“หม้อในพระหัตถ์” โดย เจิม ซัม Jerm Sum and the Potter

Re : *ชีวิต + ความจริง + ความรัก = คืออะไร?*

ความคิดเห็นที่ #176: 7 พ.ค. 09, 12:33 น
อ้างถึง แก้ไข แก้ไข แก้ไข ลบทิ้ง ลบทิ้ง ลบทิ้ง แยกกระทู้ แยกกระทู้BlockBlock

 
บทความ "หม้อในพระหัตถ์" โดย เจิม ซัม       
   
หม้อในพระหัตถ์

โดย เจิม ซัม

ผม คือหม้อใบหนึ่งที่ท่านผู้หนึ่งได้ซื้อไว้
ท่านให้ราคาผมสูงกว่าที่ผมเป็นผมเป็นหม้อที่ถูกทอด
ทิ้งให้ตากแดดตากฝนมาเป็นเวลานาน ไม่เคยได้รับการดูแลและขัดเกลา
เป็นเพียงหม้อเก่าๆที่
ไม่ควรค่าที่ใครๆจะซื้อไว้ไปใช้การ
เพราะแม้แต่ตัวผมเองก็ยังมองไม่เห็นหนทางในการที่จะทำ
ให้ตนเองสะอาดขึ้นมาได้  ผมกระดำกระด่าง บุบๆเบี้ยวๆไร้รูปทรง
จะเอาหม้ออย่างผมไปใช้
การอะไรคงไม่ได้หรอกกระมัง  เพราะแม้แต่จะเอาผมวางไว้บนเตาไฟอย่างดี ผมก็ยังเอียง
กระเท่เร่จะคว่ำมิคว่ำแหล่(หวังว่าผมคงจะไม่พูดหยาบเกินไปนะครับ)

วันที่ผมถูกซื้อไว้นั้น ใครๆเขาก็หัวเราะกันทั้งนั้น  เขาคิดยังไงของเขานะ
ถึงได้มาซื้อหม้อ
เก่าๆเอาไปใช้   มิหนำซ้ำ
ยังให้ราคาสูงกว่าหม้อทั่วไปที่เขาขายกันในท้องตลาดอีกแน่ะ…ท่า
จะ…  เสียง ผู้คนที่รู้เรื่องของผม ต่างกระซิบกระซาบต่อๆกันไป
ผมล่ะเบื่อ…เสียงนกเสียงกา
แต่ก็ช่างเขาเถอะครับ พวกเขาคงจะอิจฉาผม ที่มีคนมาซื้อผมไปใช้แทนที่จะทำลายทิ้ง  ผม
ซาบซึ้งใจจริงๆ  ผมพูดไปร้อง ไห้ไป(แม้ว่า
คงไม่มีใครเห็นน้ำตาและได้ยินเสียงพูดของผมก็
ตามเถอะ)

วันแรกที่ท่านเอาผมมาไว้ในบ้าน ผมก็ถูกมอบไว้ให้คนครัว ท่านได้สั่งกำชับคนครัวว่า
จงทำ
ความสะอาดหม้อใบนี้ให้เรา  คนครัวได้ยินก็ตอบว่า  ขอรับท่าน
และไม่รอช้าที่จะลงมือเอา
ผมไปแช่น้ำสบู่ทิ้งเอาไว้   ผมสำลักน้ำแทบตาย
เพราะไม่เคยมีใครเคยเอาผมไปแช่น้ำทิ้งไว้
อย่างนี้มาก่อน ผมรอคอยว่า เมื่อไรเขาจะมาเอาผมขึ้นไปจากน้ำเสียที
แต่คอยตั้งแต่ตะวันตก
ดินจนตะวันขึ้น ผมก็ยังคงถูกแช่น้ำทิ้งไว้อยู่อย่างนั้น
ผมไม่อยากอยู่ในน้ำนี้อีกแล้ว ช่วยเอา
ผมออกไปเดี๋ยว นี้ได้ไหม? ผมพยายามดิ้นรนช่วยตัวเองอยู่นาน ในที่สุดก็อ่อนแรง และ
ยอมอยู่ในน้ำซึ่งก่อนนั้นเป็นน้ำที่ใสสะอาด   แต่ตอนนี้มันเป็นน้ำที่ดำปี๋ 
ดำเหมือนน้ำครำใน
คลองแสนแสบยังไงยังงั้นเลยล่ะครับ  เอาขึ้นมาขัดได้แล้ว
นั่นฝอยขัดหม้ออย่างดีที่เราเพิ่ง
ซื้อมาใหม่ๆ  ขัดมันจนกว่าจะขึ้นเงาเลยนะ   

ผมได้ยินเพียงแค่นั้น ก็รีบตะโกนบอกว่า  ท่านครับ
ทิ้งผมให้อยู่ในน้ำอย่างนี้ต่อไปอีกก็ได้ 
ผมไม่อยากถูกขัดเลย แต่ไม่มีใครฟังผมเลย ผมถูกยกขึ้นมาจากน้ำ และทันใดนั้น คนครัวก็
หิ้วหูทั้งสองข้างที่บิดๆเบี้ยวๆของผมขึ้น และลงมือทำงานของเขา
ผมร้องลั่นอย่างเจ็บปวด เมื่อ
ฝอยขัดหม้อหยาบๆ ขูดเนื้อขูดตัวผมอย่างสุดกำลังคนขัด  โอ๊ย! ทำไม พวกคุณถึงทารุณผม
อย่างนี้ด้วยเล่า  ผมอยู่ของผมดีๆไม่ใช่หรือ ไปซื้อผมมา
แล้วทำทารุณกับผมอย่างนี้ได้ยัง
ไง…ปล่อยผมไปเดี๋ยวนี้นะ

คุณเชื่อไหมละครับ  ผมร้องจนไม่มีเสียงจะร้องอีกต่อไป  คนขัดก็ขัดเอาๆ
ไม่สนใจเลยว่าผม
รู้สึกอย่างไร ผมล่ะเกลียดคุณฝอยขัดนั่นเสียจริงๆ
นี่ถ้าสาบมันให้หายสาบสูญไปได้ก็คงจะดี
(จริงๆแล้ว ผมก็พยายามทำอยู่หลายครั้ง  แต่ไม่สำเร็จเจ็บใจเสียจริงๆ!)
ผมทุรนทุรายในมือ
ของคนขัด โอย!จะขัดกันไปถึงไหน? พอได้แล้วน่า…ผมเจ็บมากนะ ผมคราง หวังเหลือเกิน
ว่าเขาจะได้ยินเสียงที่ผมบ่น เสียงคนขัดพูดกับเพื่อนของเขาว่า
เออ….ดูดีขึ้นเยอะเลย  คุณ
หม้อใบนี้ของนายนี่ ขัดยากกว่าใบอื่นๆที่นายซื้อมาเยอะเลยนะ 
เขาพูดพร้อมกับส่ายหน้า   
ผมล่ะโมโหสุดๆ เลย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเขายังไม่ยอมปล่อยผมออกจากมือ นายสั่งไว้
ว่าให้ขัดจนขึ้นเงา นี่ใช้ฝอยขัดหมดไปตั้งหลายอันแล้วยังมองไม่เห็นเงาเลย!
ว่าแล้วเขาก็ร้อง
บอกเพื่อนว่า เฮ้! เพื่อนยาก  ช่วยเอาฝอยอันใหม่อีกอันให้ฉันหน่อย คราวนี้คงจะ
เสร็จ  เสร็จเหรอ??  โอ๊ย…ผมเสร็จแน่คราวนี้ ใครก็ได้ครับ…มาช่วยผมด้วย!
ผมทั้ง
ร้องไห้  ทั้งวิงวอนด้วยน้ำตานองหน้า  แต่ก็ไม่มีใครสนใจผมเลยแม้แต่นิดเดียว

            แล้วผมก็ถูกขัดต่อไป (คิดว่าคงสลบไปหลายครั้งแล้วกระมัง)  เพราะในที่
สุดผมก็
ได้ยินเสียงของท่านที่ซื้อผมมากล่าวว่า  ดีแล้ว  ขัดได้สะอาดดีมาก
ตอนนี้ก็ได้เวลาที่เราจะ
ต้องเอามันไปทุบ  ผมสะดุ้งโหยง  ตกใจสุดขีด อะไรนะ แค่นี้ยังไม่พอ  จะมาทุบผมอีก
เหรอ  แล้วผมก็ถูกนำไปทุบ มันเจ็บมากนะครับ เจ็บจนผมคิดว่า
นี่ถ้าผมตายไปได้ก็คงจะดี
กว่านี้แน่ คนทุบจะรู้ไหมว่า  เขาไม่ได้ทุบแต่ตัวของผมเท่านั้น
แต่ได้ทุบใจของผมจนแหลก
สลายไปด้วย กี่ครั้งที่ผมถูกทุบ เขาทำกับผมอีกหลายอย่างจนผมนับไม่ไหวแล้ว
แม้แต่หูที่เคย
บิดๆเบี้ยวของผม ก็ถูกนำไปดัดให้กลับเข้าที่ (มันเจ็บจริงๆนะครับ
ตอนที่เขาดัดหูของผมเนี่ย 
แต่ก็รู้สึกดีที่ฟังอะไรๆชัดขึ้นมาเยอะเลย!)

            แล้วคนครัวก็นำผมไปให้ท่านที่ซื้อผมมา ท่านยิ้มอย่างพอใจ ดีมาก
ผมได้ยินคำนั้น
ก็ดีใจ มองเห็นตัวเองในกระจกเงาแล้วก็ต้องยิ้มพร้อมกับท่านไปด้วย แหม
เรานี่ก็หล่อไม่เบา
เลยแฮะ ผมชื่นชมสภาพใหม่ของตน แต่ใจก็ยังกลัวๆอยู่ว่า…จะมีคำสั่งอะไรตามมาอีก
แล้ว
ท่านก็สั่งว่า เราพอใจแล้ว มันช่างเป็นหม้อที่ดีจริงๆ เราดูแล้วไม่ผิดเลย
เอามันไปไว้ใช้ในครัว
ได้

         ท่านกล่าวต่อไปอีกว่า
เราไม่มีความพอใจที่จะเห็นภาชนะที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ถูก
ทิ้งไว้ให้ตากแดดตากฝนเหมือนสิ่งไร้ค่า เราจึงซื้อมันมาจากผู้ที่กล่าวอ้าง
ว่าตนเป็นเจ้าของๆ
มัน วันนั้นใครๆ ก็หัวเราะในการกระทำของเรา ว่าช่างเขลานัก แต่…ดูตอนนี้สิ
หม้อใบนี้ได้มา
อยู่ในมือของเรา และเราจะใช้มันให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เราชอบใจมันมากจริงๆ! 

          ถ้อยคำเหล่านั้นของท่าน ทำให้ผมซาบซึ้งใจ น้ำตาผมคลอเบ้า
ลืมความเจ็บปวดที่ได้
รับเมื่อตอนที่ถูกขัดถูกทุบเป็นปลิดทิ้ง ผมยังจำถ้อยคำของท่านจนถึงทุกวันนี้
มันถูกจารึกไว้
ในแผ่นดวงใจของผมแล้วอย่างแน่นแฟ้นไม่มีวันลืม นี่ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน
ผมก็คงจะกลายเป็น
หม้อเก่าๆที่ไร้ค่าและผุพังไปแล้ว

         ขอบคุณครับท่าน ผมเอ่ยขึ้นด้วยสำนึกในพระคุณ

         นับแต่นั้นเป็นต้นมา ชีวิตของผมก็เปลี่ยนไป ทุกวันของผมช่างมีความหมาย
และผมก็
ได้กลายเป็นหม้อที่มีคุณค่าอยู่ในครัวของนาย…

บทความ "หม้อในพระหัตถ์" โดย เจิม ซัม       
   
**อยากบอกกับทุกคนว่า "อย่ากลัวที่จะอยู่ในมือของคนขัดเลย
เพราะนายของเรารู้แล้วว่าจะ
ทำอย่างไรจึงจะทำให้เราขึ้นเงา เพื่อเราจะไม่เป็นเหมือนหม้อใบเดิมที่ใช้การไม่ได้
แต่จะได้
กลายเป็นหม้อที่อยู่ในครัวของนาย มีค่าควรแก่การนำมาใช้"

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s