เวลาของเอลียาห์ These are the days of Elijah

 
 

เกิดเป็นคนขี้สงสัยนี่ก็ไม่ง่ายนักแถมถือคติว่ารู้อะไรก็ต้อง รู้ให้กระจ่าง แต่อย่างเดียว ก็เลยใช้เวลามากสักหน่อยกับการค้นคว้าว่าทำไมเพลง เวลาของเอลียาห์ ของโรบิน มาร์คจึงฮอตและฮิตอยู่ได้นานจาก 1995 จนปัจจุบันก็ 13 ปีละ ตอนนี้มีโอกาสไปช่วยน้องๆ เขาจัดรายการวิทยุทรูเลิฟ เอเจก็ชอบเปิดเพลงนี้จัง มาที่โบสถ์ก็ร้องกันจัง แถมพี่น้องในบล้อกก็ชอบเพลงนี้กัน คงเพราะเพลงนี้มีท่วงทำนองที่มีชีวิตชีวา เนื้อหาก็กินใจ ดังนั้นเราลองมาดูเนื้อหาและความหมายของเพลงนี้สักหน่อยดีไหมคะ

 

โรบินเป็นพ่อลูกสามและเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยควีนส์ ประเทศไอร์แลนด์ เขาตั้งใจเขียนเพลงนี้เพื่อให้เป็นบทเพลงแห่งความหวังของคริสตจักร โดยเฉพาะในยามที่ต้องเผชิญความทุกข์ยากลำบากมากมาย พระเจ้ายังครอบครองอยู่เหนือทุกสิ่งและทุกสถานการณ์ ในอดีตเป็นเช่นไร ปัจจุบันนี้พระองค์ยังคงเหมือนเดิม นี่คือคำตอบที่โรบินถามพระเจ้าว่าทำไมที่ราวันดาคนจึงถูกฆ่าเป็นล้าน แม้แต่ที่ไอร์แลนด์บ้านเขาเองก็มีแต่การฆ่าฟันกันตายเป็นเบือ หลังจากที่เขาฟังเทศนาจาก เอเสเคียล 37 เรื่องหุบเขากระดูกแห้ง โรบินก็แต่งเนื้อเพลงและโน้ตเสร็จภายใน 30 นาที แล้วเริ่มร้องนมัสการในคริสตจักรที่เขาเป็นผู้นำนมัสการที่เมืองเบลฟาสต์จนดังเป็นพลุแตก ถึงขนาดแปลเป็น 42 ภาษาไปแล้วทั่วโลก นอกจากแปลเป็นไทยแล้วยังมีภาษาเอสกิโมด้วยนะเออ 

 

โรบินกล่าวถึงเนื้อหาของเพลงนี้ว่า “Elijah’s story is in the book of Kings and you can read how he felt isolated and alone in the culture in which he lived. But God told him to stand up and speak for Him. จาก 1 พงศ์กษัตริย์ 18 ตอนเอลียาห์กล้าลุกขึ้นมาท้าทายผู้เผยพระวจนะของพระบาอัล โรบินอยากสื่อให้ผู้เชื่อกล้าที่จะลุกขึ้นยืนเป็นปากและเสียงให้กับพระเจ้า แม้เป็นการยืนหยัดสู้ตามลำพังและโดดเดี่ยวในสังคมที่แปลกแยกเช่นเดียวกับเอลียาห์ก็ตาม

 

โมเสสได้รับพระบัญญัติสิบประการจากพระเจ้าในอพยพบทที่ 20 แม้ว่าเราไม่ได้รอดด้วยการทำดี แต่ในเพลงนี้ก็ขอให้เรารอดเพื่อการทำความดีและเป็นผู้ชอบธรรมเหมือนโมเสส ดังนั้นชีวิตของคริสเตียนนั้นจึงเป็นชีวิตที่มุ่งมั่นในการทำดีและรักษาชีวิตให้บริสุทธิ์

 

ในมัทธิว 24 ได้พูดถึงการกันดารอาหารและสงครามที่สื่อให้เห็นว่ายุคสุดท้ายใกล้เข้ามาแล้ว เรายิ่งต้องเร่งเตรียมหนทาง (ลูกา 3:4)ให้กับการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู (กิจการ 1:11, วิวรณ์, ดาเนียล)โรบินบอกว่าเราถูกเรียกมาประกาศในสิ่งที่เราเชื่อและผู้ที่เราเชื่อ เมื่อพระเยซูได้ยกเลิกหนี้ เวรกรรมให้เราจนหมดแล้ว และพระองค์ได้ปล่อยผู้เชื่อให้เป็นไทจากความบาปนี่ก็เท่ากับว่าเราได้ต้อนรับการเสด็จกลับมาของพระเยซูในชีวิตประจำวันเช่นเดียวกัน

 

โรบินยังกล่าวถึงการที่พระเจ้าจะรื้อฟื้นการนมัสการขึ้นมาใหม่ อาโมส 9:11 กล่าวถึงการยกกระท่อมดาวิดขึ้นมาใหม่ และจะให้อิสราเอลกลับสู่สภาพเดิม กษัตริย์ดาวิดเป็นแบบอย่างของผู้มีชีวิตเพื่อนมัสการพระเจ้า และท่านยังเป็นผู้เตรียมข้าวของทุกอย่างไว้ให้ซาโลมอนบุตรของท่านเป็นผู้สร้างวิหาร การถวายเครื่องสักการะบูชาสมัยของดาวิดนั้นต้องผ่านปุโรหิตเท่านั้น แต่ขอบคุณพระเจ้า โดยพระคุณของพระเยซู เราทุกคนจึงมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันที่จะเข้าสู่สถานนมัสการได้อย่างอิสระ

 

ในลูกา 10 และ ยอห์น 4 ได้กล่าวถึงเราที่เป็นคนงานของพระเจ้าที่ต้องเตรียมพร้อมและเร่งรีบในการเก็บเกี่ยว เพราะทุ่งนานั้นเหลืองอร่ามรอช้าไม่ได้ต้องเก็บเกี่ยวทันที ซึ่งช่วงนี้ เมื่อเราก็ได้ฟังข่าวคนตายเนื่องจากมหาภัยพิบัติกันเหมือนใบไม้ร่วง เราคงเข้าใจพระมหาบัญชาได้ดียิ่งขึ้น

 

ในเลวีนิติ 25:8-13 กล่าวถึงปีแห่งการประกาศอิสรภาพด้วยการเป่าเขาสัตว์ นั่นคือธีมของเพลงนี้คือ Declaration, righteousness, unity and worship

 

"เราเป็นอัลฟาและโอเมกา เป็นปฐมและเป็นอวสาน ผู้ทรงเป็นอยู่เดี๋ยวนี้ ผู้ได้ทรงเป็นอยู่ในกาลก่อน ผู้จะเสด็จมานั้น และผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด" วิวรณ์ 1:8

 

( ที่ค้นคว้าทั้งหมดนี้เพราะคิดถึงทีมนมัสการด้วยนะคะ หากเข้าใจเนื้อเพลงก็น่าจะทำให้การนมัสการดีและลึกซึ้งยิ่งขึ้น นอกจากช่วยแปลและตบมือก็ไม่ทราบจะช่วยอะไรอีกค่ะ เพราะเล่นเครื่องดนตรีไม่เป็นสักชิ้น เหอๆๆ)

 

 

 

source> http://www.robinmark.com

http://www.robinmark.com/index.php?section=25 

 

เวลาของเอลียาห์

 


A D A E A
นี่เป็นเวลาของเอลียาห์ ป่าวร้องถึงพระคำของพระเจ้า
These are the days of Elijah
Declaring the word of the Lord:
A D
และนี่เป็นเวลาของผู้รับใช้โมเสส
and these are the days of Your servant Moses
A E A
ความชอบธรรมฟื้นคืนกลับมา
Righteousness being restored
C#m F#m
และแม้นี่เป็นเวลาการทนทุกข์
and though these are days of great trial,
D E
ความกันดาร ความมืดและสงคราม
of famine and darkness and sword,
A D
แต่เรายังเป็นเสียงในที่ไกลโพ้นร้องว่า
still, we are a voice in the desert crying
A E A
จงเตรียมหนทางแห่งพระเจ้า

‘prepare ye the way of the Lord.’
D/E A D
พระองค์จะมา ด้วยเมฆท่ามกลางนภา
Behold He comes riding on the clouds,
A E
ดุจแสงอาทิตย์แรงกล้า เมื่อเสียงแตรก้องทั่วฟ้า
Shining like the sun at the trumpet call;
D/E A D
ยกเสียงขึ้น ร่วมฉลองปีของพระองค์
Lift your voice, it’s the year of jubilee,
A E A
และความรอดจากศิโยนจะเทลงมา
out of Zion’s hill salvation comes.
A D A E A
นี่เป็นเวลาของเอเสเคียล กระดูกแห้งได้ฟื้นคืนชีวี
These are the days of Ezekiel,
the dry bones becoming as flesh
A D
และนี่เป็นเวลาของผู้รับใช้ เดวิด
and these are the days of Your servant David
A E A
รื้อฟื้นพระวิหาร การสรรเสริญ

Rebuilding the temple of praise
C#m F#m D E
และนี่เป็นเวลาเก็บเกี่ยวทุ่งนา ประชากรทุกคนทั่วโลกา
These are the days of the harvest,
the fields are as white in the world,
A D
และเราเป็นคนงานที่ทรงเลือกไว้ให้รับใช้
and we are the labourers in the vineyard,
A E A
ประกาศพระคำของพระเจ้า

Declaring the word of the Lord.
A G D A
ผู้ทรงอยู่นิรันดร์ และผู้เส ด็จมา (4)
Who was and who is and Who is to come
A D A E
(
ไม่มีใครเปรียบเยโฮวาห์ ไม่มีใครเปรียบเยโฮวาห์)

(It’s no God like Jehovah)…………

 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s