที่เราเลือกเอง…
พระเจ้ามีวันใหม่ๆ ที่ดีเตรียมไว้สำหรับเราทุกคน
เหมือนกับที่พระเจ้าสร้างสวรรค์ใหม่ โลกใหม่
แม้แต่เซลส์ในร่างกายเราก็ต้องปล่อยให้เซลส์เก่าๆ
นับล้านๆ เซลส์ตายไปทุกๆ วัน
เพื่อสามารถต้อนรับเซลส์ที่ผลิตมาใหม่ๆ
เข้ามาทำให้ร่างกายเราเจริญเติบโตขึ้นๆ
ปีใหม่ก็เหมือนปุยหิมะที่ตกลงมาใหม่ๆ
ถ้าเอาสิ่งที่เราตัดสินใจเลือก
สิ่งที่เราต้องการ ประทับตราลงไป
เหมือนรอยเท้าที่อัดฝังแน่นในหิมะ
ก็จะคงอยู่ตลอดไป
ดังนั้นแม้เราจะอายุเพิ่มขึ้นๆ
เราก็ยังต้องเติบโตขึ้นตามวัย
มุ่งมั่นที่จะให้กิ่งก้านใหม่ๆ ที่สวยงามเกิดขึ้นในชีวิตอยู่เสมอๆ
เราตัดสินใจเลือกได้ว่าอยากเติบโตยิ่งๆ ขึ้น
หรืออยู่แบบซังกระตายในกรอบเดิมๆ ที่ตัวเองคุ้นเคย
คนที่กล้าเสี่ยง กล้าลงทุนก็มีโอกาสเห็นผลกำไร
แต่คนที่มัวแต่กลัว ไม่กล้าเสี่ยง ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง
เขาจึงไม่เคยเห็นผลกำไร
จากการที่เปโตรยอมเสี่ยง เดินออกจากเรือ
เมื่อพระเยซูตรัสว่า ออกมาเถิด
จึงทำให้เปโตรมีประสบการณ์ที่ดีกว่าคนอื่นๆ
ที่ไม่เคยเดินบนน้ำเลย
อย่าหยุดแค่ดี แต่จงก้าวต่อไปทำสิ่งที่ดีกว่าเดิม
ทำให้ดียิ่งๆ ขึ้น จนถึงดีที่สุด
เพราะศัตรูของดีกว่าคือดี
ศัตรูของดีที่สุดคือดีกว่า
วันนี้มีอะไรบ้างที่เราพร้อมจะเปลี่ยน
และก้าวออกจากมุมสบายที่คุ้นเคย
เพื่อก้าวต่อไปถึงสิ่งที่ดีที่สุด?

Is 43:18-19 “จงลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมาแล้ว อย่าฝังใจกับอดีต
ดูเถิด เรากำลังทำสิ่งใหม่! มันเริ่มขึ้นแล้ว เจ้าไม่เห็นหรอกหรือ?
เรากำลังสร้างทางในถิ่นกันดาร และสายธารต่างๆ ในที่แห้งแล้ง
Phil 3:13,14,16 พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่ถือว่าตนเองฉวยสิ่งนี้มาได้แล้ว
แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่ง คือลืมสิ่งที่ผ่านมาและโน้มตัวไปหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า
ข้าพเจ้ารุดหน้าไปสู่หลักชัย
เพื่อคว้ารางวัลซึ่งพระเจ้าได้ทรงเรียกข้าพเจ้าจากสวรรค์
ผ่านทางพระเยซูคริสต์ให้ไปรับ

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Sweet and gentle voice of my Sheperd!

รักแท้….หวังดีเสมอ ไม่ทำให้เสียใจ สัตย์ซื่อตลอดเวลา
รักแท้….ไม่ทำร้ายจิตใจ ปกป้อง คุ้มครอง
ถึงบางครั้งพระเจ้าตีสอน เมื่อลูกทำผิดพลาด พลั้งไป
แต่พระเจ้าไม่ได้ตีให้ตาย แต่ตีเพื่อให้ดีขึ้น
เหมือนผู้เลี้ยงที่ดี ย่อมพันแผลให้ลูกแกะ
และทนุถนอม ให้ลูกแกะนั้นฟื้นคืนสู่สภาพดี
ต่างกับผู้ที่มาเพื่อลัก ฆ่า และทำลาย
เขาจะเสแสร้งทำดีตอนแรกๆ ให้เหยื่อตายใจ
หลังจากนั้น เขาจะค่อยๆ ทำร้ายเธอมากขึ้นทีละนิดๆ
หากเธอแสนซื่อ ไม่รู้จักปกป้องตนเอง
เขาก็จะเริ่มตักตวงเอาทุกอย่างจากชีวิตเธออย่างไร้ความปราณี
เมื่อเธอทักท้วง เขาจะทำเฉยชาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
และยังคงทำร้ายเธออย่างต่อเนื่องต่อไป
ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการกดสองปุ่มคือ “Delete” และ “Block”
เธอรู้ไหม ถ้อยคำของพระเยซูที่บอกว่า
“แกะของเรา ย่อมฟังเสียงของเรา”
เธอผู้เป็นแกะตัวน้อยๆ ของพระเจ้า
เธอฟังออกไหมว่าเสียงไหน เป็นเสียงของพระผู้เลี้ยง
ที่อ่อนโยน อ่อนหวาน สุภาพ และแสนดี
ถ้าเป็นเสียงของพระเจ้าเธอจะรู้
เพราะพระเจ้าจะไม่ทำให้เสียใจ สัตย์ซื่อตลอดเวลา
พระเจ้าจะไม่ยอมทำร้ายจิตใจเธอ แต่จะปกป้อง คุ้มครองเธอเสมอ
หรือเป็นอีกเสียงของคนที่ฟังแล้วดูดี
แต่ลึกๆ แล้ว เขามาเพื่อลัก ฆ่า และทำลาย
เพื่อเอาสันติสุขที่พระเจ้าให้… ออกไปจากชีวิตของเธอ
เธอต้องตัดสินใจเลือกว่าจะยอมฟังเสียงใหนกันแน่

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Leaving USA

My last day in USA, LAX, then HKG, KUL
and finally Phuket. YAY!!!

บันทึกการเดินทางสุดหรรษา
และหฤโหดของทริปแปดเดือนของนกขมิ้นน้อย MG
ทั้งสามภาพนี้เป็นเส้นทางชีวิตผ่านหุบเขาเงาความตาย
ในช่วงแค่สามปีที่ผ่านมานี้เท่านั้น
ภาพถ่ายที่สนามบินก่อนไปเที่ยวบาหลีนั้น
หากดูดีๆ จะเห็นเหมือนคนตาเหล่ๆ
เพราะกล้ามเนื้อตาเริ่มอ่อนแรง
ตอนนั้นเพิ่งรู้จักกับ Myasthenia ใหม่ๆ
แต่คนป่วยก็ดื้อ หนีคุณหมอไปเที่ยวบาหลี
(MG ท่านอื่นไม่ควรเอาอย่าง เพราะมันเสี่ยงมาก)
เพราะตอนนั้นยังรู้จักฤทธิของเจ้า MG วายร้ายน้อยไป
และหมอก็เดือนแล้วว่ามีโอกาสที่กล้ามเนื้อตรงระบบหายใจจะโดนโจมตี
หากเกิดขึ้น มีทางรอดอยู่ทางเดียวคือ
ต้องรีบส่ง รพ ให้หมอสอดท่อช่วยหายใจทันที
หลังจากภาพนี้คือการรักษาอย่างต่อเนื่อง
และหนักหน่วงเฉียดตายด้วย MG crisis สองรอบ
ร่วมเจ็ดเดือนในกรุงเทพ จากยาที่ต้องกินเป็นกำๆ
คนเปื่อยก็เริ่มบวมขึ้นๆ จนจำหน้าตัวเองไม่ได้
อย่างสาวหน้ากลมเป็นพระจันทร์ดังที่เห็นในภาพ
หลังจากนั้นก็โดนหมอกักบริเวณ
ไม่ให้เดินทางไปต่างประเทศอยู่สองปีเต็ม
เพราะยังต้องพบหมอเพื่อปรับยาอย่างต่อเนื่อง
และติดตามอาการที่ยังไม่สงบราบคาบนัก
และเมื่อ D Day เดือน กพ 2016
ก็ขอหมอจัดยาให้สำหรับการเดินทางหนึ่งปี
หมอก็ให้ความร่วมมือกับดิฉันเป็นอย่างดี
เฉพาะยาทั้งหลาย ทั้งปวง หนักประมาณหนึ่งกิโล
หอบหิ้วไปด้วยตลอดการเดินทาง
ต้องห่วงหวงรักษายานี้เท่าชีวิต แทบจะนอนกอดเลยทีเดียว
ไม่อาจลืมกินยาแม้แต่วันเดียว
พร้อมท่องสูตรประจำตัวว่า ห้ามเครียด ห้ามอดนอน
ห้ามหักโหม ห้ามติดเชื้อ
เพราะถ้าพลาดพลั้งไปก็อาจหมายถึงชีวิต
เพราะ MG ชอบโจมตีคนที่เครียดง่าย อดนอน
หักโหมทำงาน ไม่ดูแลสุขภาพ หรือมีการติดเชื้อ
ตอนที่อยู่ รพ ในกรุงเทพ ช่วงที่เข้าๆ ออกๆ ห้อง ER, ICU
นั้น หัวอกคนเป็นแม่ร้องให้ทุกวัน เป็นเดือนๆ
เพราะกลัวลูกจะจากไปก่อน แม่ผู้เฒ่าชรา
ทริปนี้จึงต้องถนอมตัวเองสุดๆ
ยังไงก็ล้มตายกลางทางไม่ได้
ต้องรักษาชีวิตกลับบ้าน
ไปให้หม่อมแม่เห็นหน้าอีกครั้งให้ได้
ไม่อยากเห็นแม่ต้องร้องให้ทุกข์ใจอีก
แต่ในช่วงการเดินทางแปดเดือนนี้
สิ่งที่นำความเครียดมาให้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คือการย้ายบ้านครั้งแล้วครั้งเล่า
เริ่มต้นย้ายจากที่แคนาดา คือ นิวมาเก็ต ไปแบรดฟอร์ด ฮามิลตัน
สโตนนี่ครีก ที่อเมริกาย้ายจากเซอริโดส ไปเฮเม็ต
แล้วกลับมาเซอริโดสอีกรอบ
จนครั้งหนึ่งคนใกล้ชิดเตือนว่า เธอจะย้ายบ่อยๆ ไม่ได้นะ
เดี๋ยวเธอจะล้มป่วยแน่ๆ เลย ถ้ายังย้ายอยู่แบบนี้
จึงคิดได้ว่า ต่อไปถ้าจะมาต่างประเทศ
ต้องมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
จึงค่อยคิดเรื่องการจะเดินทางใหม่อีกรอบ
และครั้งนี้ที่ตัดสินใจที่ซื้อตั๋วใหม่กลับไทย
ก็เพราะไม่อยากย้ายบ้านอีกแล้ว
แต่ชีวิตที่ต้องการการเติบโต ต้องการเปลี่ยนแปลง
ล้วนต้องเจอความเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความเชื่อนั้นตัวเองจะต้องกล้าที่จะเดินออกมาจากมุมสบาย
comfort zone ที่เคยชินเสียก่อน
หากออกมาโดยมี details ทุกอย่างในตาราง
มีเงินรองรับพร้อมในธนาคาร นั่นก็ไม่ต้องใช้ความเชื่อ
ถ้าอับราฮัมต่อรองกับพระเจ้าว่า
พระองค์ต้องให้รายละเอียดทุกอย่าง ว่าจะให้ไปเมืองไหน
กินอยู่อย่างไร ถึงจะยอมเดินทางออกจากเมืองเออร์
อับราฮัมก็คงไม่ใช่บิดาแห่งความเชื่อที่พระเจ้าพอพระทัยเป็นแน่
เช่นเดียวกับมารีย์ที่ถ่อมใจและเชื่อฟัง
เมื่อทูตสวรรค์มาบอกว่าเธอจะท้อง
และคลอดพระบุตรพระเจ้า ด้วยฤทธิเดชของพระองค์
หากย้อนกลับไปได้ เธอจะยอมทำตามน้ำพระทัยไหม
ถ้ารู้ว่า เธออาจจะเสี่ยงโดนเพื่อนบ้าน
ขว้างด้วยหินให้ตาย เพราะท้องก่อนแต่งงาน
แถมอีกไม่กี่เดือนต่อมาก็ต้องหนีการตามฆ่าของกษัตริย์เฮโรด
เธอจะยอมทำตามน้ำพระทัยไหม
ถ้าเธอรู้ว่า ต่อมาพระเยซู
ลูกชายคนโตที่เธอแสนห่วงหวง
จะถูกคนปองร้ายครั้งแล้ว ครั้งเเล่า
และในที่สุด เธอก็ต้องทนมองดูลูกของตัวเอง
ตายอย่างทรมาณบนไม้กางเขน
วันนั้น เธอคงต้องร้องไห้ จนน้ำตาแทบไม่มีจะไหล
หัวใจคนเป็นแม่ คงโดนกรีดจนแหลกสลายยับเยินดังคำที่ทำนายไว้
ดิฉันไม่ได้มีความเชื่อที่ยิ่งใหญ่อย่างอับราฮัม หรือมารีย์
ดิฉันอาจไม่กล้าเดินทางออกมาจากบ้านด้วยซ้ำ
ถ้ารู้รายละเอียดล่วงหน้า ว่าต้องมาเผชิญสิ่งใดในทริปนี้
ชีวิตที่เคยชินกับความสะดวกสบาย
คงขวางกั้นให้ดิฉันไม่กล้าออกมาผจญภัยเช่นนี้แน่ๆ
เมื่อตัดสินใจออกมาพบกับทุกสิ่งที่…
แม้ไม่ได้เป็นดั่งหวังไว้เสมอไป
แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆ กับทุกอย่างที่ได้เรียนรู้
ประสบการณ์ดีๆ ที่ไม่อาจหาซื้อได้ด้วยเงิน
หรือนั่งเรียนในชั้น หรือการอ่านจากหนังสือด้วยซ้ำ
ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานมิตรภาพ
ให้ได้พบกับคนนับร้อย ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ตลอดช่วงที่เดินทางไปใน
อังกฤษ แคนาดา และมาจบทริปที่อเมริกา
หากมีเงินสักล้าน ให้ไปพักแต่ในโรงแรมดีๆ
ดิฉันก็คงไม่ได้มีโอกาสเข้าไปรู้จัก
สัมผัสเบื้องหลัง เบื้องลึก
ของชีวิตของอีกหลายๆ คนเช่นนี้
ที่พระเจ้าเปิดประตูบานใหม่ๆ ให้ได้รู้จักเป็นแน่
เนื่องจากการผ่านงานฝ่ายบริหารที่ทำมาหลายปีในอดีต
ทำให้ดิฉันต้องวางแผนเยอะ มีรายละเอียดเยอะ
กับทุกขั้นตอนของการทำงาน
ฟังก์ชั่นของงานบริการลูกค้าจากทั่วโลก
จะไม่มีคำว่าผิดพลาดเรื่องหยุมๆ หยิมๆ
หรือหลงลืมอะไรก็ไม่ได้เลย
แต่ครั้งนี้ ดิฉันหิ้วกระเป๋าออกมาจากเมืองไทย
ตระเวณไปตามต่างถิ่นต่างแดน ตั้งหลายเดือน
บางครั้งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันรุ่งขึ้น จะนอนบ้านไหน
มีแค่ความเชื่อมั่นว่าพระผู้เลี้ยงที่ดี
ย่อมเดินนำหน้าลูกแกะของพระองค์เสมอ
พระองค์จะอุ้มชูให้พ้นจากภัยอันตรายทั้งปวง
และทุกคำสัญญา พระองค์จะทำให้สำเร็จ
จนวันนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการผจญภัย
พระเจ้าก็ทำให้ดิฉันได้เชื่อมั่นว่า
พระเจ้ารักษาพระสัญญาของพระองค์เสมอ
เพราะพระองค์รักลูกๆ ทุกคน ทุกวัน เช่นเคย
เหมือนเดิม วานนี้ วันนี้ และสืบๆ ไปเป็นนิจ
ค่ำนี้ คุณพรรณีและครอบครัวฟอร์ป
ก็จะส่งไปขึ้นเครื่องที่สนามบินแอลเอ
จบทริปนี้อย่างสวยงาม และที่สำคัญคือ
ทริปนี้ไม่ล้มป่วย ไม่ต้องเข้า รพ อย่างที่หวั่นอยู่ลึกๆ
ได้กลับไปให้แม่ได้เห็นหน้า ได้ไปให้นางได้หอมแก้มชื่นใจ
ขอพระเกียรติ และคำขอบคุณสุดใจ
เป็นของพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ สูงสุด แต่ผู้เดียว

Wait patiently for the Lord and
your strength shall be renewed like eagle….

Posted in Uncategorized | Leave a comment

48 Hours journeys

Just completed my 48 Hours journeys
in 4 airports with 3 airlines!

นอนสลบไสลไป 12 ชั่วโมงเต็ม
แล้วก็ตื่นขึ้นมาบันทึกการเดินทางในช่วงสองวันที่ผ่านมา
เริ่มต้นของการทางที่สนามบินทอม แบรดเลย์ของแอลเอ
งงมากกับการเช็คอินครั้งแรกกับเจ้าเครื่องจิ้มด้วยตัวเองนี้มาก
เดี๋ยวนี้ในการเดินทางยุคดิจิตอลนั้น
ทุกคนต้องพอเข้าใจภาษาอังกฤษพอสมควร
จึงจะสามารถไปจิ้มๆ บนสกรีนให้ได้สิ่งที่ต้องการอออกมา
หากจิ้มถูก เจ้าของตั๋วก็จะได้บอร์ดดิ้งพาสกับแท็กติดกระเป๋ามาครอบครอง
ถ้าจิ้มผิดๆ ถูกๆ ก็มีสิทธิตกเครื่องได้
ต่างประเทศ ไม่มี พนง คอยยืนอธิบาย
หรือให้ความกระจ่างกับคนที่ไม่เข้าใจระบบ
มี จนท เพียงคนเดียวก็ยุ่งมากกับ
การคอยโหลดกระเป๋าให้ผู้โดยสารจำนวนมาก
พอไปขึ้นเครื่อง American airlines ได้
ก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษเพื่อจิ้มๆ หน้าจอตรงที่นั่ง
เพื่อเลือกดูหนัง ฟังเพลง อ่านข่าว และอื่นๆ
ที่เก๋สุดคือมี Free Wifi ให้ด้วย
ช่วงที่บิน 15 ชั่วโมงจากแอลเอ ไปฮ่องกง ดูหนังจบไปสามเรื่อง
และแล้วก็ถึงสนามบินฮ่องกงที่ไฮโซ ไฮเทค
อลังการประมาณเมืองๆ หนึ่ง ที่มีทุกอย่างในเมืองนั้น
ใจอยากไปซิตี้ทัวร์เหลือเกิน
แต่โดนกายประท้วงไม่ยอมร่วมมือกับใจเลย
เดินมาดูป้ายต่างๆ มีสถานีรถนั่งต่อไปประเทศจีน มาเก๊า
และจุดนำเที่ยวสำคัญๆ ในฮ่องกง
แต่เหนื่อยเกินไปที่จะไปลองผจญภัย
แม้มีเวลาเหลือเฟือตั้งแต่เช้า จนกว่าจะได้บินก็สองทุ่มก็ตาม
อีกอย่างก็งงอยู่กับการนั่งรถบัสและ MRT ของเมืองนี้
กลัวตกเครื่อง เพราะคนฮ่องกงส่วนมาก
ไม่พูดภาษาอังกฤษ แต่จะสื่อสารภาษาจีนล้วนๆี
จึงใช้เวลา enjoy กับสิ่งดีๆ ในสนามบินนี้
อาทิ มีแหล่งช็อปปิ้งใหญ่มากๆ มีที่เติมน้ำร้อน
มีจุดชาร์จแบตและ USB เยอะมาก
เพียงแต่สายพ่วงปลั้กที่ใช้ได้ในอเมริกากับแคนาดา
ที่เอามาด้วย กลายเป็นใช้ไม่ได้ในฮ่องกงและมาเลเซีย
ที่นั่งของแต่ละสายการบินส่วนมาก
ก็เห็นมีจุดชาร์จแบตและ USB ใว้บริการด้วยเช่นกัน
รอๆๆๆๆๆ ต่อจากนั้นก็นั่งเครื่อง Cathay Pacific
ต่อไปยังสนามบิน KL
แล้วก็ต้องอึ้งเมื่อเจอห้องน้ำแบบยองๆ และสายฉีดน้ำ
นี่มันเอกลักษณ์ของเอเชียชัดๆ เลยนะเนี้ย
แสดงว่าเราใกล้ถึงไทยแล้วสินะ
แถมสนามบินที่นี่ไม่มีมีจุดชาร์จแบตและ USB เลย
นอกจากแถวหน้าห้องน้ำและตรงถังขยะ
ก็ต้องนั่งยองๆ รอชาร์จอยู่ตรงพื้นนั่นแหละ
(ถ้าทนทรมาณดมกลิ่นไหว ฮ่าๆๆๆๆ)
คิดได้ไงเนี้ยยยยยย
ทนรอ หลับๆ ตื่นๆ อยู่เก้าชั่วโมง
ในที่สุดก็ได้นั่ง Malaysia airlines ต่อมาภูเก็ต
พร้อมกับมีประกาศเป็นระยะๆ แม้ก่อนเครื่องลงจอดว่า
ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินให้รีบทิ้งทุกสิ่งไว้
แล้วหนีไปทางออกฉุกเฉิน
นึกในใจว่า มีอะไรเหรอ เห็นนางประกาศย้ำจัง
จริงๆ เจอ Turbulence/หลุมอากาศหนักมาก
จนจู่ๆ จนท ก็หยุดรถเข็นอาหาร แล้วรีบนั่งลงข้างๆ ดิฉัน
แล้วก็รีบรัดเข็มขัด จนกระทั่งมีประกาศให้ถอดเข็มขัดได้
กาแฟร้อนๆ ก็กระฉอกจนต้องหาถุงพลาสติกมาคลุมเอาไว้
พร้อมเสียงป้าข้างๆ อ้วกเป็นระยะๆ เป็นฉากประกอบ
ดิฉันบอก จนท ให้ใส่นมในกาแฟให้ด้วย
นางบอกใส่แล้วๆ แต่กินยังไงก็เป็นกาแฟดำอยู่ดี
บอกอีกคนว่าของนมมาเติมกาแฟ ก็ไม่ยอมเอามาให้ซักที
พอเดินไปท้ายเครื่อง พนงก็เทนมใส่จนล้นแก้ว
แล้วบอกเดี๋ยวทำแก้วใหม่ให้ละกัน
แต่จนเครื่องลงก็ยังไม่ได้ทานกาแฟอยู่ดี
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพนง ชุดนี้เนอะ งงจัง
ก่อนจะไปถึงสนามบินภูเก็ต
เริ่มเห็นเมฆฝนครึ้มทะมึนมากๆ
และหลังจากลงจากสนามบินที่ตึกใหม่ ระบบใหม่ๆ
คุณลูกก็พาแวะไปจกส้มตำเจ้าอร่อยที่ป่าหลาย
จนกลับถึงบ้าน ฝนก็ยังตกหนักเหมือนฟ้ารั่วตลอดทาง
ทริปนี้ต่างจากการเดินทางทุกครั้งคือ
ต้องรับกระเป๋า ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองออก/เข้าใหม่ทุกครั้ง
ไม่ได้อยู่แต่ในจุด transit ของสนามบินเช่นที่ผ่านมา
นับว่าเป็นภาระมาก เพราะกระเป๋าไม่ใช่ใบเล็กๆ เลย
ถาม จนท หลายๆ ครั้ง ว่าทำไม
ไม่ check through กระเป๋าให้จนถึงภูเก็ตเลย
จนท แต่ละคนก็เดาไปต่าง
ว่าคงเป็นเพราะ transit นานหลายชั่วโมงบ้างละ
อีกอย่างก็นั่งไปคนละสายการบิน จึงไม่ได้ประสานกันให้
ฟังงดูซับซ้อนมาก
จากประสบการณ์หลายๆ อย่าง
ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันตอนเดินทางเช่นนี้
ทำให้ดิฉันนึกไปถึงคนไทยอีกหลายคน
ที่ไม่ชอบเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
หรืออาจจะอยากเรียน แต่ยังไงๆ ภาษาก็ไม่แข็งแรง
ถ้าต้องมาเจอกับหลายๆ เหตุการณ์ต่างๆ
ที่ต้องใช้ภาษาต่างด้าวในต่างแดนในการแก้ปัญหา
เขาจะต่อสู้เพื่อให้ผ่านพ้นไปได้อย่างไรน้อ ห่วงจัง
ดิฉันชอบ air hostess ของ AA มาก
นางน่ารัก friendly and sweet
ช้อบชอบ คนที่พูด dear honey sweetheart จนติดปากเนี้ย
แม้ว่า จนท ของ AA จะอายุมากกว่าสายการบิน Cathay, MH ก็ตาม
พอเดินทางเข้าโซนเอเชีย
แล้วรู้สึกตกใจที่เห็นทั้ง จนท
ทั้งในสนามบินและบนเครื่องดูเด็กมากๆ
เหมือนเพิ่งเรียนจบมัธยมปลายเลย
ในขณะที่ประเทศอเมริกาและแคนาดา
ยังมีคนสูงอายุมากๆ อยู่ในตลาดแรงงานทั่งไป
เอิ่ม…เขียนยาวจัง
ใครอ่านจบมารับลูกอมเป็นรางวัลได้นะ 555
เนื่องจากยังงงๆ ปรับเวลานอนไม่ถูก
จึงตื่นตีสอง มาเพื่อ???!!!
ปอลอ ช่วงที่เจอ Turbulence หลายรอบ
เครื่องบินตกหลุมอากาศหนักมากๆ กว่าทุก flight
ดิฉันได้แต่ทูลขอกับพระเจ้าว่า
ถ้าไม่รอดจากทริปนี้
ก็ขอฝากแม่วาสด้วย อย่าให้แม่ทุกข์ใจมากเกินไป
ฝากเช็ดน้ำตาให้หม่อมแม่ด้วย
แล้วก็ขออภัยและให้อภัยกับทุกคน
แล้วก็หลับไป พร้อมเผชิญกับความตายอย่างสบายใจ
ไม่ว่าจะลืมตาตื่นอีกทีในโลกหรือสวรรค์ก็ตาม
Happy Ending จริงๆ สำหรับทริปนี้ ^___^

Posted in Uncategorized | Leave a comment

The Prodigal

Your story is for His glory!
My heart goes out for all parents with such pain!
คนเราถ้าไม่เจอกับตัวเอง
จะไม่มีทางเข้าใจหัวกอคนอื่นหรอก
ว่าต้องเจออะไร สาหัสแค่ไหน
เช่นเดียวกับพ่อแม่ผู้รับใช้ที่สัตย์ซื่อคู่นี้
ที่เลี้ยงลูกสามคนอยู่ในทางของพระเจ้ามาตลอด
แต่เมื่อลูกๆ ทั้งสามคนย่างเข้าสู่วัยรุ่น
หัวใจพ่อแม่ต้องแตกสลายอยู่เจ็ดปีเต็ม
เหมือนฝันร้าย ที่ทุกๆ วันต้องตื่นมาพบกับความจริงที่โหดร้าย
เมื่อลูกๆ เริ่มหันหลังให้กับทางของพระเจ้า
หันไปหายาเสพติด ดนตรีที่เน้นความรุนแรง ปาร์ตี้
และความสุขในแบบฉบับที่โลกนี้หยิบยื่นให้
จนวันหนึ่ง พ่อแม่จึงพบกับความจริงที่ว่า
นี่คือสงครามฝ่ายวิญญาณ
ที่มารซาตานพยายามแย่งชิงพรากกล่องดวงใจ
ของพระเจ้า และของพ่อแม่ไปจากอก
และถึงแม้ครอบครัวนี้จะเป็นคริสเตียนจะเข้มแข็งสักเพียงไร
แต่ถ้าลูกๆ ล้อเล่นกับบาป
ก็เท่ากับเปิดช่องทางให้มารเข้ามาแทรกแซงได้
พ่อแม่จึงเริ่มเอาจริงเอาจังในการอธิษฐาน
เพื่อยื้อแย่งจิตวิญญาณลูกกลับมาหาพระเจ้า
หลังจากนั้นลูกทั้งสามก็สำนึกผิด กลับใจมาหาพระเจ้า
ที่ละคนๆ ในเวลาไล่เลี่ยกัน
อยากให้กำลังใจทุกคนที่ดูเหมือนกำลังเสียลูกหลาน
สุดรัก สุดห่วง ที่เคยว่านอนสอนง่าย
แต่พอโตขึ้นกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ว่าพระเจ้าเข้าใจหัวอกคุณดี
เพราะพระเจ้าเองก็มีลูกน้อยผู้หลงหายอีกเป็นล้านๆ คน
ที่พระองค์ยังรัก ยังรอคอย วันที่เขาจะคิดได้
และกลับมาเป็นบุตรสุดที่รัก ที่เชื่อฟังพระเจ้าอีกครั้ง
ความรัก และพลังอธิษฐานของพ่อแม่
จะนำลูกกลับสู่อ้อมกอดพ่อแม่อีกครั้ง
อยากขอบคุณพ่อแม่คู่นี้
ที่ยอมเล่าเรื่องราวร้ายๆ ที่เกิดขึ้นในครอบครัวเขาให้ฟัง
ทั้งๆ ที่เสี่ยงต่อการมองว่าเลี้ยงลูกไม่ดี
หรือต่อการถูกว่าร้ายไปต่างๆ นาๆ
แต่เรื่องของเขา กลับเป็นกำลังใจ ทำให้พ่อแม่อีกมาก
ได้ตระหนักว่าครอบครัวของตนกำลังสู้กับสิ่งใด
และต้องต่อสู้อย่างไร
ขออวยพรให้พ่อแม่ทุกท่าน
ได้ต้อนรับลูกที่หลงหายไปกลับบ้านนะคะ

Posted in Uncategorized | Leave a comment