Come to the Father’s heart of God!

มีการส่งการ์ดฮอลมาร์คหลายร้อยเข้าไปในเรือนจำชายอเมริกาเพื่อไว้แจกในวันพ่อและวันแม่ แต่ขณะที่การ์ดถูกส่งไปอวยพรวันแม่เกือบหมด ปรากฏว่าแทบไม่มีนักโทษคนไหนส่งไปอวยพรพ่อ เพราะส่วนมากเขาไม่รู้จักพ่อ แต่มีแม่เลี้ยงดูมาเพียงลำพัง

การขาดความรักจากพ่ออย่างรุนแรงในสังคมเรามีผลกระทบอย่างมากมายที่จะรับรู้ความรักจากพระเจ้าผู้เป็นพ่อที่สมบูรณ์แบบดียอดเยี่ยมได้ พ่อที่สร้างโลกใบใหญ่ให้ลูกๆ หลายล้านได้อยู่ดี กินดี สงบสุขก่อนที่มนุษย์จะล้มลงในความบาป

Dick Hoyt มีริค ลูกชายที่เกิดมาพิการเพราะสายรกพันมาแต่กำเนิด แทนที่จะส่งลูกที่นอนเป็นผักไปไว้ที่สถานสงเคราะห์ เขากลับเอาลูกไปโรงเรียนเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป โดยใช้เครื่องมือสื่อสารทางหน้าผากที่จะบอกความรู้สึกของริคได้แทนคำพูด เมื่ออายุสิบห้าปีเขาบอกพ่อว่าอยากลงวิ่งแข่งกีฬาคนพิการ โดยมีพ่อเข็นรถให้ เมื่อแข่งเสร็จริคบอกพ่อว่า การได้ลงวิ่งแข่งทำให้ลืมความพิการไปได้ นี่เป็นกำลังใจให้สองพ่อลูกลงแข่งขันจนโด่งดังไปทั่วโลก อันที่จริงพ่อทำให้ริคทุกอย่าง ตั้งแต่อุ้มลูกใส่วีลแชร์ เรือ หน้าจักรยาน ริคเพียงแต่โบกไม้โบกมือยิ้มหวานเมื่อเข้าเส้นชัย เมื่อมีคนถามริคว่าหากทำสิ่งหนึ่งให้พ่อได้ ริคจะทำอะไร เขาใช้หน้าผากเคาะคำสื่อสารออกมาบอกว่า “สักครั้งหนึ่งที่ผมอยากเป็นคนเข็นพ่อเอง”

เราส่วนมากก็เคยชินกับการอยากทำอะไรมากมายให้พ่อยอมรับ พยายามขยันทำงาน เรียนเก่งๆ เพื่อให้พ่อรัก แต่ไม่เคยได้คำชมเชยจากปากพ่อเลย ช่างแตกต่างกันลิบลับกับความรักของพ่อของเราในสวรรค์ที่ชื่นชม ยินดี พอใจในตัวเรา ทรงเป็นพ่อที่รักที่จะมีครอบครัวใหญ่ ลูกดกอยู่ห้อมล้อม การที่ลูกอยู่นิ่งๆ พักสงบในพระองค์ก็นำความยินดีอย่างเหลือล้นเข้ามาในใจพระองค์แล้ว

หญิงสาวผู้ยากไร้ชาวฟิลิปปินส์ถูกส่งไปรับใช้อยู่หลายๆ บ้านและถูกทำร้ายอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีคนพูดเรื่องความรักของพระบิดา เธอไม่เข้าใจว่าเขาพูดเรื่องอะไร ไม่มีชายแม้แต่คนเดียวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตที่ดูแลเธอเหมือนพ่อ มีแต่จะเอาเปรียบเธอทุกอย่างและกดขี่เธอเยี่ยงทาศ ชายที่มาบอกเธอเรื่องความรักของพระเจ้าไม่สามารถบอกเล่าให้เธอเข้าใจถึงความรักของพ่อได้ มีเพียงสิ่งเดียวที่จะเปิดหัวใจเธอได้คือการมีประสบการณ์กับพระเจ้าโดยตรง ดังนั้นเขาจึงอุ้มสาวน้อยที่แสนจะบอบบางไว้ในอ้อมแขน เดินไป เดินมา เธอหลับอยู่เช่นนั้นราวๆ ห้านาที เธอตื่นเต้นบอกกับทุกคนเมื่อตื่นขึ้นมา ว่าเธอ “พบพ่อแล้ว” ทันใดนั้นในที่ประชุมต่างได้รับการสัมผัสความรักของพ่อด้วยเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นความรักนี้ได้เปลี่ยนแปลงเธอเป็นคนละคน

สดุดี 

103.8  พระเยโฮวาห์ทรงพระกรุณาและมีพระคุณ ทรงกริ้วช้าและอุดมด้วยความเมตตา

103.9  พระองค์จะไม่ทรงปรักปรำเสมอหรือทรงกริ้วอยู่เป็นนิตย์

103.10  พระองค์มิได้ทรงกระทำต่อเราตามเรื่องบาปของเรา หรือทรงสนองตามความชั่วช้าของเรา

103.11  เพราะว่าฟ้าสวรรค์สูงเหนือแผ่นดินเท่าใด ความเมตตาของพระองค์ที่มีต่อบรรดาคนที่เกรงกลัวพระองค์ก็ใหญ่ยิ่งเท่านั้น

103.12  ตะวันออกไกลจากตะวันตกเท่าใด พระองค์ทรงปลดการละเมิดของเราจากเราไปไกลเท่านั้น

103.13  บิดาสงสารบุตรของตนฉันใด พระเยโฮวาห์ทรงสงสารบรรดาคนที่ยำเกรงพระองค์ฉันนั้น

 

Team Hoyt

http://www.jaisamarn.org/1/teachings/default.asp?s_teachingstype=&Direct=go&PageNo=20#

 

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to Come to the Father’s heart of God!

  1. lakatphuket says:

    ทีมฮ้อยท์ (Team Hoyt) หรือคู่พ่อลูก ดิคและริค ฮ้อยท์ ชาวแมสซาชูเซทส์

    สหรัฐฯ ผู้โด่งดังจากการเข้าแข่งขันรายการมาราธอน รายการไตรกีฬา

    และการแข่งขันกีฬาทรหดอื่นๆด้วยกัน

    ริคลูกชายพิการทางสมองตั้งแต่เล็ก เพราะสายรกพันคอทำให้สมองถูกทำลายจากการขาดออกซิเจน

    ภาพที่ทุกคนคุ้นตาคือ ภาพดิคผู้พ่อว่ายน้ำลากเรือบรรทุกริค ปั่นจักรยาน

    โดยมีริคนั่งอยู่ด้านหน้า และเข็นเก้าอี้วีลแชร์ของริคแข่งวิ่งไปด้วยกัน

    ดิคและจูดี้ภรรยาไม่สนใจคำพูดของหมอตอนริคอายุได้ 9 เดือนที่บอกให้ทิ้งริคไว้กับสถานดูแลคนพิการเพราะริคจะเป็นได้แค่มนุษย์ผักตลอดชีวิต

    ดิคและจูดี้สังเกตเห็นริคกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องมองตามพวกเขาตลอด

    ทั้งคู่พาลูกกลับบ้าน มุ่งมั่นที่จะเลี้ยงริคเหมือนคนปกติเท่าที่จะทำได้ ดิคกับจูดี้เชื่อว่าริคฉลาดไม่น้อยไปกว่าน้องชาย 2 คนที่เกิดมา

    หลังจากนั้น ดิคต่อสู้เพื่อให้ริคได้เข้าเรียนเหมือนเด็กปกติทั่วไป

    ดิคบอกครูและเจ้าหน้าที่การศึกษาว่า การที่ริคพูดไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าริคไม่รู้เรื่อง สองคนพ่อแม่สอนพยัญชนะและสระให้กับลูก และพยายาม

    ให้ริคได้ัรับการยอมรับและมีส่วนร่วมในทุกๆอย่างเสมอ

    เมื่อริคอายุ 11 ปี ดิคกับจูดี้พาริคไปที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย

    Tufts เพื่อปรึกษาหาเครื่องมือช่วยริคในการสื่อสาร

    แม้จะถูกปฏิเสธในตอนแรกเพราะไม่มีใครเชื่อว่าสมองของริคจะรับรู้อะไรได้

    ดิคยืนยันท้าทายให้คนที่นั่นลองเล่าเรื่องตลกให้ริคฟังริคหัวเราะและทำให้

    วิศวกรที่ทัฟท์รู้ว่า ริคเฉลียวฉลาดและสมองยังทำงานได้หลายส่วน พวกเขา

    ช่วยประดิษฐ์คอมพิวเตอร์พิเศษให้ริคสามารถสื่อสารความรู้สึกนึกคิดของเขาได้ ริคอาศัยการขยับศีรษะไปมาในการเลื่อน cursor ไปตามตัวอักษรต่างๆหน้าจอและสัมผัสสวิทซ์ข้างๆศีรษะให้ cursor หยุดที่ตัวอักษรที่เขาต้องการ

    ดิคผู้พ่อต้องทำงานนอกเวลาเพื่อหาเงินระดมทุนมาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับ

    เครื่องมือสื่อสารราคา5,000 เหรียญของลูก

    เมื่ออายุได้ 12 ปี คำแรกที่ริค พิมพ์ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์นี้ ก็คือ

    “Go Bruins” (ประมาณ “ Bruins สู้ สู้ “)

    เป็นการเชียร์ทีมฮอคกี้ที่กำลังแข่งขันรอบสุดท้ายในขณะนั้น

    ทำให้ครอบครัวรู้ว่า ริครักและเป็นแฟนกีฬาคนนึง

    พ่อลูกคู่นี้เริ่มแข่งขันครั้งแรกเมื่อปีคศ 1977 ในการวิ่งการกุศล 5 ไมล์ของโรงเรียนเพื่อช่วยเพื่อนนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาลาครอส

    ดิคผู้มักจะเรียกตัวเองว่าหมูขุนและไม่เคยวิ่งได้เกินครั้งละไมล์

    ตอบตกลงที่จะวิ่งเข็นวีลแชร์ไปกับลูก

    การวิ่งครั้งนั้นเปลี่ยนชีวิตของริค ริคมีความสุขมากเขาพิมพ์คอมพิวเตอร์

    บอกพ่อว่า

    “ พ่อครับ เวลาที่เราวิ่งด้วยกัน ผมรู้สึกว่าผมไม่ใช่คนพิการเลย”

    ประโยคนี้เปลี่ยนชีวิตของดิคเช่นกัน นับแต่วันนั้น ดิคทำทุกอย่าง

    ที่ทำให้ลูกรู้สึกเช่นนั้นบ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
    http://www.oknation.net/blog/print.php?id=339049

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s