เพื่อที่จะรักและปรนนิบัติคนอื่นไม่ใช่ตัวเอง

“เ พื่ อ ที่ จ ะ รั ก และ ป ร น นิ บั ติ ค น อื่ น ไ ม่ ใ ช่ ตัว เ อ ง”
……

ข้างล่างนี้คือบันทึกคำพูดของดอกเตอร์ริชาร์ด ทีโอ มหาเศรษฐีและศัลยแพทย์ความงามที่เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้ายแต่เสียสละที่มาแบ่งปันประสบการณ์ของเขาในวันที่19-1-2012 กับนักศึกษาทันตแพทย์เขาเพิ่งเสียชีวิตเมื่อ18-10-2012

อรุณสวัสดิ์ทุกๆคน เสียงผมอาจจะแหบเล็กน้อย ดังนั้นโปรดอดทนกับผมหน่อย ผมขอแนะนำตัวเอง ชื่อผมคือริชาร์ด ผมเป็

นแพทย์ และผมได้คิดว่าผมจะแบ่งปันความคิดบางอย่างเกี่ยวกับชีวิตของผม ขอบคุณที่เชิญผมมาที่นี่ หวังว่ามันจะทำให้คุณคิดเกี่ยวกับทำอย่างไร. เพื่อคุณจะมุ่งไป …ในการเริ่มเป็นทันตแพทย์ เพื่อคุณจะคิดถึงสิ่งอื่นๆอย่างดี

ตั้งแต่เด็ก ผมเป็นคนที่เป็นเหมือนผลผลิตของสังคมปัจจุบัน ผลผลิตที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จตามที่สังคมต้องการ ตั้งแต่เด็ก ผมมาจากครอบครัวที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสังคม ผมถูกบอกโดยสื่อ และผู้คนรอบตัวผมเกี่ยวกับความสุขของการประสบความสำเร็จ และที่ว่าความสำเร็จคือการเป็นคนมีร่ำรวย ด้วยเหตุนี้ภายในใจผมจึงมีความแข่งขันค่อนข้างมากตั้งแต่เด็ก
ไม่เพียงแค่ผมต้องการเป็นที่หนึ่งในโรงเรียน ผมต้องการประสบความสำเร็จในทุกด้าน. ทุกอย่างเป็นแบบเดียว ผมต้องการถ้วยรางวัล ต้องการความสำเร็จ ความสำเร็จระดับชาติในทุกอย่าง ดังนั้นผมจึงแข่งขันมาตลอดตั้งแต่เด็ก ผมเข้ามาเรียนแพทย์ จนจบแพทย์ บางคนในพวกคุณอาจจะรู้ว่าในคณะแพทย์ จักษุแพทย์เป็นสาขาหนึ่งที่คนอยากเรียนมากเมื่อต่อเฉพาะทาง ผมเป็นแพทย์ฝึกหัดในแผนกจักษุ และผมได้ทุนการศึกษาจากNUS เพื่อพัฒนาlaserที่ใช้ในการรักษาตา

ขณะที่เรียน ผมได้จด2สิทธิบัตร อันนึงสำหรับอุปกรณ์การแพทย์ อีกอันสำหรับเลเซอร์ และคุณรู้อะไรไหม การประสบความสำเร็จทางการศึกษานี้ไม่ได้ทำความมั่งคั่งให้ผมเลย ดังนั้นเมื่อผมสิ่นสุดสัญญากับ MOH ผมตัดสินใจว่าสิ่งนี้มันนานเกินไป การเป็นหมอผ่าตัดตามันนานเกินไป มีเงินอีกมากที่จะหาได้ในการทำงานในเอกชน ถ้าคุณตระหนักว่าสองสามปีมานี้การแพทย์ความงามเป็นที่นิยมมาก เงินจำนวนมากได้จากศัลยกรรมความงาม ดังนั้นผมจึงไม่เรียนต่อเฉพาะทางและมาทำคลินิคความงามส่วนตัวในเมือง ร่วมไปกับศูนย์การผ่าตัด

เรารู้ว่าการเยาะเย้ยว่าไม่มีีวีรบุรุษ ที่มาจากแพทย์ทั่วไป หมอเวชศาสตร์ครอบครัว แต่เรามีวีรบุรุษจากคนรวย คนมีชื่อเสียง. คนที่ไม่เต็มใจจ่ายเงิน $20ที่จะพบแพทย์ทั่วไป คนเดียวกันนั้นไม่หวั่นเลยที่จะเสีย เงิน $10000สำหรับการดูดไขมัน ,$15000สำหรับการเสริมหน้าอก ดังนั้นมันทำให้เป็นแบบนี้ มันไม่ใช่เกมส์ง่ายๆ แล้วทำไมคุณอยากจะเป็นหมอทั่วไปล่ะ มาเป็นหมอความงาม แทนที่จะรักษาคนป่วยไม่สบาย ผมตัดสินใจมาเป็นผู้เนรมิตความงามที่เป็นที่เชิดชู ซึ่งธุรกิจดี ดีมากๆมันเริ่มจากการรอคิวหนึ่งสัปดาห์ สามสัปดาห์ และหนึ่งเดือน และสองเดือน แล้วก็สามเดือน จนคนไข้เยอะมากเกินไป. ธุรกิจความงามเป็นธุรกิจที่ยอดเยี่ ยมมาก ผมจ้างหมอหนึ่งคน คนที่สอง คนที่สามและคนที่สี่ และภายในหนึ่งปี เราก็เป็นมหาเศรษฐีติดอันดับ เพียงแค่ปีแรก แต่มันก็ไม่พอ ผมขยายไปยังอินโดนีเซียเพื่อหาคนมีเงินของอินโดนีเซียทั้งหมด ผู้ที่จะไม่ทันกระพริบตาเลยที่จะทำอะไรสักอย่าง ดังนั้นชีวิตนั้นช่างดีจริงๆ

แล้วผมทำอะไรกับเงินสำรอง ผมใช้เวลาสุดสัปดาห์ของผมอย่างไร โดยปกติผมมีชุมนุมสโมสรรถ เราจะไปSepang ในมาเลเซีย เพื่อจะแข่งรถ มันเป็นชีวิตของผม เงินสำรองที่เหลือ ผมทำอะไรเหรอ ผมซื้อรถเฟอร์รารี่ให้ตัวเอง ตอนนั้นรุ่น458ยังไม่ออก มีแค่รถแต่งแมงมุม430 มันคือเพื่อนของผม เพื่อนร่วมโรงเรียน ที่เป็นนักการตลาด นายธนาคาร เขาได้รถสีแดง ส่วนผมได้รถสีเงิน

หลังจากผมมีรถ ก็ถึงเวลาซื้อบ้าน สร้างบ้านของตัวเอง เราจึงหาที่ที่จะสร้างบ้าน ดูสิผมใช้ชีวิตอย่างไร เราคิดถึงวิธีที่จะร่ำรวยและมีชื่อเสียง นี่เป็นส่วนหนึ่งของนางงามจักรวาล ผู้ก่อตั้งทางอินเตอร์เนท ว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร ในการกิน และภัตตาคารทั้งหมด ดังนั้นผมจึงมาถึงจุดที่มีทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต มาถึงจุดสุดยอดในอาชีพและทั้งหมด. นี่คือผมเมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมาในห้องยิม ที่ผมคิดว่าผมชอบ ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม และมาถึงจุดสุดยอด

ใช่แต่ผมผิด ทุกสิ่งไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุม ประมาณมีนาคมปีที่แล้ว ผมเริ่มปวดกลางหลัง ผมคิดว่าอาจเป็นเพราะเล่นสควอท ผมจึงไปที่SGH เพื่อไปเจอเพื่อนผมเพื่อทำMRI เพื่อจะมั่นใจว่าไม่ใช่หมอนรองกระดูกเคลื่อนหรืออะไร และเย็นวันนั้น เค้าโทรหาผมว่าเราพบความผิดปกติมาแทนที่ที่ไขสันหลัง ผมพูดว่าขอโทษนะมันหมายความว่ายังไง คือหมายถึงผมเข้าใจว่าหมายถึงอะไรแต่ไม่อยากยอมรับมัน มันเหมือนกับว่า คุณจริงจังใช่ไหม มันเหมือนกับว่าคุณกำลังวิ่งไปรอบๆไปยังยิมคุณรู้ไหม๊ วันต่อมาผมทำPET scan พบว่าผมเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย มันเหมือนกับว่า ว้าวมันมาจากไหนกัน มันกระจายไปยังสมอง สันหลัง ตับและต่อมหมวกไต และคุณนึกถึงเวลาที่ผมคิดว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม คิดว่ามาถึงจุดสูงสุดของชีวิต. แต่หลังจากนั้นคุณก็เสียมันไป
นี้คือCT scanของปอด มันดูเหมือนว่าทุกจุดคือมะเร็ง มันเรียกว่า miliaries tumour.ในความจริงก็คือมีเป็นหลายหมื่นจุดในปอด ดังนั้นผมจึงถูกบอกว่าแม้จะได้ยาเคมีบำบัด ผมมีเวลาอย่างมากไม่เกิน3-4เดือน ทำไมชีวิตผมถึงเป็นแบบนี้ ผมเริ่มซึมเศร้า. แน่นอนว่าซึมเศร้าอย่างหนัก ผมคิดว่าผมมีทุกอย่าง

ดูอย่างเย็นชาถึงสิ่งที่ผมมี ความสำเร็จ ถ้วยรางวัล รถ บ้านของผมและทุกอย่าง ผมคิดว่ามันทำให้ผมมีความสุข แต่มันทำให้ผมรู้สึกแย่จริงๆ มีอาการซึมเศร้าอย่างรุนแรง คิดถึงทรัพย์สมบัติของผม ไม่ได้ทำให้ผมมีความสุข ผมคิดว่า คุณรู้ไหม๊ ผมสามารถกอดFerrari นอน.ไม่มันเป็นไปไม่ได้ มันแค่ให้ความสบายเพียงครั้งเดียวเมื่อสิบเดือนก่อนที่่ผ่านมา แต่มันไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง สิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขในสิบเดือนที่ผ่านมาคือการปฏิสัมพันธ์กับผู้คน คนที่ผมรัก เพื่อน และคนที่แคร์ผมจริงๆ. พวกเขาหัวเราะและร้องไห้กับผม และสามารถรู้ความเจ็บปวดทุกข์ทรมานที่ผมต้องผ่านไป พวกเขาได้นำความสุขมาให้ผม ไม่มีสิ่งใดที่ผมมี สมบัติทั้งหมดที่มีที่จะนำความสุขมาให้ผม เพราะถ้ามันทำให้ผมมีความสุข ผมควรจะรู้สึกมีความสุขเมื่อได้คิดถึงมันในเวลาที่ผมกำลังแย่ที่สุด..

คุณรู้ว่าตรุษจีนกำลังจะมาถึง ในอดีต ผมทำอะไร ผมก็ขับรถคันสวยของผมไปเยี่ยมญาติ ไปอวดเพื่อนๆผมและคิดว่านั่นคือความสุข แต่คุณคิดว่าญาติและเพื่อนผมจะดีใจไปกับผมไหมที่อวดรถคันสวยสะดุดตากับพวกเขาไม่ไม่มีทาง พวกเขาไม่มีความสุขไปกับผม พวกเขามีปัญหาเมื่อสิ้นสุดการพบปะ ต้องโดยสารรถสาธารณะ ในความเป็นจริง ผมคิดว่าผมทำมากกว่าที่พวกคุณคิดเพื่อให้พวกเขาอิจฉาริษยาในทุกสิ่งที่ผมมี ความจริงบางครั้งก็น่ารังเกียจ
สิ่งเหล่านี้เราเรียกว่าวัตถุแห่งความอิจฉา ผมมีมัน และอวดคนอื่นผมรู้สึกว่ามันเติมเต็มความภูมิใจและอีโก้ของตัวเอง มันไม่ได้ทำให้ใครมีความสุข เพื่อนของผมหรือญาติๆ. ผมเคยคิดว่ามันเป็นความสุขจริงๆ.

ขออนุญาตให้ผมแบ่งปันเรื่องอื่นกับคุณ คุณรู้ไหมตอนผมอายุเท่าคุณ ผมอยู่ในห้องโถงพระราชาเอ็ดเวิร์ดที่เจ็ด ผมมีเพื่อนคนนี้ที่ผมคิดว่าเธอแปลก ชื่อของเธอคือ เจนนิเฟอร์ เรายังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ขณะที่เราเดินไปตามทาง ถ้าเธอเห็นหอยทากเธอจะหยิบขึ้นมาและปล่อยไปตรงหญ้า ผมสงสัยว่าทำไมเธอต้องทำอย่างนั้นด้วย ทำไมต้องทำให้มือสกปรกมันเป็นแค่หอยทาก ความจริงก็คือเธอเข้าใจความรู้สึกของหอยทากว่าถ้ามันไม่ออกไปจากทางเดินของมนุษย์มันก็ต้องถูกเหยียบตาย แต่สำหรับผมมันก็แค่หอยทาก ถ้ามันออกไปจากทางเดินของมนุษย์ไม่ได้มันก็สมควรจะตาย มันเป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการไม่ไช่เหรอไม่เห็นมีอะไรเย็นชาตรงไหน

ในการเรียนที่จะเป็นหมอ ในการมีความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจ แต่ผมทำไม่ได้ หลังจากเรียนจบ ตอนที่อยู่ในแผนกมะเร็งในNUH และในทุกวันผมเห็นคนตายในแผนกมะเร็ง. เมื่อผมเห็นเค้าทรมาน เห็นความเจ็บปวดที่ผ่านมา ผมเห็นมอร์ฟีนที่กดทุก2-3นาทีเพื่อบรรเทาความปวด ผมเห็นพวกเขาหายใจลำบาก และทั้งหมด มันเป็นงาน เมื่อผมไปคลินิคทุกวัน เอาเลือดให้ยาแต่คนไข้เป็นคนจริงๆสำหรับผมไหม๊ ไม่พวกเขาเป็นแค่งาน ผมทำมันแล้วก็ออกไป ผมอยากรีบกลับบ้านไปทำงานของตัวเอง
ความเจ็บปวด ความทรมานของคนไข้มันเป็นจริงๆไหม๊ แน่นอน เรารู้ว่าทางการแพทย์เรียกว่าอะไรในการบรรยายความรู้สึกของพวกเขา ความทรมานที่พวกเขาต้องผ่านไป แต่ในความจริง ผมไม่รู้ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร จนกระทั่งผมกลายเป็นคนป่วยเสียเอง จนกระทั่งตอนนี้ผมถึงเข้าใจความรู้สึกจริงๆของเขา และถ้าคุณถามผมว่าผมจะเป็นหมอที่แตกต่างไปไหม๊ถ้าผมจะใช้ชีวิตใหม่อีกครั้ง ผมตอบคุณได้ว่าใช่ผมจะเป็น เพราะว่าผมเข้าใจแล้วว่าคนไข้รู้สึกอย่างไร และบางครั้งคุณต้องเรียนในสิ่งที่ยาก

แม้ว่าคุณเพิ่งจะอยู่ปีหนึ่ง คุณเริ่มเดินทางที่จะเป็นทันตแพทย์ ขอผมเพียงแต่ท้าทายคุณในสองเรื่อง มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้พวกคุณที่จะเริ่มทำงานเอกชน คุณจะเริ่มสะสมความมั่งคั่ง ผมรับประกันได้ว่าคุณ เพียงแค่ทำรากฟันเทียมก็ทำเงินให้เราหลายพันดอลลาร์ มันเป็นเงินที่เยี่ยมยอด และที่จริงไม่มีอะไรผิดสำหรับการประสบความสำเร็จ การมีเงินมั่งคั่ง แน่นอนว่าไม่มีอะไรผิด ปัญหาเดียวคือพวกเราส่วนมากเหมือนกับผมเองที่ไม่สามารถควบคุมมันได้

ทำไมคุณพูดอย่างนั้น เพราะว่าผมเริ่มจะสะสมยิ่งผมมีมากเท่า ไหร่ ผมก็ยิ่งมีความอยากมากขึ้น ยิ่งอยากมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งคิดถึงมันมากอีก เหมือนที่ผมบอกคุณก่อนหน้านี้. ยิ่งมีความอยากมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งหมกมุ่นเม่านั้น เหมือนที่ผมบอกคุณก่อนหน้านี้, ทั้งหมดที่ผมสามารถเป็นเจ้าของได้ เพื่อไปถึงจุดสุดยอดที่สังคมทำให้เรา ที่สังคมต้องการให้เราเป็น ผมกลายเป็นถูกครอบงำว่าไม่มีอะไรอีกแล้วที่สำคัญจริงๆสำหรับผม คนไข้เป็นแค่แหล่งของรายได้ และผมพยายามรีดเอาเงินทุกเซ็นต์ออกจากพวกเขา

หลายครั้งที่เราลืมคนผู้ซึ่งเราถูกคาดหวังให้เอาใจใส่ เราจะสูญเสียมากถ้าเราไม่รับใช้ใครนอกจากตัวเอง ที่มันเกิดขึ้นกับผม ไม่ว่าจะสมาคมทางการแพทย์หรือทันตกรรม ผมบอกคุณได้ว่า ตอนนี้ในเอกชนบางครั้งเราแนะนำคนไข้ในการรักษาที่ไม่มีข้อบ่งชี้ ในบริเวณสีเทา หรือแม้แต่ที่มันไม่จำเป็น แต่เราได้ผลประโยชน์จากมัน แม้แต่จุดนี้ ผมรู้ว่าใครคือเพื่อนของผม และใครเอาใจใส่ผมจริงๆ และใครที่จะพยายามหาเงินจากผมโดยขายความหวังให้ผม เราเป็นพวกสูญเสียเข็มทิศทางศีลธรรมระหว่างทาง เพราะเราต้องการเพียงแต่หาเงิน

แย่ที่สุด ผมบอกคุณได้กว่าสองสามปีสุดท้าย เราพูดถึงเพื่อนร่วมงานไม่ดี คู่แข่งของเราในอุตสาหกรรม เราต้องไม่ปริปากพูดถึงมัน ดังนั้นถ้าเราทำให้พวกเขาแย่ลงเพื่อให้เราได้ประโยชน์ เราทำมัน และมันเกิดอะไรขึ้นตอนนี้ การแพทย์ ทันตกรรมทุกหนทุกแห่ง สิ่งท้าทายของผมต่อคุณคือไม่ใช่การสูญเสียเข็มทิศคุณธรรม ผมได้เรียนรู้ว่ามันเป็นวิธีที่ยาก ผมหวังว่าคุณจะไม่แม้แต่ต้องทำมัน

สิ่งที่สอง พวกเราจำนวนมากเริ่มที่จะชินชากับคนไข้เมื่อเราเริ่มที่จะฝึกงาน แม้ในโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน ผมบอกคุณได้ว่าตอนที่ผมอยู่ที่โรงพยาบาลพร้อมกับแฟ้มจำนวนมากของผู้ป่วย ผมจะรีบกำจัดแฟ้มพวกนั้นให้เร็วที่สุด ผมอยากให้คนไข้ออกไปจากห้องผมเร็วๆ เพราะว่ามีคนไข้เยอะ ซึ่งเป็นความจริง เพราะว่ามันเป็นงาน งานประจำวันมากๆ และนี่เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ผมจะรู้สึกไหม๊ว่าหลังจากนั้นคนไข้รู้สึกอย่างไร ไม่รู้ ความกลัวความกังวลทุกอย่าง ผมเข้าใจจริงๆไหม๊ว่าพวกเขาต้องเจออะไร ไม่ จนกระทั่งมันเกิดขึ้นกับผม .และนี่ผมคิดว่ามันคือข้อบกพร่องที่ใหญ่ที่สุดในระบบของเรา

เราถูกฝึกให้เป็นบุคลาการทางการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ และทั้งหมด แต่เรายังไม่รู้ว่าพวกเขารู้สึกจริงๆอย่างไร ผมจะไม่ถามคุณให้มีอารมณ์มาเกี่ยวข้อง ผมไม่คิดว่านี่คือความเชี่ยวชาญ แต่แท้จริงเราพยายามจริงๆที่จะเข้าใจความเจ็บปวดของพวกเขาหรือเปล่า พวกเราส่วนใหญ่ไม่,ถูกต้องผมสามารถรับประกันคุณ คุณจะไม่สูญเสียมัน ผมท้าทายกับคุณให้คุณลองสวมรองเท้าคู่เดียวกับคนไข้

เพราะว่าความเจ็บปวด ความกังวล ความกลัว มันเป็นความจริงแม้ว่ามันจะไม่เป็นจริงกับคุณ แต่มันเป็นจริงสำหรับพวกเขา ดังนั้นอย่าเสียมันไป และรู้ไหม ตอนนี้ผมกำลังอยู่ระหว่างกลางการให้ยาเคมีบำบัดรอบที่ห้า ผมจะบอกความรู้สึกที่แย่มากๆ ยาเคมีบำบัดเป็นสิ่งคุณไม่อยากแม้จะให้ศัตรูของคุณได้รับมันเพราะมันคือความทรมาน ความรู้สึกเหมือนมีเหา คลื่นไส้อาเจียน คุณไม่รู้ว่าอาหารที่คุณกินจะเก็บไว้ได้ไหม๊ ความรู้สึกที่แย่มากๆและแม้แต่พลังอันน้อยนิดที่ผมมี ผมพยายามจะช่วยคนไข้มะเร็งคนอื่นเพราะผมเข้าใจความเจ็บปวดความทรมานของเค้าจริงๆ แต่บางทีมันอาจจะช้าไปหน่อย และน้อยไปหน่อย .

พวกคุณมีอนาคตที่สดใสรออยู่ด้วยทรัพยากรและพลังงานทั้งหมดที่มี ดังนั้นผมกำลังจะท้าทายคุณที่จะไปเกินกว่าคนไข้คนถัดไปของคุณ ที่จะเข้าใจว่าคนเหล่านั้นที่มีความเจ็บปวดจริงๆ ความยากลำบากจริงๆอย่ามีความคิดว่า มีแต่คนจนที่ทรมาน มันไม่จริง. คนยากจนจำนวนมากนี้ ไม่มีมากนักในสถานที่แรก พวกเขามีความสุขอย่างง่ายๆ สำหรับทุกสิ่งที่คุณรู้ว่าพวกเขามีความสุขมากกว่าคุณและผมแต่พวกเขา อยู่ข้างนอกนั่น. ผู้คนที่ทรมานใจ ทรมานทางกาย ความยากลำบาก อารมณ์ ทางการเงิน และดังนั้นเพื่อให้ออกมา พวกเขาเป็นความจริง เราเลือกที่จะไม่สนใจพวกเขาหรือเราเพียงแต่ไม่ต้องการรู้ว่าพวกเขามีอยู่จริง

ดังนั้นคุณจึงคิดว่ามันถูกต้อง แม้ว่าคุณกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือทันตแพทย์และทั้งหมด สิ่งที่คุณทำได้สำหรับคนที่ต้องการจริงๆ อะไรที่คุณทำสร้างความแตกต่างมากมายแก่พวกเขา ผมตอนนี้เมื่อการได้รับสิ้นสุดดังนั้นผมจึงรู้ว่ามันรู้สึกอย่างไร ใครที่แคร์ผมจริงๆให้กำลังใจปละทุกอย่าง. มันทำความแตกต่างให้ผมมาก เมื่อมันเกิดขึ้นหลังได้รับการรักษา ผมได้รับการรักษาไม่นานมานี้ แต่ผมออกจากการรักษาเพื่อวันอื่นๆ สิ่งมากมายที่เกิดขึ้นระหว่างทาง นี่คือทำไมผมถึงสามารถ คุยกับคุณได้ในวันนี้

ผมกำลังจะจบตรงคำพูดนี้ ที่มาจากหนังสือที่ชื่อ Tuesdays with Morris และเชื่อว่าพวกคุณบางคนเคยอ่านมัน ทุกคนรู้ว่าเราต้องตาย พวกเราทุกคนรู้อย่างนั้น แต่ความจริงคือ ไม่มีใครเลยที่เชื่อมันเพราะถ้าเราเชื่อ เราจะทำสิ่งที่ต่างออกไป เมื่อเราเผชิญความตาย เมื่อผมได้มี ได้ปล้นทุกอย่างในชีวิตไปหมด ผมจะโฟกัสเฉพาะในสิ่งที่จำเป็นในชีวิต มีคำประชดประชันว่า มีหลายครั้งที่เราเรียนรู้ที่จะตายเท่านั้นเราจึงเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่ ผมรู้ว่ามันดูพูดถึงความเจ็บป่วยมากๆเช้านี้ แต่มันเป็นความจริง เป็นสิ่งที่เราต้องเจอ

อย่าให้สังคมบอกคุณว่าคุณต้องมีชีวิตอยู่อย่างไร อย่ายอมให้สื่อบอกว่าคุณต้องทำอะไร สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับผม. และผมได้นำชีวิตนี้คิดถึงว่าอะไรทำให้ผมมีความสุข ผมหวังว่าคุณจะคิดเกี่ยวกับมันและตัดสินใจว่าคุณจะมีชีวิตอยู่อย่างไร ไม่ได้เพราะว่ามีใครคนอื่นบอกให้คุณทำ และคุณต้องตัดสินใจว่าคุณจะปรนนิบัติตัวเอง หรือคุณจะทำในสิ่งที่แตกต่างในชีวิตคนอื่น เพราะว่าความสุขที่แท้จริงไม่ได้มาจากการปรนนิบัติตัวเอง ผมคิดว่ามันใช่แต่มันไม่ใช่

เกือบจะสำคัญที่สุด ผมคิดว่าความสุขที่แท้จริงมาจากการได้รู้จักพระเจ้า ไม่ใช่การได้รู้เกี่ยวกับพระเจ้า ผมหมายความว่าคุณอ่านพระคัมภีร์ไบเบิลได้เพื่อรู้เกี่ยวกับพระเจ้า แต่การรู้จักพระองค์เป็นการส่วนตัว มีความสัมพันธ์กับพระเจ้า ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด นี่คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้

ดังนั้นถ้าผมอยากสรุปมัน ผมอยากพูดว่าก่อนหน้านี้ที่เราหาลำ ดับความสำคัญในชีวิตของเรา สิ่งที่ดีกว่านั้น อย่าเป็นเหมือนผม ไม่มีทางอื่นอีก ผมได้เรียนรู้มันในทางยากลำบาก ผมได้กลับมาหาพระเจ้าเพื่อจะขอบคุณพระองค์สำหรับโอกาสนี้เพราะมีอุบัติเหตุสำคัญ3ครั้งในอดีตของผม อุบัติเหตุรถยนต์ เพราะผมขับรถเร็ว แต่ผมก็รอดมาได้เสมอแม้บางครั้งรถเกือบจะคว่ำ.และผมอาจจะไม่มีโอกาส ใครรู้ ผมไม่รู้ว่าที่อื่นที่ไหนที่ผมจะไปถึงแม้ว่าการรับบัพติสมามันเป็นเพียงการแสดงแต่ความจริงคือสิ่งนี้ได้เกิดขึ้น มันให้โอกาสผมที่จะกับมาหาพระเจ้า

สองอย่างที่ผมได้เรียนรู้คือ:
1. จงเชื่อในพระเจ้าของเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจ นี่คือสิ่งสำคัญ
2. เพื่อที่จะรักและปรนนิบัติคนอื่นไม่ใช่ตัวเอง

ไม่มีอะไรผิดถ้าเราจะร่ำรวยหรือมีเงินมีทอง ผมคิดว่านั่นมันถูกต้องเพราะพระเจ้าอวยพร ดังนั้นคนจำนวนมากถูกอวยพรให้มีฐานะดี แต่ปัญหาคือผมคิดว่าพวกเราส่วนใหญ่ควบคุมมันไม่ได้ ยิ่งเรามีมากเราก็ยิ่วต้องการมาก ผมได้ผ่านมันมาแล้ว หลุมลึกที่เราได้ขุดเอาไว้ เราก็จะยิ่งถูกดูดเข้าไปในมัน ดังนั้นเมื่อเราบูชาความร่ำรวยมากเกินไปขาดการโฟกัส แทนที่จะนมัสการพระเจ้า เรากับบูชาความมั่งคั่ง มันเป็นแค่สัญชาติญาณมนุษย์ มันเป็นสิ่งที่ยากที่จะออกจากมัน

เราทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญ เมื่อเราทำงานส่วนตัว เราสร้างความร่ำรวยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ดังนั้นความคิดของผมคือ เมื่อคุณจะสร้างความร่ำรวย เมื่อโอกาสมาถึง อย่าลืมว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่ของเรา เราไม่ได้เป็นเจ้าของจริงๆ เราไม่ได้มีสิทธิเหนือทรัพย์สินเหล่านี้ แท้จริงมันคือของขวัญจากพระเจ้าให้เรา จำไว้ว่าอาณาจักรของพระเจ้า สำคัญกว่าของตัวเราเอง
อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า ผมจะผ่านมันไป เพราะผมรู้ว่าความมั่งคั่งที่ปราศจากพระเจ้าคือความว่างเปล่า มันสำคัญมากกว่าที่คุณจะสะสมทรัพย์สมบัติของคุณทั้งหมดที่ทำมา ควรเติมให้เต็มด้วยความมั่งคั่งในพระเจ้า

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s