ฝันร้ายของนักแปล

 

 

ก่อนอื่นอิฉันขอออกตัวก่อนว่าไม่ใช่นักแปลที่เชี่ยวชาญหรือโชกโชนประการใด แม้แต่สถาบันที่อิฉันจบมาก็เป็นเพียงมหาวิทยาลัยเปิดที่ไม่ได้มีชื่อเสียงกระฉ่อน ถึงจะจบเอกอังกฤษแต่ก็มีแต่พีอ้วนๆ มากกว่าจี กว่าจะจบมาได้ก็เพราะความอึดและหมดยาหม่องทาเปลือกตาไปหลายกระปุก เนื่องจากห้องเลคเชอร์แถวคลองแสนแสบสมัยนั้นมีแต่พัดลม ร้อนแสนร้อน ง่วงแสนง่วง แต่เมื่อสวรรค์เป็นใจแล้วงานแรกที่สอบติดก็คือไปเป็นนักแปลที่พัทยา ทั้งๆ ที่คนมาสอบวันนั้นหลายสิบแต่ทำไมได้อิฉันคนเดียว ได้แบบงงๆ ด้วย ต่อมาอิฉันก็มีโอกาสแปลทั้งแบบสดและแห้งบ่อยๆ เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งคิดไปถึงก๋วยเตี๋ยวนะคะ แปลสดคือแปลเวลานักเทศน์มาพูดแบบสดๆ ส่วนแบบแห้งคือแปลเอกสาร จดหมาย หนังสือ งานแปลที่รับมาก็หลากหลายมาก ส่วนมากเจอแต่แบบยากๆ งานง่ายๆ ก็ไม่ค่อยจะตกมาถึงมืออิฉันเท่าไหร่ ไม่รู้เหมือนกันว่าพระเจ้าให้อิฉันฝึกวิทยายุทธอันยากเย็นแสนเข็ญเกินสติปัญญาอันมีน้อยนิดนี้เพื่อไปใช้ในสมรภูมิอันใด หลายครั้งที่ต้องเจอฝันร้ายคือแปลสดโดยไม่มีสคริปต์ให้ แถมไม่มีแบคกราวน์มาก่อน อิฉันก็ดำน้ำไปสิคะทีนี้ กว่าจะหาจุดที่ได้โผล่ขึ้นมาหายใจได้ก็หน้าเขียวแล้วเขียวอีก สงสารผู้ฟังทีซู้ด อันที่จริงเชื่อว่าไม่มีนักแปลคนไหนที่อยากแปลโดยไม่มีการเตรียมตัวนะคะ แปลแบบเกร็งๆ เนี่ยไม่หนุกเล้ยยยย ส่วนมากอิฉันจะกำชับแล้วกำชับอีกว่าขอดูเนื้อหาก่อนขึ้นเวที แต่รู้สึกว่าคนพูดเขานึกว่าพวกนักแปลต้องรู้ไปซะทุกอย่างมั้ง ประมาณว่าให้นักดำน้ำไปคุยเรื่องการสร้างยานอวกาศแล้วจะคุยกันรู้เรื่องมั้ยเนี้ยะ อิฉันก็บ่นไปงั้นๆ แหละแต่พอใครติดต่อมาก็ไปแปลให้เขาทุกงานอ่ะนะ คือคำว่า ทำไม่ได้ ไม่มีมีในพจนานุกรม มีแต่ยังไม่เคยทำเท่านั้น ยกตัวอย่าง อิฉันเคยตกลงเข้าไปเป็นฝ่ายบริหารของสนามกอล์ฟแห่งหนึ่งโดยที่ไม่มีความรู้อะไรกับเจ้าลูกกลมๆ นั้นเลย ก่อนสัมภาษณ์ก็แค่เอาแมกกาซีนกอล์ฟมาเปิดๆ ดูรูปเท่านั้นเอง นึกๆ ดูแล้วที่ผ่านๆ มาก็ได้ดีเพราะความใจกล้าบ้าบิ่นนี่ก็เยอะ ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงเลี้ยงดูไม่เคยขัดสน แม้แต่ช่วงวิกฤตสึนามิ พระเจ้าก็เปลี่ยนให้เป็นโอกาสโดยแปลงานด้านนี้อยู่เป็นปีๆ ภาพที่เห็นและคำศัพท์ที่เจอก็คงไม่ต่างจากคุณหมอพรทิพย์เท่าไหร่ ขาดอย่างเดียวคือกลิ่น เหอๆๆๆ บางครั้งแทบจะหลับตาแปลเลยเชียว เพราะกลัวภาพติดตา ปัจจุบันอิฉันต่อปอโททางศาสนศาสตร์ใกล้จะจบแล้ว จุดประสงค์เพราะต้องการโฟกัสไปที่งานแปลของวรรณกรรมคริสเตียน เนื่องจากที่ผ่านๆ มา แม้ผ่านงานมาแล้วมากมายหลายด้าน แต่รู้สึกได้ว่าพระเจ้าเปิดประตูกว้างสำหรับด้านนี้ (ลองนึกถึงแกะตัวอ้วนๆ ที่พระเจ้าต้อนเข้าคอกนักแปลสิคะ) อีกอย่างนี่ก็เป็นยุคสุดท้ายแล้วตามที่พระคัมภีร์ทำนายไว้ทุกอย่าง ข้าวหายาก น้ำมันแพง โรคระบาด ภัยภิบัติ พม่าเพื่อนบ้านเราก็เพิ่งตายไปไม่ต่ำกว่า 4 พันคน ฯลฯ อิฉันมาโฟกัสงานที่พระเจ้าอยากให้ทำจริงๆ ดีกว่ามัวเลื่อนลอยอ้อยสร้อยกับงานอื่น ใครที่รู้ว่าพระเจ้าเรียกมาทางนี้ก็มาแทคทีมกันได้นะคะ เพราะงานแปลเป็นงานที่ต้องมีทีมเวิร์ค ตอนนี้ทีมอิฉันก็มีหนึ่งหน่อคือนิสิตอักษรศาสตร์จุฬาที่ปลุกปั้นมาตั้งแต่เกิด (คือลูกตัวเอง แฮ่ๆๆ) ยิ่งงานแปลที่ทำอยู่ตอนนี้คือการสร้างประชากรสวรรค์ผ่านทางการประกาศข้ามวัฒนธรรม เด็กกำพร้า กลุ่มนักธุรกิจ ยิ่งทำให้เห็นพระคำที่ว่า ถึงเวลาแล้วเราจะเร่ง (อสย. ๖๐.๒๒) จริงๆ เลยค่ะ แต่คนที่จะแปลด้านนี้เก่งภาษาอังกฤษอย่างเดียวก็ไม่ได้นะคะ ควรเข้าใจภาษาพระคัมภีร์พอสมควร ทุกคจ. ควรรณรงค์ให้คนรุ่นใหม่อ่านพระคัมภีร์เป็นภาษาอังกฤษเยอะๆ นะคะจะได้มาช่วยกันเก็บเกี่ยวข้าวเต็มทุ่งนา ที่สำคัญคือภาษาต้องดีทั้งไทยและอังกฤษ เรียกได้ว่าภาษาไปกะภาษามาต้องเท่าเทียมกันค่ะ หากมีข้อคิดอะไรแนะนำก็เอามาแบ่งปันได้นะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to ฝันร้ายของนักแปล

  1. Aom says:

    รบกวนขอทราบ email ได้ไหมคะ ขอปรึกษาเรื่องการแปลค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s