ท่องแดนอิสราเอล

 

เรื่องเล่า…จากอิสราเอล…กุญแจของพระเจ้า

โดย..เหมือนขวัญ ครูภาษา (ขวัญ)

พวกเราได้ไปชมภูเขาพระวิหารหรือยอดเขาโมริยาห์ที่อับราฮัมถวายอิสอิค (ปฐมกาล 22:2 ) และเป็นที่ๆกษัตริย์ดาวิดซื้อลานนวดข้าวของอาราวนาห์คนเยบุสเพื่อสร้างแท่นบูชาถวายพระเจ้า (2 ซามูเอล 24:16:25) ต่อมากษัตริย์ซาโลมอนได้สร้างพระวิหารหลังแรกบนยอดเขาโมริยาห์ แต่ถูกทำลายโดยเนบูคัดเนสซากษัตริย์ของบาบิโลน หลังจากนั้นกษัตริย์ไซปรัสให้เอสราและเนหะมีย์นำคนยิวกลับมาสร้างพระวิหารหลังที่ 2 โดยมีเศรุบาเบลเป็นผู้มอบถวาย แต่ในปี ค.ศ. 70 ได้ถูกทหารโรมันทำลายตามคำพยากรณ์ของพระเยซูคริสต์ ในปี ค.ศ. 624 สุลต่านคาลิบ โอมาร์ครอบครองเยรูซาเล็มและได้สร้างเป็นสุเหร่าทองคำ (Dome of the Rock) จนถึงปัจจุบัน (น่าเศร้าไหมคะ) จากนั้นเราได้เข้าสู่ Western Wall Tunnel ซึ่งสร้างรอบกำแพงและเชื่อกันว่าเป็นอุโมงค์ลับสู่พระวิหารในส่วนวิสุทธิสถานที่เก็บหีบพันธสัญญา ซึ่งทำให้พวกเราทึ่งมากกับความโอ่โถงของอุโมงค์ เราเห็นผู้คนมากมายเข้ามาในอุโมงค์แล้วมาอธิษฐานร้องไห้คร่ำครวญจำนวนมากไม่แพ้ที่กำแพงร้องไห้เลย ขวัญเองได้มีโอกาสวางมืออธิษฐานด้วยเหมือนกันแล้วก็รู้สึกได้ถึงการทรงสถิตย์ของพระเจ้าจนน้ำตาไหลเลยทีเดียว จากนั้นเราได้ไปทัศนศึกษาที่สุสานกษัตริย์ดาวิด แล้วข้ามเขตแดนเข้าสู่เมืองเบธเลเฮม (ปัจจุบันเป็นดินแดนครอบครองของปาเลสไตน์ค่ะ) เมื่อเบธเลเฮมเป็นเมืองเกิดของกษัตริย์ดาวิด อีกทั้งเป็นเมืองที่นางรูทได้พบกับโบอาส (นางรูธ 2: 1-7) จากนั้นเราได้ไปทุ่งหญ้าของคนเลี้ยงแกะ (Sheperd’s Field) ที่ทูตสวรรค์บอกข่าวประเสริฐเรื่องการประสูติของพระเยซูแก่คนเลี้ยงแกะ ณ ที่ Nativity ซึ่งสร้างครอบสถานที่ประสูติของพระเยซู เป็นสถานที่ที่ถูกเก็บรักษาให้รอดพ้นจากการถูกทำลายครั้งแล้วครั้งเล่า

 

วันที่ 8 วันนี้พวกเราได้ขึ้นไปยอดเขาคารเมล สถานที่ๆผู้เผยพระวจนะเอลียาห์ได้พนันขันต่อกับพระบาอัล 250 คน จากนั้นเราได้ไปที่ทุ่งราบอามาเกดโดน ที่ปรากฏในพระธรรมวิวรณ์ 16:12-16 ว่าจะเป็นสนามรบระหว่างกษัตริย์ของโลกกับพระเจ้า จะบอกว่าทั้งสวย ทั้งทึ่ง ทั้งสนุก แต่ปวดเมื่อยขาสุดๆเนื่องจากพวกเราเดินกันมา 2 วันเต็มๆ แต่ Spirit ของกลุ่ม พอเรียกถ่ายรูปหมู่ทุกๆคนทำท่าสดชื่นกัสุดฤทธิ์ (อิอิ) จากนั้นเราเดินทางไปยังเมืองนาซาเร็ท เพื่อชมหมู่บ้านจำลองวิถีชีวิตชาวนาซาเร็ธในสมัยพระเยซู คืนนั้นขอบอกว่า

วันที่ 9 วันนี้เป็นวันที่อยู่ในความทรงจำของหลายๆคนเพราะพวกเราได้ไปล่องเรือที่ทะเลสาบกาลิลีใช้เวลาประมาณ 45 นาที เรือที่ไปนั้นเรือของคริสเตียนค่ะ เป็นเรือลำเดียวของท่าที่เป็นคริสเตียน เจ้าของเรือจึงโดนข่มเหงอย่างมาก (อธิษฐานเผื่อเขาด้วยนะคะ แต่ขวัญจำชื่อเขาไม่ได้น่ะ) เราจึงได้นมัสการกันบนเรือ เจ้าของเรือทำเซอร์ไพร์สด้วยการเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาแล้วร้องเพลงชาติไทย ขวัญรู้สึกในวันนั้นเองว่าเพลงชาติของเราไพเราะมาก รู้ซึ้งถึงคุณค่าของธงชาติไทยก็วันนั้นเอง ทำให้นึกถึงวันที่ชนชาติอิสราเอลรวมชาติได้แล้ว เขาเชิญธงชาติสู่ยอดเขาคงจะรู้สึกซาบซึ้งใจจนร้องไห้เหมือนขวัญแน่ๆเลยค่ะ ทิวทัศน์รอบตัวสวยงามมาก อากาศก็หนาวเย็นแต่บรรยากาศสุดจะบรรยายได้เลย ที่นั่นทำให้เข้าใจว่าทำไมอวนของเปโตรจึงมีปลาติด 153 ตัว เพราะเลข 153 ในภาษาฮีบรูแปลได้ว่า เราคือพระเจ้าของเจ้า (ขนลุกไหมค่ะ พวกเราอึ้งกันไปเลยค่ะ) จากนั้นเราเดินทางไปยัง Mt. of Beatitudes โบสถ์แปดเหลี่ยม สถานที่ซึ่งพระเยซูสั่งสอนสาวกหรือคำเทศนาบนภูเขาในมัทธิว 6:9-14 นั่นเอง จากนั้นเราก็เดินทางต่อไปยังหมู่บ้านทับกาที่พระเยซูเลี้ยงคน 5,000 คนด้วยปลา 2 ตัวกับขนมปัง 5 ก้อน ที่นี่มีกระเบื้องโมเสสที่มีชื่อเสียงมากๆทำเป็นรูปปลา 2 ตัว หันหน้าเข้าหากัน ตรงกลางมีตะกร้าใส่ขนมปังวางอยู่ แล้วจึงเดินทางสู่เมืองคาเปอนาอุม ชมบ้านแม่ยายของเปโตรซึ่งปัจจุบันถูกสร้างเป็นโบสถ์บนบ้านหลังเดิม ที่ซึ่งพระเยซูทำการอัศจรรย์ในการรักษาโรคให้แม่ยายของเปโตร ในบริเวณใกล้ๆกันมีธรรมศาลาเก่าแก่ที่พระเยซูสั่งสอนและรักษาโรคแก่ประชาชน แล้วพวกเราจึงเดินทางไปที่โบสถ์ St. Peter’s Primacy ซึ่งเชื่อว่าพระเยซูปิ้งปลาคอยสาวกอยู่เมื่อพระองค์ฟื้นขึ้นจากความตายและทำการอัศจรรย์ช่วยสาวกจับปลา 153 ตัว (อีกแล้ว) และถามเปโตร 3 ครั้งว่า “ท่านรักเราหรือ” (ยอห์น 21:1-19 )

วันที่ 10 วันนี้เราได้ไปเยี่ยมชมและทัศนศึกษาที่คุมราน หุบเขาที่มีถ้ำเล็กถ้ำน้อยซึ่งในอดีตคนเลี้ยงแกะมักนำฝูงแกะขึ้นไปหลบพายุ และเป็นที่ซึ่งเด็กชายชาวเบดูอินได้พบพระคัมภีร์ชาวยิวโบราณซึ่งมีพระคัมภีร์เดิมทุกเล่มยกเว้นเอสเธอร์ แล้วข้อความไม่ผิดเพี้ยนไปจากฉบับปัจจุบันที่เรามีอยู่เลย และเวลาหลังจากนั้นพวกเราก็ได้เฮกันยกใหญ่เพราะได้ไปที่ทะเลตาย ซึ่งเป็นจุดที่ต่ำที่สุดของโลก อยู่ต่ำกว่าน้ำทะเลทั่วไปกว่า 400 เมตร น้ำในทะเลเค็มกว่าทะเลปกติ 10 เท่า

http://www.betheltour.net

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s