Fast and Prayer by ILI

การอดอาหาร

อะไร

จุดประสงค์ในการอดอาหารของคริสเตียนคือการละสายตาจากสิ่งต่างๆ ในโลกนี้และจดจ่อไปที่พระเจ้า การอดอาหารคือการปฏิเสธตนเอง เราจะจดจ่อที่พระคริสต์ได้มากขึ้น นี่เป็นการยอมให้พระองค์นำการทะลุทะลวงเข้าสู่ชีวิตและการรับใช้ของเราอย่างเจาะจงมากขึ้น

 

ตลอดพพระคัมภีร์ การอดอาหารหมายถึงการละเว้นจากการรับประทานเพื่อเป้าหมายฝ่ายจิตวิญญาณ คำว่าอดอาหารในภาษากรีกคือ nesteia ซึ่งเป็นคำประสมของ ne (คำนำหน้าเชิงปฏิเสธ) และ esthio ซึ่งหมายถึง “กิน” ดังนั้นความหมายจากรากศัพท์ทั่วไปคือ “ไม่รับประทาน” การอดอาหารตามพระคัมภีร์คือ “งดอาหาร” โดยระลึกว่านี่คือการสื่อสารทางจิตวิญญาณ

ทำไม

การอดอาหารเป็นการทำตามพระคัมภีร์ (มธ 6:16)

การอดอาหารเป็นการที่พระเจ้าฟังเสียงเรา (อสย 58:4,9)

การอดอาหารเป็นการปลดปล่อย (อสย 49:24-25)

การอดอาหารเป็นการเผยสำแดง (ดนล 9:2,3,21-22)

การอดอาหารเพื่อสุขภาพและการเยียวยา (อสย 58:8)

 

อย่างไร

ศึกษาพระคัมภีร์ในเรื่องการอดอาหาร

คุณต้องแน่ใจว่าคุณพร้อมทางการแพทย์พอที่จะเริ่มอดอาหารได้

เริ่มต้นจากการอดอาหารในช่วงสั้นๆ และในที่สุดก็ค่อยๆ เพิ่มเป็นระยะยาวขึ้น

เมื่ออดอาหารระยะยาวแล้วให้ค่อยๆ หยุดด้วยอาหารอ่อนๆ ที่ย่อยง่าย

เริ่มการอดอาหารด้วยทัศนะที่ถูกต้องว่าพระเจ้าจะให้รางวัลผู้ที่อดอาหารด้วยแรงจูงใจที่เหมาะสม พระเยซูทรงสัญญาว่า “ฝ่ายท่านเมื่อถืออดอาหาร พระบิดาของท่านผู้ทอดพระเนตรเห็นในที่ลี้ลับ จะทรงโปรดประทานบำเหน็จแก่ท่านอย่างเปิดเผย (มธ 6:18)

 

เมื่ออดอาหาร ให้จัดเวลาที่จะสลับด้วยการอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ ร้องเพลง หรืออ่านหนังสือเฝ้าเดี่ยว จดจำไว้ว่า การอดอาหารไม่จบแค่นั้น อย่าแสวงหาประสบการณ์ในการอดอาหาร แต่จงแสวงหาพระเจ้า

 

จอห์น เวสเลย์กล่าวว่า “บางคนยกย่องการอดอาหารตามความเชื่อมากกว่าพระคัมภีร์และเหตุผล และฝ่ายหนึ่งก็ไม่อดอาหารในที่สุด” เราควรต้องหาทางสายกลางระหว่างการสุดโต่งทั้งสองขั้ว เราไม่ได้ถูกเรียกให้คลั่งไคล้การอดอาหาร ซึ่งเราปฏิเสธตนเองทั้งหมด แต่ทรงเรียกเราให้อดอาหารอย่างสม่ำเสมอ

 

การอดอหารของคริสเตียนเป็นการดำเนินชีวิตแบบผู้รับใช้

 

แม้ว่าการอดอาหารตามอักษรหมายถึง “ไม่กิน” การอดอาหารของคริสเตียนเป็นมากกว่าการปฏิเสธอาหารหรือสิ่งอื่นที่เป็นเนื้อหนัง แต่เป็นการใช้ชีวิตเป็นเครื่องบูชาต่อพระเจ้า ในอสย 58 เราเรียนรู้ว่า “การอดอาหารที่แท้” คืออะไร ซึ่งไม่ใช่การกระทำด้วยความถ่อมใจเพียงหรือปฏิเสธตนเองครั้งเดียวพอ แต่เป็นการใช้ชีวิตเป็นหัวใจแบบผู้รับใช้ไปยังคนอื่นๆ อิสยาห์บอกเราว่าการอดอาหารควรส่งเสริมความถ่อมใจ ปลดปล่อยเชือกแห่งความอยุติธรรม เชือกผูกแอก ให้อาหารคนหิวโหย ช่วยคนยากจน และสวมผ้าให้ผู้เปลือยกาย

 

การตรึกตรอง

อะไร

พระคัมภีร์ใช้ภาษาฮีบรูสองคำเพื่อที่ต่างกันเพื่อสื่อความหมายของการตรึกตรอง โดยนำทั้งสองคำมาใช้ถึง 58 ครั้ง ซึ่งมีความหมายต่างกันหลายอย่างเช่น ฟังพระคำพระเจ้า ใคร่ครวญพระราชกิจพระเจ้า ทบทวนการดีของพระเจ้า คิดถึงพระบัญญัติของพระเจ้า และอีกมากมาย แต่ละกรณีก็มีการเน้นเรื่องการเปลี่ยนแปลงนิสัยเมื่อพบกับพระเจ้า เมื่อคริสเตียนตรึกตรองนั้นจะมาสารถได้ยินเสียงพระเจ้าและเชื่อฟังพระคำ

 

“สิ่งใดที่จริง สิ่งใดที่น่านับถือ สิ่งใดที่ยุติธรรม สิ่งใดที่บริสุทธิ์ สิ่งใดที่น่ารัก สิ่งใดที่น่าฟัง คือถ้ามีสิ่งใดที่ล้ำเลิศ สิ่งใดที่ควรแก่การสรรเสริญ ก็ขอจงใคร่ครวญดูสิ่งเหล่านี้” (ฟป 4:8) 

ในการตรึกตรองนั้นเราจะเติบโตขึ้นเป็นเหมือนกับที่ธอมัส เคมพิสเรียกว่า “เพื่อนผู้คุ้นเคยของพระเยซู”

 

ทำไม

ผ่านทางการตรึกตรอง เราสามารถเข้าใจพระลักษณะพระเจ้าและสัจธรรมอันล้ำลึกแห่งความเชื่อของเรามากขึ้น เช่น การใครครวญถึงหัวข้อง่ายๆ เช่น ความบริสุทธิ หรือความยินดี จะช่วยให้เราเดินกับพระองค์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

การตรึกตรองทำให้เราได้ยินเสียงของพระเจ้าชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นลักษณะที่เห็นชัดในการใคร่ครวญและฟังเสียงพระเจ้า

อย่างไร

เอาข้อคิดง่ายๆ จากพระคัมภีร์ หรือข้อพระคัมภีร์ง่ายๆ มาอ่านหลายๆ รอบ

ทบทวนพระคำหรือข้อคิดว่าหมายความว่าเช่นไร

พิจารณาว่าข้อคิดนี้เอาไปใช้ในชีวิตคุณได้เช่นไร แล้วคุรจะนำไปใช้ในชีวิตได้อย่างไร

หากคุณรู้สึกว่าการตรึกตรองเป็นสิ่งที่ยากให้คุณลองคิดเปรียบเทียบกับความกังวล เราทุกคนรู้ว่าความกังวลคือกลับไปคิดในเรื่องที่เรากังวลซ้ำๆ  เช่นไม่มีเงินใช้ ความสัมพันธ์ที่แตกร้าว การตรึกตรองคือ “กังวล” ในสิ่งที่ดี ในสิ่งที่มาจากพระเจ้า นั่นคือทักษะเดียวกัน

การตรึกตรองอาจนานกว่าเวลาหนึ่งที่กำหนดไว้ คุณอาจใช้เวลาว่างๆ ที่มีในแต่ละวันหรือตลอดสัปดาห์ และพระจ้าจะตรัสกับคุณผ่านทางข้อพระคัมภีร์หนึ่งข้อนั้น

 

ข้อพระคำตอนที่ใช้สำหรับใคร่ครวญ

สง่าราศรีเมื่อใคร่ครวญพระคำ อพย 24:15-18

มิตรภาพเมื่อใคร่ครวญพระคำ อพย 33:11

ความครั่นคร้ามเมื่อใคร่ครวญพระคำ อพย 20:18-19

จุดประสงค์ของการใคร่ครวญ สดด 1:1-3

การปลอบโยนเมื่อใคร่ครวญพระคำ 1 พกษ 19:9-18

ความเข้าใจเมื่อใคร่ครวญพระคำ กจ 10:9-20

ความยินดีเมื่อใคร่ครวญพระคำ 2 คธ 12:1-4

ปรับมาจากหนังสือของ Richard Foster, Celebration of Discipline

 

ตัวอย่างของพระคำที่ใช้ใคร่ครวญ

พระบิดาในสวรรค์… (มธ 6:9)

จงบริสุทธิ์เพราะเราบริสุทธิ์ (ลวน 11:45)

ให้เราเพ่งมองที่พระเยซู (ฮบ 12:2)

 

การอธิษฐาน

การอธิษฐานเป็นจุดศูนย์กลางของวินัยฝ่ายจิตวิญญาณทั้งหมด เพราะการอธิษฐานนำเราเข้าสู่การติดสนิทกับพระบิดา การอธิษฐานที่แท้สร้างและเปลี่ยนแปลงชีวิต “การอธิษฐานในที่ลึกลับเสมอๆ ด้วยความเชื่อเป็นรากฐานของความดีเลิศของบุคคลทั้งหมด (วิลเลียม แครี่ย์)///

 

ทำไม

การอธิษฐานเป็นสิทธิที่พิเศษมาก ซึ่งพระเยซูซื้อสิทธินี้โดยพระโลหิตพระเยซูคริสต์

การสนทนาเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ที่สำคคัญและกำลังเติบโตทั้งสิ้น

เราควรอธิษฐานเพราะเราอยู่ในสงครามฝ่ายวิญญาณ

การอธิษฐานขวางเราจากบาปในชีวิต ในเวลาสงบเป็นส่วนตัว พระเจ้าจะเปิดเผยเหตุผลที่เราใช้เพื่อเข้าข้างตนเองเมื่อทำบาป

การอธิษฐานเป็นคำสั่งจากพระเจ้า

ในการอธิษฐานเราเริ่มคิดเหมือนที่พระเจ้าคิด ปรารถนาเหมือนที่พระองค์ปรารถนา รักอย่างที่ทรงรัก

พระเจ้าทำการผ่านทางการอธิษฐานของประชากรของพระองค์ เราต่างเป็นคนงานร่วมกันของพระคริสต์

 

อย่างไร

จำไว้ว่าเราทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะอธิษฐาน เราควรร่ำร้องเสมอว่า ขอพระเจ้าสอนเราอธิษฐาน (ลก 11:1)

อย่ารอจนคุณรู้สึกอยากอธิษฐาน เริ่มอธิษฐานและใจที่อยากอธิษฐานจะเริ่มเติบโต

ระบุอุปสรรคในการอธิษฐานและเอาชนะให้ได้ ถ้าเราสัตย์ซื่อ หลายๆ คนคงยอมรับว่าอุปสรรคสำคัญที่สุดในการอธิษฐานคือความยากเย็นในการจดจ่อ มีหลายวิธีที่จะช่วยเราไม่ให้จิตใจล่องลอยคือ

อธิษฐานเมื่อความคิดของเราแจ่มใส (ปกติแล้วการอธิษฐานตอนนอนอยู่บนที่นอนไม่ค่อยเกผลนัก)

ไปหาที่สงบๆ ที่คุณจะไม่ถูกรบกวน

คุณสามารถอธิษฐานได้อย่างเงียบๆ หรือออกเสียงดังๆ

ลองใช้รายการข้ออธิษฐาน

ลองตั้งกระดาษจดไว้ข้างๆ

เข้ามาเหมือนเด็กๆ

เรียนรู้จากผู้ที่เป็นนักอธิษฐาน

คาดหวังว่าสิ่งต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อคุณเมื่อคุณอธิษฐาน

ใช้พระคำช่วยในการอธิษฐาน

ฟังเสียงและยอมให้พระเจ้าวางภาระในใจคุณ

 

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s