visa application Oct 2010

การเตรียมเอกสารให้พร้อมต้องใช้เวลาและความอึดอย่างสูง โดยเฉพาะการขอวีซ่าทีเดียวสามประเทศ แต่ละสถานทูตก็ต้องการไม่เหมือนกัน การเตรียมพร้อมสำคัญสำหรับคนต่างจังหวัดอย่างเราๆ ที่โอกาสจะวิ่งกลับไปเอาเอกสารมาเพิ่มยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย บางทีการอ่านข้อมูลจากแค่เว็บไซต์ของแต่ละสถานฑูตก็ยังไม่พอ ยังต้องไปค้นคว้าจากคนอื่นๆ ที่มีประสบการณ์ประกอบด้วย แต่ที่เรามีโค้ชที่ดีๆ อย่างพี่สาวและพี่นวลคอยแนะนำและเตรียมข้อมูลให้จึงผ่านไปได้ ไม่งั้นก็คงงงเป็นไก่ตาแตก

 

Canada

ประเทศหลักที่จะไป คือแคนาดา เพราะมีพี่สาวอยู่ที่นั่น จึงได้รับจดหมายเชิญจากคริสตจักรที่นั่น ออกจากบ้านมาถึงกรุงเทพก็เริ่มขอที่นี่ก่อน เพราะถ้าวีซ่าแคนาดาไม่ผ่านก็แปลว่าอดไปที่อื่นๆ ด้วย อีกอย่างเพิ่มเงินค่าตั๋วเครื่องบินอีกหมื่นเดียวก็ได้แวะเที่ยวอิสราเอล ด้วย คุ้มสุดๆ

 

ขั้นแรกก็รับแบบฟอร์มไปกรอกแล้วรอเรียกหมายเลข ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงคิวเพราะคนซักสิบคนได้ ค่าวีซ่าสี่พันกว่าต้องซื้อเช็คที่ธนาคารชั้นล่างของตึกอับดุลราฮิมมาเตรียม ไว้ วีซ่าเดินทางเข้าออกได้หลายครั้งสีพันกว่า เนื่องจากบ้านพี่สาวอยู่แถวออนตาริโอไม่ไกลจากชายแดนอเมริกา จึงตั้งใจจะไปเยี่ยมเพื่อนๆ ที่ฟลอริดาและเทนเนสซี

 

รูปถ่าย ต้องตรงเป้ะๆ ตามที่สถานทูตกำหนด อุตส่าห์ปริ้นไปให้ร้านถ่ายรูปดูว่าต้องการ ขนาด พื้นสีขาว ต้องเห็นใบหูสองข้าง (เพื่ออะไรมิทราบ) ตามที่สถานทูตระบุ แต่เอาภาพใบเดียวกันไปขอวีซ่าเมก้ากลับบอกว่าเล็กไป ต้องกระหืดกระหอบไปถ่ายใหม่แถมโดนโขกราคาสองแผ่น 180 Bt.

 

ตอนกรอก ก็งงๆ เช่นถามเรื่องวันเกิดของพ่อแม่พี่น้องทั้งหมด (จำไม่ไหว) เราจำได้แค่ของพี่สาวคนเดียวก็ผ่านฉลุย ต้องจดหมายรับรองจากที่ทำงานที่มีตราประทับรับรองด้วย (คงกลัวว่าเมคขึ้นเอง) เอกสารที่ไม่เกี่ยวข้องก็ถูกคัดออก แต่หลักฐานจบปอโทก็ได้ใช้ประโยชน์ด้วยแฮะ

 

สมุดธนาคารก็เจ้า หน้าที่ก็เย็บติดกันไว้กับพาสปอร์ตเลย (ตอนขอครั้งแรกคงเป็นเพราะมีเงินฝากน้อย เจ้าหน้าที่เลยขอดูว่าเอาเงินสดติดตัวมาเท่าไหร่) วันแรกของวีซ่าแคนาดาแค่ยื่นเอกสารแล้วกลับได้เลย รุ่งขึ้นถึงเอาไปนัดมารับพาสปอร์ตคืน ได้หรือไม่ก็ต้องมาลุ้นกันอีกที วันที่มารับวีซ่าได้คุยกับน้องที่จะไปเยี่ยมแฟนที่มอนทรีอัล เธอบอกว่าครั้งแรกถูกปฏิเสธ คราวนี้เลยลองดูอีกที ไม่หวังมาก แต่พอถูกปฏิเสธเป็นครั้งที่สองก็เกือบร้องไห้ออกไปเหมือนกัน เหตุผลคือสถานทูตไม่มั่นใจว่าไปแล้วจะกลับมามั้ย คือต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่าไปแล้วมีพันธะให้กลับมาไทยอีก เช่น มีงานที่มั่นคง มีธุรกิจ มีลูกเต้าให้ดูแลเป็นต้น ส่วนวีซ่าเราก็ผ่านตลอดเพราะมีหลักฐานว่าไปแล้วกลับมาไทยทุกครั้ง ไม่เคยอยู่เกินหกเดือนตามที่ระบุในวีซ่า

 

Israel

ได้ พาสปอร์ตกลับมาพร้อมวีซ่าใบแรก รุ่งขึ้นก็เดินหน้าเข้าสถานทูตอิสราเอลแล้ว ที่นี่ระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมากๆๆๆ แต่เนื่องจากมีวีซ่าเข้าแคนาดาแล้วจึงใช้เบิกทางเข้าอิสราเอลได้ ที่นี่ต้องแสดงตนว่าเป็นคริสตชนที่อยากไปจาริกแสวงบุญ จดหมายรับรองจากคริสตจักรที่ท่านเป็นสมาชิกจึงสำคัญมาก ที่ต้องเพิ่มเข้าไปคือใบจองไฟลท์บินที่ระบุวันเดินทาง สำเนาบัตรเครดิต สำเนาแบงค์บุค ส่วนมากคนที่ไปคงเป็นกรุ้พทัวร์ เรามีแต่จดหมายจองที่พักที่เยรูซาเล็มจากพี่นวล แต่ไม่มีตารางที่จะไปทัวร์ตามเมืองต่างๆ จึงโดนถามเยอะหน่อย คือเรากะไปแพลนเรื่องเที่ยวเอาข้างหน้า เพราะมีเพื่อนอยู่โน่นหลายคน เราได้วีซ่าเข้าออกสองครั้ง แต่ราคา 700 Bt. เท่ากับ single entry จ่ายเงินสดเลย ง่ายดี มีคนรอคิวแค่สองสามคน รวดเร็วมาก เจ็ดวันก็กลับมารับวีซ่าได้เลย

 

America

วีซ่ามหาโหดที่ เกือบถอดใจไม่อยากไปคืออเมริกา โหดตั้งแต่ต้นจนจบ ผ่านมาได้ถือว่าเป็นพหูสูตรด้านวีซ่าเลยแหละ ต้องกรอกใบสมัครออนไลน์อย่างเดียว ไม่มีกระดาษให้คนอื่นช่วยกรอก กรอกเสร็จต้องรู้วิธีเซพด้วย ไม่งั้นข้อมูลที่นั่งทำตั้งนานอาจหายหมด แล้วถามข้อมูลมากมายเกือบสิบหน้า ส่วนมากก็จะย้ำๆ เรื่องประวัติอาชญากรรมประมาณนั้น สงสัยใครที่เคยมีประวัติไม่ได้เข้าประเทศนี้แน่ๆ หุๆ เสร็จแล้วต้องซื้อพินออนไลน์สี่ร้อยกว่าเพื่อจองวันนัดสัมภาษณ์ ขั้นตอนนี้ก็กรอกอะไรอีกตั้งหลายหน้าจนกว่าจะเจอช่องวันนัด ซึ่งผ่านไปเป็นอาทิตย์ช่องวันนัดสีเขียวก็ยังไม่โผล่ เขียนเมลไปถามก็ได้รับคำตอบว่าให้เข้าไปเช็คเรื่อยๆ จะทยอยปล่อยวันจองออกมาให้ ซึ่งดีเดย์คือวันจันทร์ (อันนี้ต้องอ่านในหลายเว็บจึงได้ข้อมูลเด็ดๆ) ซึ่งเป็นวันที่เราอพยพไปพักในที่ไม่มีเน็ตใช้ ลำบากถึงเนยที่ต้องคอยเช็คเพื่อตะครุบซช่องเขียวให้ได้ ลุ้นสุดๆ กว่าจะได้วันนัดหลังซื้อพินราวๆ สิบวัน ซึ่งทุกอย่างลงตัวอย่างอัศจรรย์ ทำให้รู้ว่าถ้าพระเจ้าไม่ช่วยแล้วไม่มีทางสำเร็จ เหลือเชื่อว่ารับพาสปอร์ตคืนจากสถานทูตอิสราเอลปุ้ป วันรุ่งขึ้นก็ต้องสัมภาษณ์ของอเมริกาเลย ทุกขั้นตอนต้องลุ้นเหมือนเล่นเกมหาสมบัติ คนที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษคงลำบากหน่อย เพราะต้องอ่านรายละเอียดกันตาแฉะ แถมไม่มีภาษาไทยด้วยหน่ะสิ

 

ก่อนสัมภาษณ์ต้องตะกายไปซื้อค่า ธรรมเนียมขอวีซ่าถึงไปรษณีย์กลางบางรัก แล้วต้องเอาไปเสร็จไปแสดงในวันสัมภาษณ์ด้วย วันนัดเรานั่งรถใต้ดินไปลงที่สวนลุมแล้วเดินโกยอ้าวไปถึง 07.30 ก่อนเวลาสามสิบนาที่เป้ะๆ แต่คนมหาศาลมากๆ เป็นร้อย ไม่รู้ทำไมคนถึงไปเมกากันขนาดนี้ เราคิดว่าไปเร็วแล้วแต่ก็อยู่หางแถว กว่าจะผ่านแต่ละด่านนานมากๆ พอไปถึงจุดเช็คเอกสารก็ต้องไปถ่ายรูปใหม่อีก เพราะต้องใช้รูปหกคูณหก ข้ามฟากไปโน่น มีคนยืนดักถามว่ามาถ่ายรูปใช่ไหม เขาจะเดินนำขึ้นไป เราก็ยิ่งเดินหนีเพราะอ่านเจอว่าจะมีพวกขันอาสาเยอะ ให้ระวัง เขาก็เดินดักหน้าดักหลังเรากับอีกคนทั้งๆ ที่กำลังเข้าไปในร้านถ่ายรูปอยู่แล้ว คงเพราะอย่างนี้มั้งถึงต้องจ่ายค่ารูปแสนแพง

 

เอารูปกลับเข้า ไปเช็คเอกสารอีกรอบ แล้วไปเข้าคิวแสกนลายนิ้วมือและให้ยืนยันว่าเรากรอกเอกสารเอง ทุกอย่างเป็นความจริง แล้วถึงได้ใบคิวไปนั่งรอๆๆๆ กว่าจะถูกเรียกก็นั่งทบทวนคำถามยอดฮิตและข้อมูลที่เรากรอกไปในใบสมัครหลาย รอบ

 

พอถึงคิวเราก็สัมภาษณ์ซักห้านาทีก็จบ คือแรกๆ เธอก็ถามเป็นไทย (สำเนียงฝรั่ง) ว่าจะไปอเมริกาทำไม เราตอบว่าจะไปเยี่ยมพี่สาวที่แคนาดาแล้วพี่จะพาไปเยี่ยมเพื่อนที่ฟลอริดา เธอบอกว่าไม่เข้าใจ เราเลยพูดอังกฤษรวดเดียวจบ จนสุดท้ายเธอบอกว่าพูดอังกฤษดีขนาดนี้ทำไมขอให้สัมภาษณ์เป็นภาษาไทย เราบอกว่าไม่ได้เลือกภาษาเอง ไม่มีใครถามด้วย

 

ที่เธอถามย้ำๆ ตลอดคือใครออกค่าเดินทางให้ ซึ่งก็คงอยากให้มีเงินออกเองแหละถึงจะไปเที่ยว

เธอถามว่าไปอเมริกากี่ครั้งแล้ว – ครั้งแรก

มีใครที่รู้จักที่เมกาอีกมั้ย – มีญาติแต่ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว

ทำไมไปเที่ยวเคนาดาบ่อยจัง – พี่สาวไปตั้งรกรากที่โน่น

แต่งงานหรือยัง อันนี้อยากตอบเป็นเพลงว่าเป็นโสดทำไม

เธอก็จบดื้อๆ ว่างั้นอาทิตย์หน้าจะส่งวีซ่าไปให้ตามที่อยู่ (คิวบ้วยๆ เกือบเที่ยงแล้วไม่อยากถามเยอะรึเปล่า)

เย้ๆๆๆ สำมะเร็จ ไม่เห็นถามเรื่องงาน เงินฝาก อุตส่าห์ไม่กล้าหยิบเงินมาใช้กลัวตัวเลขไม่สวย อิอิ

 

เอกสาร ที่เขาขอดูคือใบยืนยันการนัดหมาย จดหมายจากเพื่อนที่ฟลอริดา จดหมายของคริสตจักรนิวมาเก็ตที่เชิญมา จดหมายหมอประจำครอบครัวของพี่ จดหมายรับรองให้ลางานได้ ที่เหลือปริ้นมาเยอะแยะแทบไม่ได้ใช้เลย เสร็จแล้วก็มาเขียนซองที่อยู่และจ่ายค่าส่ง EMS แล้วเดินยิ้มย่องออกมาด้วยความภาคภูมิใจ เห็นมีคนส่วนน้อยที่เดินเหม่อๆ ออกไปแสดงว่าวีซ่าไม่ผ่าน   

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to visa application Oct 2010

  1. lakatphuket says:

    เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่าท่องเที่ยวแคนาดา

    ดาวโหลดเอกสารได้ที่ http://www.canadainternational.gc.ca/thailand-thailande/visas/trv-vrt_thai.aspx?lang=eng

    1. แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า (มีเฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น) Application for a Temporary Resident Visa (IMM 5257)

    2. แบบฟอร์มเกี่ยวกับครอบครัว (มีเฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น)

    3. หนังสือเดินทาง ต้องไม่หมดอายุก่อนวันที่จะเดินทางกลับประเทศไทย

    4. รูปถ่าย *ต้องถ่ายรูปตามที่เค้ากำหนดเป๊ะๆ อ่านให้ละเอียด* ควรดาวน์โหลดคำแนะนำและตัวอย่างภาพถ่ายมาอ่านให้ดี
    – จำนวน 2 ใบ
    – ต้องอัดจากกระดาษอัดรูปคุณภาพดีเท่านั้น
    – ต้องถ่ายภายใน 6 เดือน เป็นภาพสีหรือขาวดำก็ได้
    – ภาพต้องชัด และใช้พื้นหลังสีขาวล้วน
    – ต้องไม่มีการตกแต่งภาพใดๆ ทั้งสิ้น
    – ใบหน้าตรง ไม่ก้ม ไม่เงย ไม่หันข้าง ปิดปาก และไม่ยิ้ม
    – สำหรับคนที่ใส่แว่นสายตา ต้องไม่ให้กรอบแว่นบังตา ไม่อนุญาตให้ใส่แว่นกันแดด
    – อย่าแต่งหน้าหรือทำผมโอเว่อร์จนหน้าตาเปลี่ยนไปจากความเป็นจริง
    – หากจำเป็นต้องโพกหัวตามหลักของศาสนา ก็ให้แน่ใจว่ายังสามารถมองเห็นใบหน้าได้ชัดเจน
    – ขนาดภาพ ต้องอยู่ที่ 35 มม. x 45 มม. (1 3/8″ x 1 3/4″)
    – ขนาดของใบหน้าในรูป จากไรผมถึงคาง ต้องมีความสูงอยู่ระหว่าง 31-36 มม.
    *จำไว้นะ ถ้าไม่ได้รูปตามนี้ สถานทูตจะไม่รับคำขอ*

    5. หลักฐานทางการเงิน: สมุดบัญชีเงินฝากทุกประเภท (เค้าเอาตัวจริงเราไปเลยนะ สำเนาเค้าไม่เอา) หรือจดหมายรับรองจากธนาคาร

    บางคนถามว่า ถ้ามีคน sponsor อยู่ที่นู่นต้องยื่นหลักฐานทางการเงินอีกหรือไม่ ถ้ามีหลายบัญชีต้องยื่นหมดไม๊ ควรมีเงินในบัญชีเยอะเท่าไหร่?
    เราขอตอบตามความเห็นส่วนตัวว่า .. ถ้าเป็นเรา ก็จะแสดงเอกสารทุกอย่างที่มีอยู่ มีกี่บัญชีก็ให้ดูหมด เงินมากเงินน้อยก็ให้ดูหมด และจะแสดงตามความจริง ไม่ยืมเงินใครมาตกแต่งบัญชีให้ดูมีเงินเยอะ มีแค่ไหนก็แค่นั้น เน้นการนำเสนอความจริง กรณีที่เรายื่นไปก็คือ มีแค่ออมทรัพย์ 2 บัญชี 7000 บาท กับ 50,000 บาทตามที่บอกไว้ข้างต้น เงินเดือนเข้าทุกเดือน แต่สิ้นเดือนก็ไม่เคยเหลือเลยซักเดือน ก็โชว์มันอย่างงั้นแหละ แต่ก็ผ่านมาได้

    6. หลักฐานทางการงาน:
    – จดหมายรับรองจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง อายุการทำงานและ เงินเดือน
    – ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ต้องยื่นเอกสารการอนุมัติให้ลางาน
    – ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือเป็นเจ้าของกิจการ ต้องยื่นเอกสารการจดทะเบียนการค้าพร้อมสำเนา

    อื่นๆ
    – ในกรณีที่ท่านเดินทางด้วยวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ดูงาน หรือฝึกงาน ท่านต้องยื่นจดหมายเชิญจากประเทศแคนาดาด้วย
    – ถ้าท่านเคยเดินทาง และมีหนังสือเดินทางมากกว่า 1 เล่ม ท่านต้องยื่นหนังสือเดินทางเล่มเก่าด้วย

    การจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยว
    – เข้าประเทศครั้งเดียว ท่านละ 2400 บาท หรือ 75 เหรียญแคนาดา หรือ 75 เหรียญสหรัฐ
    – เข้าประเทศหลายครั้ง ท่านละ 4800 บาท หรือ 150 เหรียญแคนาดา หรือ 150 เหรียญสหรัฐ
    – ต้องจ่ายเป็นเงินไทย (บาท), เงินเหรียญแคนาดา, หรือเงินเหรียญสหรัฐ เท่านั้น
    – สถานทูต*ไม่รับเงินสด* จะรับเฉพาะแบงค์ดราฟท์ หรือแคชเชียร์เช็ค สั่งจ่ายในนาม สถานเอกอัครราชทูตแคนาดา (ต้องสะกดให้ถูกต้องทุกตัวอักษร)

    ตอนนั้นเราไปซื้อแคชเชียร์เช็คที่ธนาคาร แล้วพนักงานเค้าเถียงเราว่า สถานทูตต้องสะกดด้วย ฑ แล้วเค้าก็ออกแคชเชียร์เช็คที่สะกดผิดๆ มาให้ เราก็ไม่ยอมออกจากธนาคาร โทรถามทางสถานทูตอีกครั้งให้แน่ใจว่าสะกดด้วยตัว ท หรือ ฑ และได้รับคำยืนยันว่า ต้องใช้ ท จึงบอกให้พนักงานธนาคารทำแคชเชียร์เช็คใบใหม่ให้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เพราะเราไม่ผิด)

    เอกสารที่เราส่งไปเพิ่มเติม ซึ่งไม่ได้อยู่ในรายการที่เค้ากำหนดไว้ก็คือ
    – รายละเอียดสายการบิน และโรงแรมที่เราจะจอง หากได้รับวีซ่า .. โดยเขียนไว้ในเอกสารชัดเจนว่า เรายังไม่ได้จองอะไร แต่เลือกไว้แล้ว และจะจองทันทีที่ได้รับวีซ่า

    สำหรับคนที่มีแฟนเป็นชาวแคนาดาที่ทำงานอยู่ในเมืองไทย
    – เค้าจะขอดู Canadian passport และ work permit .. เราคิดว่า ถ้าเค้าเห็นว่าชาวแคนาดาคนนั้นมีการงานมั่นคงทำอยู่ในเมืองไทย มีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง น่าจะพอเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า เค้าจะเดินทางกลับมาที่ประเทศไทยอีก .. ไม่ใช่หนีตามกันไปอยู่ที่แคนาดาแล้วไม่กลับ

    วัน เวลา และสถานที่ สำหรับยื่นคำร้องขอวีซ่า
    วันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 07.30-10.00 น.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s