Culture Shock!!

 

มีโอกาสได้แปลเรื่องครอบครัวออสเตรเลียที่รับคนไทยไปอยู่ด้วยแบบ Homestay แล้วเกิดอาการคันมือยิกๆ อยากเขียนเรื่องความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมขึ้นมา ในฐานะที่เคยเข้าอบรม Cross Cultural Course มาแล้ว วันนี้มาในมาดนักวิชาเกิน 555555 สาเหตุที่เขียน หนึ่ง เพื่อให้เนยอ่านเป็นคนแรก สอง เพื่อช่วยให้คนไทยที่ยังไม่เคยสัมผัสวัฒนธรรมต่างชาติได้เข้าใจความเป็นจริงว่าเมืองนอกไม่ใช่สวรรค์อย่างที่คิด เราอยู่ที่ภูเก็ตจนเริ่มชาชินกับภาพที่หญิงไทยส่วนหนึ่งหลั่งไหลมาทำงานที่นี่ด้วยเป้าหมายเดียวกัน ที่ว่าได้สามีฝรั่งแล้วชีวิตจะแฮปปี้เอ็นดิ้งยังกะเทพนิยาย แม้ฝรั่งจะอายุปูนไหน บางคนรุ่นคุณปู่แล้วยังสามารถหาสาวน้อยๆ มาเป็นภรรยาสบายๆ ถ้าต่างฝ่ายต่างรักกันจริงๆ ก็ดีนะคะ แต่ที่อดเป็นห่วงไม่ได้คือคนที่ไม่รักแต่ทำไปเพราะต้องการความสุขสบาย สงสารลูกที่เกิดมาไม่นานพ่อก็ต้องตายเพราะโรคชรา หรือถึงมีชีวิตอยู่ก็งกๆ เงิ่นๆ ช่วยเลี้ยงลูกแทบไม่ไหว ฝรั่งไม่ได้รวยทุกคน ถ้าไปถึงประเทศเขาแล้วจะเห็นฝรั่งจรจัดที่เรียกว่าพวกบัม นอนตามข้างถนนหรือมาเช็ดกระจกขอเศษตังค์ หรือที่มาหางานทำในเมืองไทยหนีคดีมากบดานก็มี บ้างไม่มีวุฒิอะไรแต่ก็ปลอมหลักฐานเพื่อให้ได้ทำงานในไทยก็มี อยากให้คนไทยที่ยังมองฝรั่งด้วยแว่นตาสีชมพูได้เข้าใจว่าฝรั่งไม่ใช่เทวดา มีทั้งดีและชั่ว ทั้งจนและรวยปะปนกันไปเหมือนคนไทย จะรักใครเลือกใครก็พิจารณาไตร่ตรองให้ดี สุภาษิตไทยที่ว่าช้าๆ ได้พร้าเล่มงามยังใช้ได้อยู่ ไม่ใช่ เจ้าเห็นเขางามก็ตามเขาไป พบรักทางอินเตอร์เน็ตแล้วก็รีบหอบผ้าหอบผ่อนตามเขาไป แล้วไปเจอพ่อเล้าแมงดาบังคับให้ขายตัวก็ชอกช้ำมามากแล้วนะเออ กลับมาคอมเมนต์(ด้วยสีดำ)เรื่องที่เกริ่นไว้ดีกว่า

 

รอยยิ้มนับว่าสำคัญมากสำหรับคนออสเตรเลียเพราะนั่นแสดงให้เห็นความเป็นมิตรที่ดี คนที่ไม่ยิ้ม บ่งบอกว่าเป็นคนเศร้าหรือไม่เป็นมิตร

เออ เพิ่งรู้แฮะ นึกว่ามีแต่สยามเมืองยิ้มที่เอาเรื่องนี้มาเป็นไฮไลท์การท่องเที่ยว

หากคุณทำบางอย่างผิดพลาดควรพูดว่า “I’m sorry” ไม่ต้องกลัวว่าภาษาอังกฤษยังใช้ไม่ได้เพราะมันอาจจะดีกว่าที่คุณคิด คนออสเตรเลียดีใจที่เห็นคุณอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษ แม้ว่าคุณพูดได้เพียงเล็กน้อยก็น่าประทับใจแล้ว

คนไทยไม่ชอบขอโทษอะนะ นอกจากเหยียบตาปลาใครเข้า หรือทำผิดมหันต์ประมาณว่าอาชญากรจึงไปขอโทษต่อหน้าโลงศพผู้ตาย ประมาณนั้นรึเปล่า จริงๆ แล้วไม่เห็นต้องรักษาหน้า/อีโก้ขนาดนั้นก็ได้ ใครๆ ก็ทำผิดพลาดกันได้เป็นเรื่องธรรมดา

เด็กไทยรุ่นใหม่ก็กล้า และเก่งดีเนอะ สมัยเราไม่ค่อยกล้าพูดกล้าถาม ยิ่งเจอฝรั่งกลับวิ่งหนีซะเนี่ย

ครอบครัวโฮมสเตย์จะแนะนำให้คุณรู้จักครอบครัวและพาไปดูรอบๆ บ้าน พร้อมทั้งอธิบายให้ทราบว่าสิ่งไหนที่ใช้ได้และควรใช้เวลาไหน

อันนี้ฝรั่งค่อนข้างติดละเอียดลออเรื่องรายละเอียด ไม่ว่าสถาบันเล็กใหญ่ก็จะโอเรียนเตชั่นกันจนเข้าใจ คนไทยชอบให้เดาเอา พอทำผิดตากรรมการถึงจะมาดุว่าเอาทีหลัง ฮ่วยยยย

กฎหมายของออสเตรเลียถือว่าทั้งหญิงและชายเท่าเทียมกัน สามีถือว่าภรรยาเป็นหัวหน้าครอบครัวเท่าเทียมกับตน ภรรยาส่วนมากทำงานนอกบ้าน ดังนั้นคนทั้งหมดในครอบครัวจึงต้องช่วยงานบ้าน ไม่มีสมาชิกคนใดในครอบครัวมีอำนาจเหนือผู้อื่น ที่ออสเตรเลียจึงไม่ได้ถือว่าพี่มีความสำคัญมากกว่าน้อง พี่ไม่สามารถใช้อำนาจออกคำสั่งน้องแบบไม่สุภาพได้

ฮิ้วววว ..อันนี้ถูกใจหลายเด้ นึกภาพออกเลยว่าพวกคุณหนูไทยคงไปทำพิษเข้าไว้ละสิท่า ถึงมีกฎข้อนี้ขึ้นมา โสะน่ะน้า 5555555 นึกภาพออกไหมครอบครัวที่แม่ทำงานรับใช้ลูกกะสะมีดั่งทาส ใครเคยเห็นยกมือขึ้น พรึ่บบบบบ ว่าแล้วอิฉันอยากย้ายไปอยู่ออสเตรเลียหล่ะซิ เบี่ยระบบไฮราคีเมืองไทยเต็มทน หญิงไทยต่อให้มีการศึกษาแค่ไหนก็ยังเป็นเหมือนพลเมืองชั้นสองอยู่ดี อันนั้นก็งานผู้หญิง อันนี้ก็งานผู้หญิง แล้วอันไหนมันงานผู้ชายฟร้ะอีกอย่างเคยติดต่อราชการไทย ทั้งที่แฟ้กซ์มีแต่ท่านไม่เอา ท่านจะต้องให้ขับรถตั้งหลายสิบกิโลเอาจดหมายไปกราบกรานส่งถึงที่ ท่านจะช่วยรัฐประหยัดน้ำมันและช่วยประหยัดเวลาการทำงานของราษฎรผู้เสียภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างอิฉันไม่หรือคะท่าน ระบบขุนนางเจ้าพระยาเนี่ยลดละเลิกไปบ้างก็ดีนะเจ้านาย

ครอบครัวโฮมสเตย์จะให้ท่านได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ การออกไปเที่ยว การสนทนา และงานบ้านต่างๆ ด้วย ทุกคนในบ้านทั้งชายและหญิงต้องช่วยกันจัดเตียงและดูแลห้องของตนให้สะอาดเรียบร้อย รวมทั้งช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ เช่นจัดโต้ะและล้างจาน เพื่อให้งานในบ้านราบรื่น คุณจึงต้องช่วยงานนี้ด้วย

ดีแล้วหล่ะคะที่บอกให้คุณหนูไทยรู้ตัวก่อนออกเดินทาง ดีกว่าไปทะเลาะตบตีกันภายหลัง คุณพ่อทั้งหลายช่วยเป็นตัวอย่างให้ลูกๆ รู้จักให้เกียรติแม่บ้าน และช่วยงานบ้านบ้างก็ดีนะคะ เวลาเขาต้องไปอยู่กับคนอื่นจะได้ไม่มีปัญหากันทีหลัง

โฮมสเตย์ไม่ใช่โรงแรม ครอบครัวโฮมสเตย์รับนักเรียนต่างชาติมาอยู่กับตนเพราะต้องการมีประสบการณ์ใหม่จากการได้รู้จักกับคุณและวัฒนธรรมของคุณด้วย หากเปรียบเทียบดูแล้ว เงินที่ครอบครัวได้รับน้อยมากถ้าเทียบกับที่คุณต้องจ่ายให้กับโรงแรมสำหรับบริการทุกอย่างที่คุณจะได้รับ คุณจำเป็นต้องขอร้องอย่างสุภาพถ้าต้องการให้คนในบ้านช่วยทำสิ่งใดให้ เช่น พูดว่า Could you help me, please?, Would you be able to… ? และควรพูด ‘Please’ and ‘Thank you’ ให้ติดปากเสมอ ไม่ควรใช้คำพูดเหมือนที่ใช้กับบริกรตามโรงแรมโดยเด็ดขาด

อันนี้ตั้งแต่ไปทานข้าวกับเพื่อนฝรั่งบ่อยๆ อิฉันก็เปี๋ยนไป๋เหมือนกัน คือเวลาที่บริกรยกข้าว น้ำ ตังค์ทอนก็ต้องขอบคุณไปทุกครั้ง ต้องอายคอนเทคและยิ้มหวานๆ ด้วย อันนี้ฝรั่งเขาเทรนมาดี ทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่มีการไปจิกใช้ยังกะคนใช้ ข้อนี้ดีมากๆ เลย ขอให้คนไทยที่รู้จักขอบคุณและขอโทษบ่อยๆ จงเจริญ ไชโย้ตอนเช่าห้องอยู่ที่กรุงเทพดิฉันให้บรรดาคุณหนูลูกคนมีกะตังค์ไปใช้ห้องตอนปิดเทอม พอคุณเธอย้ายออกก็ทิ้งขยะและห้องที่รกรุงรังไว้ให้ยังกะไปพักโรงแรมห้าดาวเลย ต้ายตายพอจะนึกภาพออกไหมคะว่าเวลาอยู่บ้านเด็กจะถูกสปอยล์แค่ไหน อิฉันเลยมาเตือนลูกตัวเองว่าไปอยู่บ้านคนอื่นอย่าทำอย่างนี้

การเคารพกฏเกณฑ์ภายในบ้านรวมทั้งแม่พ่อถือว่าสำคัญมาก คุณควรบอกให้ท่านรู้ล่วงหน้าว่าคุณวางแผนจะทำอะไรบ้าง สิ่งนี้จะช่วยให้คุณมีความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวนี้ได้

ตอนหลานที่แคนาดามาไทย จะเข้าห้องน้ำก็มาบอก จะเปิดตู้เย็นก็มาขอ ตอนแรกก็งงๆ นานๆ ไปก็คิดว่าดีนะ inform ทุกอย่างถือเป็นการให้เกียรติอย่างนึง เพื่อนเยอรมันจะนัดกะเรายังต้องหันไปถามภรรยาก่อน โอเคไหม แต่สามีของพี่ไทยหายสาบสูญไปหลายวันยังไม่รู้เล้ยยยว่าศพอยู่ที่ไหน

ห้องนอน ที่ออสเตรเลียถือว่าห้องนอนเป็นที่ส่วนตัวอย่างมาก ห้ามมิให้เข้าห้องนอนคนอื่นโดยไม่เคาะประตู และต้องยืนรอจนกว่าเจ้าของห้องจะเชิญคุณเข้าไป ห้ามรื้อค้นสิ่งของในโต้ะหรือลิ้นชักผู้อื่น ห้ามมิให้เก็บหรือรับประทานอาหารในห้องนอนเพราะทำให้หนูและแมลงต่างๆ เข้าห้องได้

ฝรั่งเขาค่อนข้างถือเรื่องความเป็นส่วนตัวมาก พ่อแม่ลูกต่างเคารพสิทธิของกันและกัน เวลาแนะนำครอบครัวก็จะต้องแนะนำครบหมดไม่ว่าลูกจะเล็กแค่ไหน แต่ของเรามักจะมองข้ามเด็กๆ ทั้งที่เขาก็มีสิทธิหนึ่งเสียงเหมือนเรา แต่ไปประเทศเขากว่าจะนัดเจอกันได้ก็ลำบากลำบน ไม่เหมือนบ้านเรานึกอยากไปจกส้มตำบ้านใครเมื่อไหร่ก็เฮกันไปได้ ชิลๆ ไม่เครียด ใครอ่านแล้วเห็นด้วยหรือไม่ก็ช่วยเมนต์ด้วยนะคะ ห้ามแอบยิ้มคนเดียว

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

6 Responses to Culture Shock!!

  1. lak says:

    pse copy & add comment from Pala.." last week I drove Sompan and Home to Nipa\’s resturant in Toronto. Home was surprised seeing a man standing on the street & beg for money when the car stopped at traffice light..HOme said" how come the man is so healthy, no missing arm or leg like beggar in poor country!!! when she gave this comment it made me realized to become beggar in Canada is A CHOICE,,Home also knows that Canadian government gives social support (money for low income people to live on) so she asked if the government walks around and gives cash to these people, I said "no, the government mails you a cheque so Bum must have proper address to receive the cheque,,no ddress , no cheque" she jokes whether she can come and line up to receive money from government too.

  2. lak says:

    when they really bum, mostly no cheque cuz they have no address,,,or may be too drunk to go to bank to sign cheque,,but if ur between like someone loosing a house & stay at shelter,,do some partime job,,gov. can send them welfare cheque of about 4-500$mth (mainly to pay rent & food)many are former millionaires..who become homeless due to family problem etc..they still can talk very intelligently..Pastor Yvette wants to start shelter again..at least for them to have coffee & donut..music and place to hang around cuz during daytime you must go out from shelterour former client (who used to live in shelter) later become well and back to his IT business and become millionaire like before..it\’s worth all efforts even just to see ONE being redeemed & turned around,,if not its quite depressive taking care grown men ( we make bed for them and wash their bedsheet, gave them soap, shampoo etc..)

  3. Beau says:

    ขอติดไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาอ่าน ง่วงแล้วค่ะ แต่เรื่องน่าสนใจมากๆ

  4. เนย says:

    Thanks a lot for writing this entry for me ka.
     
    ครอบครัวโฮมสเตย์จะแนะนำให้คุณรู้จักครอบครัวและพาไปดูรอบๆ บ้าน พร้อมทั้งอธิบายให้ทราบว่าสิ่งไหนที่ใช้ได้และควรใช้เวลาไหน < it\’s the same in my hostfam
     
    ครอบครัวโฮมสเตย์จะแนะนำให้คุณรู้จักครอบครัวและพาไปดูรอบๆ บ้าน พร้อมทั้งอธิบายให้ทราบว่าสิ่งไหนที่ใช้ได้และควรใช้เวลาไหน < 5555
     
    ห้องนอน ที่ออสเตรเลียถือว่าห้องนอนเป็นที่ส่วนตัวอย่างมาก ห้ามมิให้เข้าห้องนอนคนอื่นโดยไม่เคาะประตู และต้องยืนรอจนกว่าเจ้าของห้องจะเชิญคุณเข้าไป < hmm, for my room, if i\’m in, they will knock and never enter until i let them in. but if i\’m not, i will have to leave the door open ka, and they can come inside without asking for permission. (they usually do many things for me in my room.)

  5. เนย says:

    Thanks a lot for writing this entry for me ka.
     
    ครอบครัวโฮมสเตย์จะแนะนำให้คุณรู้จักครอบครัวและพาไปดูรอบๆ บ้าน พร้อมทั้งอธิบายให้ทราบว่าสิ่งไหนที่ใช้ได้และควรใช้เวลาไหน < it\’s the same in my hostfam
     
    ครอบครัวโฮมสเตย์จะแนะนำให้คุณรู้จักครอบครัวและพาไปดูรอบๆ บ้าน พร้อมทั้งอธิบายให้ทราบว่าสิ่งไหนที่ใช้ได้และควรใช้เวลาไหน < 5555
     
    ห้องนอน ที่ออสเตรเลียถือว่าห้องนอนเป็นที่ส่วนตัวอย่างมาก ห้ามมิให้เข้าห้องนอนคนอื่นโดยไม่เคาะประตู และต้องยืนรอจนกว่าเจ้าของห้องจะเชิญคุณเข้าไป < hmm, for my room, if i\’m in, they will knock and never enter until i let them in. but if i\’m not, i will have to leave the door open ka, and they can come inside without asking for permission. (they usually do many things for me in my room.)

  6. lak says:

    Tks for your comment Noey and Beau.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s