Beware of Scammers!

จับผิดแสกมเมอร์
Scammers exposed!

1. อย่าให้แสกมเมอร์ล้วงกระเป๋าเด็ดขาด
Never offers anything to scammers esp money.
ถ้าคุยไปคุยมาวกเข้าเรื่องเงิน ไม่ว่าใช้วิธีใดๆ ให้เงินจากกระเป๋าคุณก็รับรองว่าเป็นแสกมเมอร์ ชัวร์ เพราะสิ่งที่แสกมเมอร์ยอมใช้เวลา เพื่อป้อนคำหวานหลายๆ เดือนให้เหยื่อตายใจ เพราะในที่สุดก็เพื่อหลอกเอาเงินนี่แหละ หมดตัวมาไม่รู้ตั้งกี่ล้านบาท กี่คนแล้ว

2. โพสต์รูปหล่อผิดสังเกต
Always post their prince charming pictures
หล่อยังกะนายแบบ รูปก็ไม่เหมือนถ่ายด้วยกล้องธรรมดา แต่เหมือนหลุดออกมาจากแม็กกาซีน แถมใส่แหวนแต่งงานที่นิ้วนางซ้าย แล้วมาหลอกว่าเป็นโสด ก็ให้สงสัยว่าเป็นแสกมเมอร์ไว้ก่อน หรือ รูปส่งให้ดูแล้วก็หมดสต็อคแค่นั้น ถ้าขอรูปเซลฟี่ใหม่ก็จะไม่มีให้ เพราะไปฉกรูปคนอื่นมาลงนิ จะมีรูปใหม่ได้ไง

3. ภาษาอังกฤษแย่มาก
Very poor and broken English
เขียนผิดหลักไวยากรณ์ตลอด หลอกว่าเป็นอเมริกัน แต่สำนวนไนจีเรียชัดๆ แค่ชื่อสกุลของตัวเองก็สะกดผิดแล้ว อย่างว่าแหละ ถ้าการศึกษาดีๆ คงไม่มาเป็นแสกมเมอร์โนะ

4. อาชีพยอดนิยมคือวิศวกร
Top career of scammers: Engineer
คงเป็นเพราะจะได้หลอกเนียนๆ เวลาโทรมา หรือติดต่อมาในเวลาที่แปลกๆ หรือโทรมาเบอร์แปลกๆ หรือให้โอนเงินเลขบัญชีในประเทศที่แปลกๆ ก็จะแถได้ว่าต้องไปขุดเจาะน้ำมันตรงนั้น ตรงนี้ไปเรื่อยเปื่อย

5. ไม่มีชื่อออนไลน์
No Facebook or any online records
หรือชื่อในบริษัท หรือโรงเรียนที่เรียนจบมา ไม่มีเฟซบุ้ค หรือถ้ามีก็เปิดใหม่ และใส่ภาพไม่กี่แผ่น หรือมีเพื่อนไม่กี่คนก็คงใช่พวกนี้แหละ

แต่ถ้าลองใส่ชื่อ หรืออีเมล์ของเขาพร้อมกับ keyword ว่า scam ก็อาจจะเจอได้นะ ลองดูรายชื่อในนี้ค่ะ
http://romancescamsnow.com/dating…/massive-list-of-scammers/

6. ดีเกินคาด
Too good to be too!
เจอปุ้ป รักปั้ป ขอแต่งงาน จะส่งเงินมาให้ใช้ ดีเว่อร์ละก็ระวังตัวไว้ได้เลย รักแท้ต้องใช้เวลาพิสูจน์ ดูใจกันสักระยะ แสกมเมอร์จะเร่งรัด ลุกลี้ลุกลนผิดสังเกต ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ กับเขานะคะ อาทิ เบอร์โทร สมุดบัญชีธนาคาร หรือหมายเลข ID Passport ฯลฯ เพราะอาจหมดเงินในบัญชีได้

7. ไม่กล้านัดพบ หรือคุยสดๆ
Not able to talk face to face or make any appointments
ถ้านัดก็จะมีเหตุหลบเลี่ยงไปเรื่อยๆ ไม่กล้าคุย skype หรือโทรคุยสดๆ เพราะกลัวถูกจับได้ว่าเป็นแสกมเมอร์ จะแถไปเรื่อยๆ ว่าที่ทำงานเข้มงวดมาก ไม่ให้คุยเฟซไทม์ ไม่ให้ถ่ายรูป ฯลฯ แต่จะชอบติดต่อทางพิมพ์ text ข้อความ แทนคุยกันสดๆ

8. เรียนจบมหาวิทยาลัยดังๆ เกิดที่ประเทศนึง โตที่นึง
Born and live in several countries
เรียนที่นึง ลูกก็ไปอยู่ประเทศนึง แถไปเรื่อย เพื่อให้จับไต๋ได้ยาก

9. โกหกไม่แนบเนียน
Pictures tell lies and fake stories
เช่นอายุมาก แต่รูปกลับหนุ่มฟ้อ หรือส่วนสูง 180 cm แต่ในภาพเตี้ย บอกว่าเป็น Engineer แต่แต่งตัวยังกะ CEO บอกว่าเป็น Native Indian แต่หน้าตาออกฝรั่งแท้ๆ ฯลฯ

10. ถึงแม้ว่าไม่เข้าข่ายใดๆ ที่ว่ามาแล้ว ถึงภาษาอังกฤษจะดีเลิศเลอ ถึงจะยอมคุยสดๆ ทาง skype realtime ใดๆ แต่ถ้าบอกว่ามีปัญหาโน่น นี่ นั่น ให้ช่วยส่งเงิน หรือส่งของไปให้ก็ยังใช่แสกมเมอร์อยู่ดี
ฺBeware: Bottom line of scammers is stealing money from your pocket!

หากเพื่อนๆ เคยเจอกลลวงของแสกมเมอร์นอกจากสิบข้อนี้ ก็รบกวนแชร์มาบอกเล่ากันบ้างนะคะ เพื่อสาวไทยจะได้ไม่เสียเวลา เสียความรู้สึก เสียเงินให้กับจอมลวงโลกพวกนี้ ขอบคุณค่ะ

*****

 

อันนี้เพื่อนที่หาคู่สำเร็จ และได้แต่งงานกับหนุ่มจากเวป Thaicupid ส่งมาให้ ขอบคุณมากค่ะ……กฏของหนูนะคะ
1.กดถูกใจคนที่ระบุอายุผู้หญิงชัดเจน พวกที่ระบุว่าต้องการอายุน้อยๆ (กว่าอายุเรา) อย่าไปมองค่ะ
2.เลือกคนที่อายุไล่เลี่ยกับเราห่างไม่กิน 5 ปี
3.ต้องกล้าเปิดกล้องคุยกับเรา
4.ต้องมีมารยาทให้เกียรติเรา และไม่ลามก
5.เลือกคนที่เพิ่งสมัครหรือสมัครเข้ามายังไม่นาน ซึ่งเราดูได้จากหมายเลขสมาชิกค่ะ

ระวังแสกมเมอร์นะคะ พวกนี้มาคำแรกคือ เรียกเราทีรักเลย แล้วมาบอกรักบอกคิดถึง ซึ่งคนปกติไม่ทำ คนไหนลามกมา เราบล็อกแล้วแจ้ง web ได้เลยค่ะ

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Born to be….an interpreter!

บันทึก (ไม่) ลับของล่าม (นางภาษา)
การจะเก่งภาษานั้นไม่ใช่อยู่เฉยๆ แล้วจะเก่งได้เอง
แต่ต้องใช้ทั้งพรสวรรค์และพรแสวงควบคู่กัน
ต้องขอบคุณความจน ที่ทำให้มุมานะขยันเรียนภาษาอังกฤษ
จนใช้เป็นอาชีพทั้งสอน แปล และเป็นล่าม
มีรายได้เลี้ยงครอบครัวตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
ยังจำได้ตอนเป็นเด็กหอพัก
ต้องเดินรดน้ำแปลงผักหลายๆ รอบ
ก็เหน็บกระดาษท่องศัพท์ไปด้วย
ใช้วิธีรดน้ำไป ท่องศัพท์ไป
แปรงฟันก็ปิดคำศัพท์ไว้หน้ากระจก ท่องๆๆๆๆๆ
นั่งรอรถก็จดเอาคำศัพท์ไป ท่องๆๆๆๆๆ
แม้ทุกวันนี้ก็ยังพยายามเรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
ทั้งดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ
(แม้แต่ฝัน) ก็เป็นภาษาอังกฤษหมด
ชีวิตน่าจะง่ายกว่านี้ถ้าทางบ้านมีเงิน
ส่งให้เรียนภาคอินเตอร์
แต่กลับไปเกิดเป็นเด็กบ้านนอก
แถมกดดันที่พี่น้องเรียนได้ที่หนึ่งหมดอีกต่างหาก
ตัวเองเลยต้องขยันเป็นสองเท่า
เพื่อไม่ให้น้อยหน้าพี่ๆ น้องๆ
สวรรค์ก็เป็นใจ ที่ถึงแม้อยู่บ้านนอก
แต่ทางฝ่ายคุณพ่อพอพูดภาษา
อังกฤษ ฝรั่งเศส ละตินได้
เลยทำให้มีความชอบภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็กๆ
ตอนแรกสอบเข้าราชภัฏได้
แต่ตัดสินใจเข้า กทม มาเรียน
เอกภาษาอังกฤษ มอ รามคำแหง
เพราะอยากทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย
เมื่อเรียนยังไม่จบ ก็สอบเป็นนักแปลได้ที่พัทยา
หลังจากนั้นก็ได้งานที่ใช้ภาษาอังกฤษมาตลอด
แต่ก็ต้องเรียนภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส กรีก ฮีบรูไปด้วย
เพราะมีความจำเป็นที่ต้องใช้อีกหลายๆ ภาษา
และความชอบเรียนภาษาเป็นส่วนตัวด้วย
ถ้าใจรักภาษา ก็ทำให้การเรียนสนุก ง่าย ไม่ฝืนใจ
แต่ถ้าใจไม่รักก็เข็นกันลำบาก
โดยส่วนตัวแล้วถ้านักเรียนไม่รักภาษาก็จะไม่รับสอน
ถ้ามีใจรัก นักเรียนก็เรียนสนุก คนสอนก็มีความสุขไปด้วย
การเป็นนักแปล หรือล่ามนั้นต้องชำนาญ
ทั้งภาษาไทยและอังกฤษพอๆ กัน
(ทั้งภาษาไป และภาษามา)
ถึงจะแปลได้ลื่นไหล ไม่สะดุด
การเป็นล่ามนั้นถ้ามีความชำนาญเฉพาะด้านจะดีมาก
ส่วนดิฉันนั้นชำนาญทางศาสนศาตร์และพระคัมภีร์
จึงมีโอกาสได้แปลในงานสัมมนาและแปลเทศนาอยู่บ่อยๆ
ก็อาจจะมีบ้างที่ติดขัด นึกศัพท์ไม่ออก มีเดาบ้าง
แต่ทันทีที่มีเวลาก็จะศึกษาแก้ไขตรงนั้น
เพื่อครั้งต่อไปจะได้ไม่ทำผิดซ้ำอีก
แต่ส่วนมากก็จะใช้เทคนิคการเดาบ้าง
ดำน้ำบ้าง แต่ก็จะกลับมาโผล่ถูกทางในที่สุด
และงานก็จะผ่านไปได้ด้วยดีทุกครั้ง
ล่ามที่ดีต้องมีคำศัพท์ในคลังสมองเยอะๆ
มีไหวพริบดี ชอบศึกษาค้นคว้า
มีความรู้รอบตัว สติ ไหวพริบต้องดี
หัวไว ถ้าคำไหนแปลออกมาแล้วทำให้คนฟังไม่พอใจ
ก็ต้องพยายามใช้คำที่ฟังแล้วให้เกิดสันติมากที่สุด
เพราะบางทีคนพูดก็อาจจะไม่เข้าใจวัฒนธรรมของอีกฝ่าย
ย่อมทำให้เกิดผิดใจกันได้
คนแปลก็ต้องกลายเป็นทูตผู้สร้างสันติไปด้วย
อาชีพนักแปลเป็นอาชีพที่ต้นทุนต่ำสุด
ไปอยู่ประเทศไหนก็เอางานไปแปลได้
ตราบใดที่มนุษย์ยังพูดต่างภาษากัน
นักแปลก็ยังทำมาหากินด้านนี้ได้ตลอด
ต้องขอบคุณหอบาเบลที่ทำให้มนุษย์พูดหลายๆ ภาษา
จึงทำให้ดิฉันมีอาชีพทำตลอด ไม่เคยตกงานเลย
ตั้งแต่เรียนจบมา จนทุกวันนี้
ลูกสาวก็เป็นล่ามและนักแปลเหมือนแม่
วันนี้นางถามมาเป็นภาษาเยอรมัน
ส่วนแม่ก็ตอบไปเป็นภาษาไทย (ไม่ได้ใช้นานแล้ว)
นางก็ดีใจมากที่แม่ยังจำได้
นางจะได้ฝึกพูดภาษาเยอรมันกับแม่บ่อยๆ (กันลืม)
ดิฉันเสียดายมากที่คนไทยส่วนมากยังไม่เห็น
คุณค่าของการเรียนภาษาอังกฤษ
ทำให้เราต้องเสียเปรียบอีกหลายๆ ชาติ
ที่เด็กรุ่นใหม่เขาเก่งภาษาอังกฤษกว่าเรา
เดี๋ยวนี้มีสื่อดีๆ มากมายให้เรียนทางอินเตอร์เน็ต
แถมยังฝึกพูดกับเพื่อนฝรั่งสดๆ ออนไลน์ก็ได้
มันน่าจะง่ายกว่าการเรียนด้วยตัวเอง
ของเด็กบ้านนอก อย่างสมัยของดิฉันมากนัก
มาร่วมด้วยช่วยกันนะคะ
ช่วยๆ กันเปิดโลกทัศน์สนับสนุนเด็กรุ่นใหม่
ให้เข้าสู่อาเซียนได้อย่างสง่างาม ไม่อายใคร
ตอนที่ดิฉันเรียนจบ และมาทำงานที่ภูเก็ตใหม่ๆ นั้น
คนไทยที่นี่ยังพูดภาษาอังกฤษได้น้อยมากๆ
ดิฉันเลยมีชีวิตที่แสนสบาย กับงานดี ตำแหน่งดี
อยากได้งานโรงแรมใหญ่ๆ ที่ไหนก็ไม่ค่อยจะผิดหวัง
เพราะเป็นที่ต้องการของตลาดมาก
ต่างจากทุกวันนี้ คนจะเข้ามาทำงานด้านการท่องเที่ยว
ก็ต้องได้อย่างน้อยสองสามภาษา
อยากให้กำลังใจว่า
ถึงไม่รวยก็เก่งภาษาอังกฤษได้นะคะ
ถ้าขยันและหมั่นศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญพูดผิด พูดถูก ไม่ต้องอายใคร
อยากเก่งภาษาอังกฤษต้องใจกล้าๆ หน่อยค่ะ
นวลักษณ์
ล่ามที่ไม่เก่ง แต่อึดและขยันเข้าไว้
NawaLove 4 April 2017
Being a professional interpreter
will need both gift and commitment to work hard
in order to excel in the field of languages.

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Be like SALT!

เมื่อวานเย็นที่โต๊ะอาหาร เราคุยกันเรื่องเกลือๆ เพราะเรากลัวความเค็ม ซึ่งจะมีผลต่อไตของเรา ใครไม่เคยตรวจก็ไปเสียนะคะ ทุกอย่างมีทั้งคุณ และโทษเสมออยู่ที่เรารู้จักใข้และเรียนรู้มัน วันนี้ว่ากันด้วยเรื่องเค็มๆ แบบเต็มพิกัด
Salt ที่แปลว่าเกลือ มีที่มาจากคำว่า Sarary เพราะในสมัยที่มีการใช้ระบบเงินเดือนครั้งแรก สมัยนั้นเขาจ่ายเงินเดือนด้วยเกลือ ดังนั้นคำว่าเงินเดือน ในภาษาอังกฤษคือ Salary ซึ่งมาจากภาษาละติน ว่า “Salarium” มีความหมายถึงการแลกเปลี่ยนโดยใช้เกลือเป็นสื่อกลาง และมีรากศัพท์มาจากคำว่า Salt นี่แหละ เนื่องจากในสมัยโบราณ เกลือมีค่าดั่งทองคำ ชาวยุโรปใช้เกลือแลกทองคำจากคนแอฟริกันได้จริงๆ ในยุคโรมันมีการจ่ายค่าตอบแทนทหารเป็นเกลือ
จนมีคำพูดว่าทำอะไรให้คุ้มค่าเกลือกันหน่อย และมีการใช้เกลือในการแลกสินค้า (Barter)อีกด้วย
คนไทยเราไม่ชอบให้ใครว่าเค็มเหมือนเกลือ แต่พระเยซูบอกว่าให้เราเค็มเหมือนเกลือ (salty not stingy) เพราะเกลือนั้นแม้เวลาผ่านไปกี่ปีก็ยังมั่นคงในความเค็ม
จะเห็นว่า เกลือ หรือ Salt เป็นแร่ธาตุ ที่มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติมาอย่างยาวนานเนื่องจากหายากและมีค่าดั่งทอง สำหรับไทยเรามีการแย่งชิงเกลือในพงศาวดารเมืองน่าน โดยเจ้าผู้ครองนครน่านได้บันทึกไว้ว่า “บ่อเกลือ เป็นสาเหตุสำคัญให้พระเจ้าติโลกราช แห่งเมืองเชียงใหม่ ยกทัพมายึดเมืองน่าน เมื่อ ปี พ.ศ. 1993 ” ปัจจุบัน คือ อำเภอบ่อเกลือ ตั้งอยู่ในจังหวัดน่าน และมีการผลิตเกลือ มาจนถึงทุกวันนี้
ในสมัยกรุงธนบุรี ยังมีการพูดถึงเกลือ เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราช เห็นความสำคัญของเกลือ จึงมีการสร้างฉางเกลือ เพื่อใช้เป็นที่เก็บรักษาเกลือไว้ใช้ในกองทัพ เพราะเกลือมีประโยชน์ในการรักษาเนื้อและปลา ไม่ให้เน่า เพราะสมัยนั้นไม่มีตู้เย็นและน้ำแข็ง การใช้เกลือจึงทำให้กองทัพของพระเจ้าตากสินมีเสบียงอาหารเป็นจำนวนมาก จนสามารถกู้ชาติได้สำเร็จ เอ่อเนอะ เรื่องเกลือไม่ธรรมดาจริงๆ
ในต่างประเทศ เมื่อคราวที่ มาร์โคโปโล เดินทางไปทิเบต พบว่า ชาวทิเบตใช้เกลือก้อนเป็นเงินตรา เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้า เหมือนกับในอินเดียโบราณ ที่ใช้เกลือเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชาวเมือง และในสมัยโรมัน เกลือ ใช้เป็นค่าตอบแทนทหาร ที่ประเทศเม็กซิโก เทิดทูนเกลือมากถึงขั้นทำอะไรเพี้ยนๆก็มี
ในประเทศฝรั่งเศส การควบคุมและเพิ่มภาษีการทำเกลือ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การปฏิวัติในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
และที่ประเทศอินเดีย มหาตมะคานที ใช้วิธีอารยะขัดขืน เดินทางด้วยเท้าไปยังบ่อเกลือที่ถูกควบคุมโดยชาวอังกฤษ เพื่อแสดงออกถึงการต่อสู้เรียกร้องเอกราช
สำหรับคริสเตียนแล้วเกลือใช้ในการระลึกถึงพันธสัญญา
ลนต 2:13-15 ได้กล่าวว่า พวกเขาใช้เกลือปรุงในการเผาธัญญบูชา และห้ามขาดเด็ดขาด เครื่องเผาบูชามีด้วยกันหลายอย่าง ซึ่งแต่ละอย่างก็มีการประกอบที่​ต่างกัน เช่น เครื่องเผาบูชา ธัญญบูชา ศานติบูชา เครื่องบูชาไถ่บาป เกลือเป็นเครื่องหมายใช้ระลึก “พันธสัญญาของพระเจ้า” เมื่อโลกมองเห็นเราเขาจะเห็นว่าเราซึ่งเป็นคริสเตียนนั้น คือ “คนแห่งพันธสัญญาของพระเจ้า”
คริสเตียนแท้จะรักษาความดีดุจเกลือรักษาความเค็ม ไม่ว่าอยู่ในสภาพเช่นไร มีคนมายั่วยุให้ทำชั่วแค่ไหน คุณธรรมที่ฝังแน่นในใจก็จะไม่เปลี่ยนแปลง
แม้ดาเนียลถูกโยนลงในถ้ำสิงโต แม้โยเซพจะถูกภรรยาเจ้านายยั่วยวน แม้เปาโลจะเฉียดตายตลอดชีวิตของการรับใช้ ผู้ที่เชื่อมั่นในพระเจ้าก็ไม่มีทางจะยอมผ่อนปรนให้กับความชั่ว หรือหันไปทำชั่ว เหมือนเกลือที่ต้องรักษาความเค็ม

ประโยขน์ของเกลือยังไม่หมดค่ะในสมัยก่อนเตาอบส่วนใหญ่จะอยู่นอกบ้าน การที่จะรักษาความร้อนในเตาอบ​ได้นั้นต้องโรยเกลือบนเตานั้น หิมะที่เราขอบนักหนายอมเสียสตางค์แพงๆไปลุยหิมะกันครั้งแล้วครั้งเล่าเขาใช้เกลือละลายความเย็นมีให้เห็นทั่วไปในญี่ปุ่นและยุโรป
แน่นอนหลังจากระยะเวลาหนึ่งเกลือก็หมด ประโยชน์และโยนทิ้งไป ธรรมชาติของเกลือเมื่อถูกใช้ไปจะหมดคุณค่า แต่​สำหรับเราซึ่งเป็นเกลือฝ่ายวิญญาณจะหมดคุณค่าไม่ได้ เพราะถ้าหมดคุณค่า ​อะไรจะเกิดขึ้น มธ5:13 ดังนั้นเราจะทำอย่างไร จึงจะรักษาความเค็มของเราไว้ได้ ?
อจ อุไร facebook.com/urai.sajjaharutai

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Empty your backpack of all your cares

จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า
80% ของโรคภัยไข้เจ็บทั้งหมดเกี่ยวเนื่องกันกับความเครียด
Medical studies tell us that up to 80%
of all illnesses are stress-related in some way.
จริงๆ แล้วร่างกายของมนุษย์ไม่ได้สร้างขึ้นมา
เพื่อเอาความเครียดขนาดนั้นมาแบกรับไว้
The human body was never created
to carry such stress in our backpack.
ดังนั้นขอให้คุณเอาความวิตกกังวลทั้งหมด
แล้วมอบมันไว้กับพระเจ้า
เพราะพระองค์จะดูแลคุณอย่างดี
Empty your backpack of all your cares
and cast each one of them upon God
and He will look after you.

http://www.365promises.com/daily-promises/month/december-2016

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Big Bear Snowtop mountain of CA, USA… Finish my trip and see you in Phuket next week!

Very Happy New Year 2017 to you all.
Yesterday we had so much fun
at Big Bear Snowtop mountain of CA, USA.
May God greatly bless you and your loved ones always.

ขอส่งความสุขปีใหม่ให้ล่วงหน้าให้กับทุกๆ ท่านนะคะ
เนื่องจากช่วงนี้เดินสายเก็บเกี่ยวพระพรและความสุข
จนไม่ค่อยได้ออนไลน์ซักเท่าไหร่
เมื่อวานเป็นวันที่ทั้งเด็กๆ และหัวหน้าเด็กมีความสุขกันมาก
เนื่องจากแถวนี้ไม่มีหิมะให้เล่น จึงต้องขับรถสองชั่วโมง
ขึ้นไปบนยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมหนาหลายนิ้ว
เราก็เล่นขว้างปาหิมะใส่กัน ไม่รู้คนไหนเด็กหรือผู้ใหญ่
เพราะทุกคนเล่นกันจนลืมวัยไปเลย อิอิ
จากขวา อิฉันผู้อาวุโสสุดประจำคณะ เคท อารีเอล นาตาชา อจ เจิม โมรียาห์
ปอ ลอ ขากลับรถติดมหาศาล เพราะมีด่านตรวจให้รถที่ไม่มี 4 wheels
หยุดติดโซ่ล้อกันถนนลื่นน้ำแข็ง ไม่งั้นก็ห้ามขับขึ้นเขาค่ะ
บนยอดเขาราวๆ – 2 C. พวกเราหาจุดที่จะเล่นสไลด์ไม่เจอ
เลยมาหยุดที่สนามกว้างๆ ในหมู่บ้านเล็กๆ บนยอดเขากัน
ขับรถวนๆ หาห้องน้ำยากมาก ในที่สุดก็ไปเข้าห้องน้ำในห้าง
ทริปนี้นับว่าเจอวิบากกรรมเรื่องเดินหาห้องน้ำมาก
ไม่ว่าที่อังกฤษ อเมริกา แคนาดา
ยิ่งหน้าเทศกาล ที่สาธารณะกลับล็อคห้องน้ำเฉยเลย งงๆๆๆ

A wonderful day trip at Big Bear Mt, CA.
เมื่อขึ้นไปบนยอดเขา ติดลบราวสององศา C
แต่บรรยากาศของหมู่บ้านที่เราอยู่ใกล้ๆ เขาลูกนี้
อากาศเย็นสบายๆ ราวๆ สิบองศา C
แต่พอรถขับขึ้นไปได้สักชั่วโมง
ก็เริ่มเห็นหิมะประปรายสองข้างทาง
พอขึ้นไปใกล้ถึงยอดเขาบิ้กแบร์ที่สูงเกือบสามกิโลเมตร
หิมะก็หนาขึ้นๆ จนในที่สุดก็ขาวโพลนหนาหลายนิ้ว
เต็มป่าสน บนหลังคาบ้าน บนถนน จนรถตักหิมะต้องมาคอย
เก็บกวาดตามถนนหนทาง เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร
ขากลับรถติดมาก เพราะนักท่องเที่ยวขับรถมาอย่างล้นหลาม
จน จนท ต้องปล่อยให้วิ่งได้ทีละข้าง
แต่ถึงอย่างไร ก็ได้ใช้เวลาช่วงรถติดนี้
ชื่นชมความงามสองข้างทาง
และได้ขอบคุณพระเจ้าที่ให้วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุด
ในตลอดเวลาสองเดือนแรกที่มาถึงอเมริกา
นี่คือสิ่งที่ตาไม่เคยเห็น หูไม่เคยได้ยิน
แต่พระเจ้าก็เตรียมสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกๆ พระองค์มาชื่นชม
เมื่อยามอยู่กับธรรมชาติเช่นนี้
ยิ่งสัมผัสได้ว่าพระเจ้ารักเรามากสักเพียงไร
จริงๆ แอบถอดใจกับอเมริกาแล้วหล่ะ
เพราะที่พักช่างหายาก หาเย็นจริงๆ แถมแพงด้วย
เลยคิดว่าจะเปลี่ยนตั๋วเครื่องบินกลับไปแคนาดาดีกว่า
เพราะที่นั่นมีที่พักที่แคนาดารออยู่แล้ว
แต่ช่วงเทศกาลแบบนี้ การเปลี่ยนตั๋วก็ไม่ใช่ง่ายๆ
ก็ต้องรอฟังหลังช่วงปีใหม่ก่อน ว่าจะเปลี่ยนตั๋วได้ไหม
แต่ถ้ารีบกลับเสียก่อน
ก็คงไม่ได้มาเห็นความงามของบิ้กแบร์เป็นแน่
ต้องขอบคุณมากๆๆๆๆๆ สำหรับ อจ แพน
ที่มีความอดทนมากในการขับรถขึ้นลงเขา
ในทางคดเคี้ยวลื่นๆ บนถนนน้ำแข็ง
ซึ่งรถติดมหาศาลเป็นพืด ใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง
และ Pann Airllines ก็พาพวกเรากลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย
ขอขอบคุณ อจ เจิมที่เตรียมอาหาร
และเครื่องอำนวยความสะดวกให้กับเราชาวคณะ
ได้อิ่ม อร่อย และมีีความสุขตลอดทริปที่น่าประทับใจนี้ค่ะ
ขอพระเจ้าอวยพรน้ำใจอันดีของท่านทั้งสองด้วยนะคะ

Finish my trip and see you in Phuket next week!
วันที่ 8 มค นี้พบกันที่ประเทศไทย จบทริปแปดเดือนมาราธอน
เที่ยวสามประเทศแล้ว คิดถึงส้มตำมากที่สุด 555
สวัสดีปีใหม่ค่ะ เพื่อนๆ ทุกคน ขอให้สุขภาพแข็งแรงๆ
มีความสุขกันมากๆ นะคะ
May you and your family have a very blessed
and happy New Year 2017
with many glorious blessings
and God’s favor upon your lives.Wishing all dear friends a very blessed Christmas
with love, joy and peace from our Father.
We have celebrated this event at LaoiTV, CA.
สุขสันต์วันคริสต์มาสแก่ทุกๆ ท่านนะคะ
ปีนี้เราร่วมฉลองกันที่ลาวที่วีในอเมริกาค่ะ
ขอพระเจ้าประทานพรให้ทุกท่านมีแต่ความสุข
ความรัก และความยินดีอย่างเปี่ยมล้นตลอดไปนะคะ
ตอนนี้อุปกรณ์สื่อสารที่ขนมาจากเมืองไทย
ค่อยๆ ล้มหายตายจากไปทีละชิ้น
ใช้ได้แต่คอมพ์เพียงเครื่องเดียว
ซึ่งต่อไปคงไม่ค่อยมีภาพมาให้ดูชมกัน
ยกเว้นไปหยิบยืมคนอื่นมาลง

Posted in Uncategorized | Leave a comment

ปีใหม่หรือปีเก่า มันขึ้นอยู่กับว่า….

อย่าหยุดแค่ทำแค่สิ่งที่ดี แต่จงก้าวต่อไปทำสิ่งที่ดีกว่าเดิม
ทำให้ดียิ่งๆ ขึ้น จนถึงดีที่สุด
เพราะศัตรูของดีกว่าคือดี
ศัตรูของดีที่สุดคือดีกว่า
วันนี้มีอะไรบ้างที่เราพร้อมจะเปลี่ยน
และก้าวออกจากมุมสบายที่คุ้นเคย
เพื่อก้าวต่อไปถึงสิ่งที่ดีที่สุด?
Rom 12:2 Discern what is the will of God,
what is good and acceptable and perfect.
New Year, New Life, Press to finish the race!

วันนี้ประทับใจที่ ดร วิชาญกล่าวไว้ที่ คจ ไทยมิชชั่นว่า…
ปีใหม่หรือปีเก่า มันขึ้นอยู่กับว่า
เราต้องการย่ำอยู่กับที่ตามความเคยชิน
หรือจะพัฒนาปรับเปลี่ยนนิสัยใหม่
โดยตามหลักจิตวิทยาแล้วก็ควรจะทำแบบ fade in/ fade out
คือเอาของใหม่ๆ เสริมเข้ามาทีละนิดๆ
เพราะปกติแล้วคนเราใช่จะเปลี่ยนได้
แบบปุ๊บปั๊บ extreme makeover เลยทันที
การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในปีใหม่นี้
ด้วยการยอมออกจากสิ่งเก่าๆ ที่คุ้นเคย
ก็ย่อมมีความเสี่ยงกันทั้งนั้น
แต่ชีวิตคนเราจะเติบโตไม่ได้
ถ้ายังฝังตัวอยูแต่ในอดีตที่เดิมๆ เซ็งๆ ไม่ยอมไปไหน
ไม่ยอมทำอะไรที่แตกต่างจากเดิม
การยอมเปลี่ยนแปลงก็เท่ากับกล้าที่จะเติบโต
ตามความสามารถ ตามประสบการณ์
ตามสติปัญญาที่พระเจ้าให้มาเป็นต้นทุน
ในการนำมาปรับเปลี่ยน เพื่อต้อนรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต
แต่ถ้าไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ก็เท่ากับไม่พร้อมที่จะเติบโต
บางครั้งเราก็มัวแต่เอาตัวเองไปจำคุกอยู่กับอดีต…
อย่าขังตัวเองไว้ในนั้น แต่จงมุ่งไปข้างหน้าต่อไป
95 % ของคนเรานั้นชอบทำแต่ในสิ่งเก่าๆ สไตล์เดิมๆ
แบบอนุรักษ์ของเก่า
ไม่กล้าลงทุน ไม่กล้าเสี่ยง ที่จะก้าวออกไปในทางที่ไม่คุ้นเคย
ดังนั้น สิ่งใหม่ๆ กิ่งใหม่ๆ ฤดูกาลใหม่ๆ จึงไม่อาจเกิดขึ้นได้
ส่วนอีก 5% นั้นคือคนที่กล้าเลือก
กล้าเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นๆ
กล้าเสี่ยง กล้าตัดสินใจ
เพราะเมื่อเราตัดสินใจสิ่งใดลงไปแล้ว
เราเองคือผู้ที่จะต้องอยู่กับผลลัพท์นั้น
โทษใครไม่ได้ ในสิ่งที่เราเลือกเอง…
พระเจ้ามีวันใหม่ๆ ที่ดีเตรียมไว้สำหรับเราทุกคน
เหมือนกับที่พระเจ้าสร้างสวรรค์ใหม่ โลกใหม่
แม้แต่เซลส์ในร่างกายเราก็ต้องปล่อยให้เซลส์เก่าๆ
นับล้านๆ เซลส์ตายไปทุกๆ วัน
เพื่อสามารถต้อนรับเซลส์ที่ผลิตมาใหม่ๆ
เข้ามาทำให้ร่างกายเราเจริญเติบโตขึ้นๆ
ปีใหม่ก็เหมือนปุยหิมะที่ตกลงมาใหม่ๆ
ถ้าเอาสิ่งที่เราตัดสินใจเลือก
สิ่งที่เราต้องการ ประทับตราลงไป
เหมือนรอยเท้าที่อัดฝังแน่นในหิมะ
ก็จะคงอยู่ตลอดไป
ดังนั้นแม้เราจะอายุเพิ่มขึ้นๆ
เราก็ยังต้องเติบโตขึ้นตามวัย
มุ่งมั่นที่จะให้กิ่งก้านใหม่ๆ ที่สวยงามเกิดขึ้นในชีวิตอยู่เสมอๆ
เราตัดสินใจเลือกได้ว่าอยากเติบโตยิ่งๆ ขึ้น
หรืออยู่แบบซังกระตายในกรอบเดิมๆ ที่ตัวเองคุ้นเคย
คนที่กล้าเสี่ยง กล้าลงทุนก็มีโอกาสเห็นผลกำไร
แต่คนที่มัวแต่กลัว ไม่กล้าเสี่ยง ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง
เขาจึงไม่เคยเห็นผลกำไร
จากการที่เปโตรยอมเสี่ยง เดินออกจากเรือ
เมื่อพระเยซูตรัสว่า ออกมาเถิด
จึงทำให้เปโตรมีประสบการณ์ที่ดีกว่าคนอื่นๆ
ที่ไม่เคยเดินบนน้ำเลย
อย่าหยุดแค่ดี แต่จงก้าวต่อไปทำสิ่งที่ดีกว่าเดิม
ทำให้ดียิ่งๆ ขึ้น จนถึงดีที่สุด
เพราะศัตรูของดีกว่าคือดี
ศัตรูของดีที่สุดคือดีกว่า
วันนี้มีอะไรบ้างที่เราพร้อมจะเปลี่ยน
และก้าวออกจากมุมสบายที่คุ้นเคย
เพื่อก้าวต่อไปถึงสิ่งที่ดีที่สุด?

Is 43:18-19 “จงลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมาแล้ว อย่าฝังใจกับอดีต
ดูเถิด เรากำลังทำสิ่งใหม่! มันเริ่มขึ้นแล้ว เจ้าไม่เห็นหรอกหรือ?
เรากำลังสร้างทางในถิ่นกันดาร และสายธารต่างๆ ในที่แห้งแล้ง
Phil 3:13,14,16 พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่ถือว่าตนเองฉวยสิ่งนี้มาได้แล้ว
แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่ง คือลืมสิ่งที่ผ่านมาและโน้มตัวไปหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า
ข้าพเจ้ารุดหน้าไปสู่หลักชัย
เพื่อคว้ารางวัลซึ่งพระเจ้าได้ทรงเรียกข้าพเจ้าจากสวรรค์
ผ่านทางพระเยซูคริสต์ให้ไปรับ

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Sweet and gentle voice of my Sheperd!

รักแท้….หวังดีเสมอ ไม่ทำให้เสียใจ สัตย์ซื่อตลอดเวลา
รักแท้….ไม่ทำร้ายจิตใจ ปกป้อง คุ้มครอง
ถึงบางครั้งพระเจ้าตีสอน เมื่อลูกทำผิดพลาด พลั้งไป
แต่พระเจ้าไม่ได้ตีให้ตาย แต่ตีเพื่อให้ดีขึ้น
เหมือนผู้เลี้ยงที่ดี ย่อมพันแผลให้ลูกแกะ
และทนุถนอม ให้ลูกแกะนั้นฟื้นคืนสู่สภาพดี
ต่างกับผู้ที่มาเพื่อลัก ฆ่า และทำลาย
เขาจะเสแสร้งทำดีตอนแรกๆ ให้เหยื่อตายใจ
หลังจากนั้น เขาจะค่อยๆ ทำร้ายเธอมากขึ้นทีละนิดๆ
หากเธอแสนซื่อ ไม่รู้จักปกป้องตนเอง
เขาก็จะเริ่มตักตวงเอาทุกอย่างจากชีวิตเธออย่างไร้ความปราณี
เมื่อเธอทักท้วง เขาจะทำเฉยชาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
และยังคงทำร้ายเธออย่างต่อเนื่องต่อไป
ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการกดสองปุ่มคือ “Delete” และ “Block”
เธอรู้ไหม ถ้อยคำของพระเยซูที่บอกว่า
“แกะของเรา ย่อมฟังเสียงของเรา”
เธอผู้เป็นแกะตัวน้อยๆ ของพระเจ้า
เธอฟังออกไหมว่าเสียงไหน เป็นเสียงของพระผู้เลี้ยง
ที่อ่อนโยน อ่อนหวาน สุภาพ และแสนดี
ถ้าเป็นเสียงของพระเจ้าเธอจะรู้
เพราะพระเจ้าจะไม่ทำให้เสียใจ สัตย์ซื่อตลอดเวลา
พระเจ้าจะไม่ยอมทำร้ายจิตใจเธอ แต่จะปกป้อง คุ้มครองเธอเสมอ
หรือเป็นอีกเสียงของคนที่ฟังแล้วดูดี
แต่ลึกๆ แล้ว เขามาเพื่อลัก ฆ่า และทำลาย
เพื่อเอาสันติสุขที่พระเจ้าให้… ออกไปจากชีวิตของเธอ
เธอต้องตัดสินใจเลือกว่าจะยอมฟังเสียงใหนกันแน่

Posted in Uncategorized | Leave a comment