คริสเตียนที่ติดสนิทกับพระเจ้า Intimacy: Nehemiah surmon

คริสตจักรที่ติดสนิทกับพระเจ้า

intimacy – a feeling of being intimate and belonging together
พระเจ้าอยากพบกับเราตลอดเวลา ตั้งแต่สมัยสวนเอเดน พระองค์เป็นผู้เริ่มต้นทอดสายใยแห่งมิตรภาพโดยการเสด็จมาหาอาดัมทุกๆ เย็น เป็นภาพที่น่ารัก เหมือนเวลาที่เราไปสวนสาธารณะแล้วเห็นพ่อ แม่ ลูกชมนก ชมไม้ ใช้เวลาด้วยกันทุกวัน

(It is very likely that God used to converse with them in the garden of Eden in the evening breeze. But Adam and Eve have sinned, and are hidden among the trees!)

เช่นเดียวกับรถติดฟิลม์กรองแสง บาปทำให้เรามองไม่เห็นพระเจ้า และห่างจากพระองค์ไปทุกขณะ ในขณะที่พระเจ้ามองเห็นเราตลอดเวลา และปรารถนาให้เรากลับไปหาพระองค์

(Gen 3: 8 And they heard the voice of the LORD God walking in the garden in the cool of the day: and Adam and his wife hid themselves from the presence of the LORD God amongst the trees of the garden.
9 And the LORD God called unto Adam, and said unto him, Where art thou?
10 And he said, I heard thy voice in the garden, and I was afraid, because I was naked; and I hid myself.)

เช่นเดียวกัน พระเยซูทรงรักเราอย่างลึกซึ้ง ทรงตรัสว่ากลับไปสร้างเรือนหอเพื่อมารับเจ้าสาวไปอยู่ด้วยกับพระองค์ตลอดเวลา และไม่ต้องพรากจากกันอีกเลย เมื่อมีเด็กๆ อยากเข้าใกล้ พรระเยซูก็ตรัสอย่างอ่อนโยนและเชิญชวนให้เด็กๆ มาห้อมล้อมพระองค์ได้ ด้วยบุคลิกที่อบอุ่นของพระองค์ที่แม้แต่เด็กๆ ก็อยากเข้าใกล้ แต่ละวัน เราก็ควรมีใจกล้าที่จะเข้ามาใกล้พระเยซูผู้ทรงประทับบนที่นั่งแห่งพระคุณ และรอคอยเราด้วยใจจดจ่อ

(Then Jesus called for the children and said to the disciples, “Let the children come to me. Don’t stop them! For the Kingdom of God belongs to those who are like these children. Lk 18:16)

เช่นเดียวกับพระเยซู เนหะมีย์ก็เหมือนเด็กยิวทั่วๆ ไปที่ได้รับการปลูกฝังเรื่องพระคำมาตั้งแต่เยาว์วัย ท่านจึงมีความใกล้ชิดกับพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง แม้เผชิญปัญหามากมายเพียงใด เนหะมีย์รู้ว่าพระเจ้าอยู่ใกล้ และคอยควบคุมทุกสถานการณ์ ไม่มีอะไรที่จะทำให้เนหะมีย์ละสายตาไปจากพระเจ้าได้เลย

กระนั้น การติดสนิทกับพระเจ้าเป็นเรื่องง่ายเมื่อทุกอย่างดี ราบรื่น แต่เมื่อเราตกงาน ล้มเหลว มีหนี้สิน เจ็บป่วย ถูกต่อต้าน เราจะวิ่งไปหาพระเจ้า ทูลทุกสิ่งกับพระองค์ หรือเราจะต่อว่าว่าทำไมพระองค์ไม่ช่วยเรา แล้วพาลหันหลังให้กับพระองค์ ซึ่งเข้าทางมาร ที่จะกันเหยื่อออกจากฝูงเพื่อลัก ฆ่า และทำลายสัตว์ที่หลงออกจากฝูง

การที่คริสตจักรของเราจะได้รับการฟื้นฟูแบบเอษราและเนหะมีย์ เราควรหาบัดดี้หรือที่ปรึกษา หรือคู่อธิษฐานให้ได้ จะทำให้เรามีพลังมากกว่า และสำเร็จกว่ายามเฝ้าเดี่ยวคนเดียว เพราะจะได้ช่วยกันค้นคว้า ถาม ตอบ และหนุนใจกันขึ้นมา ยิ่งสมัยนี้มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเรียนรู้พระคำ อาทิ ไอแพต ไอโฟน วิทยุคริสเตียนให้ฟังได้ทุกเวลา

หากเราอยากให้จิตใจได้รับการฟื้นฟูต้องหยั่งรากลึก ดูดเอาน้ำพุแห่งชีวิต ไม่ต่างจากต้นอินทผลัมที่ลำต้องตั้งตระหง่านและมีรากแตกออกมากมายเพื่อดูดน้ำขึ้นมาใช้ ยิ่งในฤดูที่แห้งแล้งเท่าใด รากก็จะหยั่งลึกยิ่งๆ ขึ้น

จากมานาประจำวัน
“ท่านทั้งหลายค้นดูในพระคัมภีร์ เพราะท่านคิดว่าในนั้นมีชีวิตนิรันดร์ และพระคัมภีร์นั้นเป็นพยานให้แก่เรา – ยอห์น 5:39
อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: สดุดี 135-136, 1 โครินธ์ 12
ในการประชุมสัมมนาของผู้นำคริสตจักร ณ มหาวิทยาลัยซีแอทเทิล แปซิฟิก ศิษยาภิบาลผู้มีชื่อเสียง เอิร์ล พาล์เมอร์ หวนคิดถึงประสบการณ์ที่มีอิทธิพลต่อการสอนและการเทศนาของเขามาตลอดครึ่ง ศตวรรษที่ผ่านมา
สมัยเป็นนักศึกษาพระคริสตธรรม เขาได้นำกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์และหนุนใจ ให้ผู้ร่วมกลุ่มใคร่ครวญพระคำของพระเจ้า เขาบอกว่า “ผมเชื่อว่าถ้าผมสามารถทำให้ใครสักคนอ่านพระวจนะได้ ไม่ช้าก็เร็ว พระวจนะนั้นจะเอาชนะใจของเขา และจะนำทางเขาไปถึงแก่นแท้แห่ง พระวจนะ คือ พระเยซูคริสต์ผู้ทรงพระชนม์อยู่ ่และเมื่อพระเยซูได้ใจของเขาแล้ว ความเชื่อก็อยู่แค่เอื้อม”
พระเยซูตรัสกับพวกผู้นำศาสนาที่คุ้นเคยกับพันธสัญญาเดิมแต่กลับเป็น ปรปักษ์กับพระองค์ว่า “ท่านทั้งหลายค้นดูในพระคัมภีร์ เพราะท่านคิดว่าในนั้นมีชีวิตนิรันดร์ และพระคัมภีร์นั้นเป็นพยานให้แก่เรา แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต” (ยน.5:39-40)
เมื่อเราศึกษาพระคัมภีร์เราต้องเปิดใจและใฝ่รู้ เมื่อเราพบว่าพระเยซู ทรงเป็นศูนย์กลางของพระวจนะทั้งเล่มแล้ว ก็ถึงคราวที่เราจะต้องตัดสินใจว่าจะตอบสนองต่อพระองค์อย่างไร
ความสุขยิ่งใหญ่จะเป็นของทุกคนที่เปิดใจและได้พบชีวิตในพระคริสต์ – DCM
พระคำของพระเจ้าดังสายฝน รดลงบนผืนดินเลี้ยงพืชพันธุ์
หากใจเปิดต้อนรับสัจจะนั้น ชีวิตพลันอิ่มเอมและเปลี่ยนแปลง – Sper”

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s