Realeasing from the abuser: N Kampusch พระเจ้าต้องการปลดปล่อยผู้ที่ถูกจองจำ

ออกจาก คจ สะพานเหลืองสองแม่ลูกก็ไปดูหนัง 3096 days Central World SF เพิ่มคนละสี่สิบบาท ค่าชาร์จวันอาทิตย์ จากตั๋วฟรีที่นิคให้มา ดีที่ไม่มาดูเรื่องนี้ช่วงออกจาก รพ ใหม่ เพราะชีวิตที่ถูกทารุณ จองจำในคุกที่ชายโรคจิตจับนางไปขังไว้นี้รันทดอย่างแรง แต่ยังไงๆ ก็อยากมาดู เพราะติดตามเรื่องนี้มานานแระ อยากรู้ว่าคนที่ชอบทรมาน ขดขี่ ทำร้ายคนอื่นได้ขนาดผิดมนุษย์มนาเนี้ย อะไรทำให้เขาเพี้ยนไปได้ขนาดนั้น ศึกษาเอาไว้ก็เพื่อจะไม่ได้หลุดวงโคจรชีวิตให้ไปไกล้คนประเภทนี้ และจะได้หาวิธีปกป้องคนที่รักต้องตกหลุมพรางบุคคลอันตรายเช่นนี้ได้อีกทางหนึ่งด้วย จากหนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าวอล์ฟกังวางแผนซับซ้อนหลายชั้นในการเตรียมลักพาตัวนาตาชา และใช้เล่ห์เหลี่ยมอันชาญฉลาดในการปกปิดความชั่วร้ายของตนเองถึงแปดปี

มีผู้หญิงอีกมากมายที่ติดกับดักของมาร เพราะหลงผิดตัดสินใจอยู่กินกับเจ้าชายแสนดี ที่ตอนหลังกลายเป็นคางคกพ่นพิษใส่ตลอดเวลาที่อยู่กินกันมา นางต้องระทมขมขื่น แต่ไม่มีที่ไป เพราะแต่ละวันต้องทำมาหากินเลี้ยงลูกตาดำๆ เงินทุกบาท ทุกสตางค์อยู่ภายใต้สามีที่ควบคุมทุกอย่างในชีวิต ไม่มีวันที่นางจะได้ลืมหู ลืมตาหรือหาความบันเทิงใดๆ เลย หากนางจะทวงสิทธิใดๆ ที่ควรมี ควรได้ ก็จะโดนเขาตอกกลับอย่างเสียๆ หายๆ และโดนกว่าวโทษว่า ทุกอย่าง ทุกปัญหาในบ้านเป็นเพราะความผิดของนางคนเดียว รวมทั้งทุกอย่างที่ทำให้เขาโกรธ หัวเสีย ก็เพราะความบกพร่องของคนเป็นภรรยาทั้งนั้น ไม่มีอะไรเลยที่จะทำให้เขาฉุกคิด ได้สติว่ามันเกิดจากนิสัย หรือความผิดพลาดของเขาเอง เขาจะถนัดมากในการโยนความผิดให้ทุกคนรอบตัว ยกเว้นตัวเอง จะไม่มีคำขอโทษจากปากของคนเช่นนี้ เพราะเขาคือจุดศูนย์กลางของจักรวาลแห่งอีโก้ตนเอง จิตใจของเขาโหดร้าย เขาไม่เคยสงสารเหยื่อเลย เพราะหัวใจของเขาไร้ซึ่งความเมตตา กรุณา ปราณีใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งดีๆ ที่เขาทำกับใครๆ ก็เพื่อจะได้ผลประโยชน์ตอบแทนกลับมาหาตัวเท่านั้น  เขาจะใช้เล่ห์กระเท่ห์ปั่นหัวเหยื่อที่อ่อนแอกว่าทุกทาง เพื่อให้รู้ว่าเขาเหนือกว่าเหยื่อทุกอย่าง และนี่เป็นการตอบสนองการบ้าอำนาจอำมหิต และใจที่อยากควบคุมเหยื่อให้อยู่หมัดของตน

หากคุณคือคนหนึ่งที่ตกอยู่ในวงจรอันชั่วร้ายของมาร อยากให้คุณรู้ว่านี่ไม่ใช่น้ำพระทัยพระเจ้าเลยที่จะปล่อยให้คุณถูกคุมขังในคุกมืด ปีแล้ว ปีเล่าโดยไม่มีทางออก ในอิสยาห์ พระเจ้าได้ส่งพระเยซูให้มาปลดปล่อยผู้ที่ถูกจองจำทุกคน รวมทั้งคุณด้วย

(อสย 61:1) พระจิตของพระเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า  เพราะพระองค์ทรงเจิมข้าพเจ้าไว้ให้ประกาศ ข่าวดีแก่คนยากจน พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้รักษาคนที่ชอกช้ำระกำใจ ให้ประกาศอิสรภาพแก่ บรรดาเชลย  และประกาศการปลดปล่อยแก่ผู้ที่ถูกจองจำ

 

(ลก 4:16-18) พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าไปในศาลาธรรม ทรงยืนขึ้นเพื่อทรงอ่านพระคัมภีร์   มีผู้ส่งม้วน หนังสือประกาศกอิสยาห์ให้พระองค์ พระเยซูเจ้าทรงคลี่ม้วนหนังสือออก ทรงพบข้อความที่เขียนไว้ว่า  “พระเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า  เพราะพระองค์ทรงเจิมข้าพเจ้าไว้ ให้ประกาศข่าวดีแก่คน ยากจน  ทรงส่งข้าพเจ้าไปประกาศการปลดปล่อยแก่ผู้ถูกจองจำ  คืนสายตาให้แก่คนตาบอด ปลดปล่อยผู้ถูกกดขี่ให้เป็นอิสระ”

 

(อสย 35:4-6) พระเจ้าจะเสด็จมาและช่วยท่านให้รอด   แล้วนัยน์ตาของคนตาบอดจะเปิดออก แล้วหูของคนหูหนวกจะเบิก   แล้วคนง่อยจะกระโดดได้อย่างกวาง  และลิ้นของคนใบ้จะร้องเพลง

  Image

หลายๆ กรณี เช่นจากนายฟริตซ์ที่เพิ่งโดนจับไปเร็วๆ นี้ ลูกหลานที่โดนพ่อใจร้ายจับขังในบ้านใต้ดินในออสเตรียนานยิ่งกว่ากรณีนาตาชาอีก ลองนึกดูว่าทั้งแม่และเด็กๆ ยังมีความหวังที่จะได้โผล่มาชมเดือน ตะวันบ้างไหม หลายๆ คู่ ที่ติดกับดักแบบเดียวกันคงสงสัยว่าพระเจ้าทำอะไรอยู่ ในเมื่อพระองค์รัก และห่วงใยเรามาก แต่ทำไมปล่อยให้ปัญหาในชีวิตคู่มันยืดเยื้อ คาราคาซังยาวนานขนาดนั้น แต่ความคิดของพระเจ้าก็สูงกว่าของเรา แผนการของพระองค์ก็ดีกว่า เพื่ออนาคต และความหวังใจ สิ่งที่มารมันทำเพื่อลัก ฆ่า ทำลาย กักเขาให้เราตกเป็นทาศ พระเจ้าไม่ได้นิ่งเฉย แต่ทรงมีวาระสำหรับทุกสิ่ง และเวลาของพระองค์ก็สมบูรณ์เสมอ จงนิ่งเสีย และรู้ว่าพระองค์คือพระเจ้า รอวันที่แสงทองจะส่องเข้ามาในชีวิต รอวันที่จะติดปีกใหม่ บินสูงกว่าเดิมเหมือนนกอินทรีย์

The kidnapped Viennese teenager Natascha Kampusch has objected to the way she has been portrayed as a victim in the Austrian press and asked that further details about her eight-year imprisonment – particularly those contained in the diary she kept throughout her ordeal – be not released.

The house

Wolfgang Přiklopil’s house in Strasshof

Kampusch now owns the house in which she was imprisoned, saying, “I know it’s grotesque – I must now pay for electricity, water and taxes on a house I never wanted to live in”. It was reported that she claimed the house from Přiklopil’s estate because she wanted to protect it from vandals and being torn down; she also noted that she has visited it since her escape. When the third anniversary of her escape approached, it was revealed she had become a regular visitor at the property and was cleaning it out possibly to move in herself. As of 2009, she is living in central Vienna. In January 2010, Kampusch said she had retained the house because it was such a big part of her formative years, also stating that she would fill in the cellar if it is ever sold, adamant that it will never become a macabre museum to her lost adolescence. วิกิ

‘She is not the poor victim,’ said her lawyer Monika Pinterits yesterday, ‘she is an adult young woman. Natascha Kampusch expects her person and her privacy to be respected.’

The stern rebuke came as police announced that they were giving the 18-year-old girl a break in questioning. ‘She urgently needs a break. She needs her rest,’ said Erich Zwettler of Austria’s Federal Criminal Investigations Office. Zwettler also revealed that DNA tests on the body of the man who held her hostage for eight years in a dungeon at his home before she managed to escape on Wednesday, have shown he was not involved in any other known crime.

Kampusch, who is being looked after at a secret location, may have to be housed long-term in a specially adapted house where the environment can be carefully controlled and she can be slowly reintroduced to the outside world, though the final choice will be hers. The teenager, described as ‘very intelligent and very eloquent’ by Pinterits, has made it known that one of the first things she wants to do is make a trip to England after becoming interested in the country thanks to a book her abductor, Wolfgang Priklopil, gave her.

The story of Kampusch – snatched as a ten-year-old on her way to school in 1998 – has gripped Austria since she turned up last week, a pale and sick 18-year-old knocking on an old lady’s window. Though she has yet to go into detail about her imprisonment in a purpose-built cellar, she initially indicated to police officers she had been sexually abused, and also seems to be suffering from ‘serious Stockholm syndrome’, according to the psychiatrist leading the team caring for her, Dr Ernst Berger. A police source said she ‘wept inconsolably’ when told of Proklopil’s suicide.

Despite that, Natascha never lost her will to escape, asking him every day to let her go, and grabbing the chance to flee when 44-year-old Proklopil turned away to speak on his mobile phone while she was vacuuming his car.

After discovering her escape, her abductor threw himself under a train near the Vienna North station, leaving Natascha as the only source for police hoping to discover what happened over the last eight years – and to answer the question of whether Proklopil had an accomplice. Police said that she had spent the first seven years never leaving her cell, and had only been allowed above ground for the first time this year.

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s