My 2009 Dream List

 

ชอบคำว่าความใฝ่ฝันจัง

คือจะเล็กจะใหญ่มันก็คือฝันของตัวเอง

ทุกๆ คนมีสิทธิจะฝัน

พระเจ้าสร้างเราให้มีความฝัน

โดยที่ไม่จำเป็นต้องฝืนตนเองให้ฝันเหมือนใคร

สิ่งที่เราเป็นได้ดีที่สุดคือเป็นตัวเราเอง

ไม่อยากใช้คำว่าเป้าหมาย

เพราะมันเหมือนกับการบีบตัวเองให้มีเดดไลน์

ชีวิตนี้เจอมาหลายร้อยเดดไลน์แระ

ขอฝันไปเรื่อยๆ ละกัน ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง

กระดื้บไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก

 
Patong beach

 

1.                I want be more like Jesus

อยากมีหัวใจเป็นเหมือนพระเยซูมากกว่านี้

เพราะบางคนที่ไม่น่ารัก เราก็อยากอยู่ห่างๆ

คนที่น่ารักก็อยากอยู่ใกล้ๆ มากหน่อย

อยากให้ตาใจเราเห็นทุกคนมีพระฉายาของพระเจ้า

เราจะได้รักเขาด้วยความรักที่มาจากพระเจ้า

 

– เพื่อที่ในยามโกรธ เราจะได้คิดว่าพระเจ้าสร้างเขามาด้วยความรัก

ไม่ว่าเขาจะรักพระองค์ตอบหรือไม่ก็ตาม

– เพื่อจะได้พูดดีๆ กับคนที่กวนประสาทเป็นที่สุด

– เพื่อที่เราจะไม่ทะเลาะกันแบบเด็กอนุบาล แต่มีคำตอบที่ชื่นใจคนฟังเสมอ

– เพื่อที่จะมีความรักที่อดทนนาน และคิดถึงแต่ส่วนดีของคนอื่น

 

2.                My career brings joy to God, others and myself

เนื่องจากมีค. นี้ก็จะจบปอโทแระ นอกจากงานแปลที่ทำอยู่ก็อยากมีงานอื่นทำด้วย

แต่เวลาที่ต้องดิ้นรน เพื่อหาเลี้ยงปากท้องและส่งลูกเรียน

ได้จบลงอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้ง เมื่อลูกๆ เรียนจบและมีงานทำแล้ว

เราไม่อยากทำงานแบบกินลมกินแล้ง

แต่อยากทำงานที่มีความหมายต่อแผ่นดินของพระเจ้า

เพราะยุคมาราธานาก็ใกล้เข้ามาเต็มทน

ถ้าพระเยซูมาวันนี้ อยากให้พระองค์เห็นเรากำลังรับใช้

เพื่อนำความรอดสู่ปวงชนอย่างขะมักเขม้น

หากเราต้องจากโลกไปวันนี้ อยากนำดวงวิญญาณไปฝากพระเจ้ามากที่สุด

ที่ผ่านมาพระเจ้าให้เรามีโอกาสทำงานดีๆ เงินเดือนสูงๆ มามาก

ตอนนี้เราอยากทำงานที่ทำให้เราได้ตอบแทนพระคุณบ้าง

 
View point of Phuket Island
 
3. Traveling around the world again
 

ขอบคุณพระเจ้าที่ได้เดินทางรอบโลกได้หนึ่งรอบแล้ว

คือออกจากกรุงเทพไปเกาหลี แวนคูเวอร์ แล้วสิ้นสุดที่โตรอนโต

แล้วอีกทีก็ออกจากกรุงเทพไปฝรั่งเศส แล้วสิ้นสุดที่โตรอนโต

คือรอบโลกทางแปซิฟิคและแอตแลนติคสำหรับเรา

แต่นั่นก็ผ่านมาหลายปีแล้ว มีอีกหลายประเทศที่อยากไป

แต่ยังไม่เคยไปเลยคือ สวิส อิสราเอล ออสเตรเลีย อเมริกา

อยากเก็บเงินแล้วได้เดินทางท่องเที่ยวอย่างน้อยปีละครั้ง

 

4.                To take care of my mom

 

ตอนนี้แม่ยังแข็งแรง แต่ต่อไปก็อยากดูแลท่านให้ใกล้ชิดมากกว่านี้

ไม่อยากมาเสียใจภายหลังเมื่อท่านจากไป

แล้วยังไม่ได้ตอบแทนพระคุณเต็มที่

แต่การโยกย้ายไปอยู่กับท่านในตอนนี้ก็รู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลา

เพราะมีแต่ที่ดินหนึ่งแปลงเท่านั้น

  เรายังไม่มีเงินไปสร้างกระท่อมน้อยติดแอร์

รถสักคัน พร้อมธุรกิจที่ช่วยเหลือชุมชนได้

และอีกอย่างเรายังตามหาฝันเรื่องการท่องเที่ยวอยู่

พลีสสสสสส… มาย กอด

 

Phromthep cape
 

5.                Slow down a bit more

ที่ผ่านมาเรามีชีวิตที่ติดจรวด

เนื่องจากการทำงานต้องรับผิดชอบชีวิตคนมากมาย

ทั้งเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง ลูกค้า และครอบครัว

สภาพจึงไม่ต่างกับคอมพิวเตอร์ที่ไม่เคยชัดดาว์น

และแล้วสังขารเริ่มบังคับให้เราต้องทำอะไรช้าลง

แต่ก็ดีนะจะได้ชื่นชมกับธรรมชาติรอบตัวมากขึ้น

ให้เวลากับคนที่พระเจ้าทยอยส่งเข้ามาในชีวิตมากขึ้น

เพราะโอกาสที่จะให้คนอื่นเห็นพระเจ้าผ่านทางชีวิตเรา

อาจมีมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เร่งทำดีเมื่อมีโอกาส

ที่ผ่านมาชีวิตเร่งรีบมากๆ

อย่าว่าแต่หาเวลาโทรกลับมิสคอลเลย

แค่เวลาจะหายใจยาวๆ ยังหายากเลย

ตอนนี้เริ่มมีเวลาหายใจหายคอแระ

แต่เรื่องทำงานสิบอย่างในเวลาเดียวกันก็ยังติดเป็นนิสัยอยู่ดี

 

6.                To enjoy my hobbies even more

ตอนนี้เริ่มเอาโครเชต์และครอสติสมาปัดฝุ่น

ทำไปพร้อมกับฟังเทศนาของอจ. ชัค สมิท

จากแคลวารี แชพเปิ้ลไปด้วย (ชอบไสตล์ผู้ใหญ่แบบนี้จริงๆ

ทั้งใจดี ฉลาด รอบรู้ เห็นคุณค่าของสตรี

เทศน์ไม่หลุดโลก ไม่ออกนอกพระคัมภีร์ ท่านทำการบ้านมาดีมาก

ให้ห้าดาวเรย อยากแนะนำให้ลองฟังดูนะ

http://server.firefighters.org/kjv/projects/firefighters/kjv_web/html/sermons.htm)

โปรเจกต์ต่อไปคืออยากไปเรียนการเต้นเพื่อนมัสการ

วาดรูปและจัดดอกไม้ เร็วๆ นี้ได้ไปร่วม Throne room worship

ที่แสนอลังการงานสร้างมาก แล้วลงทุนซื้อซีดีเต้นรำกับแทมโบรีน

แต่ซีดีก็ยังนอนอยู่ในลิ้นชักเพราะรอบิ้วอารมณ์(ศิลปิน)อยู่ เหอๆๆๆ

 

 
Beach Hotel at Kata Noi
 
7. Read OT and NT Testaments one more round
 

ปีที่แล้วก็อ่านพระคัมภีร์ไปเยอะอยู่นะ

แต่เน้นอ่านเพื่อเตรียมสอบของบีบีเอสมากกว่าที่จะอ่านให้จบทั้งเล่ม

ที่ผ่านมาจะอ่านเป็นหัวข้อที่ตัวเองกำลังสนใจ

มากกว่าที่จะอ่านให้จบเป็นเล่มๆ ไป

สำหรับเราอ่านตามเมนูไม่เวิร์ค แต่ใช้ดินสอติคตรงที่อ่านจบเอา

แล้วอ่านสะสมแต้มไปเรื่อยๆ จะเหมาะกับเรามากกว่า

 

 
Kata Noi Beach
 
 

8.                Be in God’s presence even more

อันนี้พี่สาวเล่าให้ฟังนะว่าตอนเด็กๆ

เวลาพ่อแม่จับพวกเราหกคนสวดมนต์

หรือสวดสายประคำก่อนนอน เราจะยุกๆ ยิกๆ

อยู่ไม่สุขตามประสาคนไฮเปอร์แอคทิพจนถึงปัจจุบัน

เราไม่เคยหวังว่าชีวิตนี้จะคุกเข่าอธิษฐานได้เป็นชั่วโมงๆ

ส่วนมากเราใกล้ชิดพูดคุยกับพระเจ้ารู้เรื่องที่สุด

คือตอนเดินทางอยู่ในรถหรือเครื่องบิน ไปเดินป่า ชายหาด หรือในสวน

มีอจ. คนนึงบอกว่าเวลาที่ท่านคุยกับพระเจ้าคือตอนทานกาแฟ

ตอนก่อนนอนเราก็มักจะกูดไนท์สั้นๆ กับพระเจ้า

(ไม่ถึงกับอธิษฐานเอาอย่างเมื่อวานละกัน 555)

 

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to My 2009 Dream List

  1. เนย says:

    ดีใจด้วยที่ไม่ต้องทำงานส่งลูกแล้ว เย้ๆเพิ่งหัดเต้นระบำไม่นานเหมือนกัน กะว่าถ้ามีโอกาสจะเรียนซัลซ่าต่อที่ไทยอันนี้เขียนคำว่า "ไม่" เกินมารึป่าวถ้าพระเยซูมาวันนี้ ไม่อยากให้พระองค์เห็นเรากำลังรับใช้ เพื่อนำความรอดสู่ปวงชนอย่างขะมักเขม้น

  2. lakatphuket says:

    แต้งสจ้าเนย ไม่เกินมาจริงๆ ด้วย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s