เทศนาคริสต์มาส Luke 2

สันติสุข ความยินดี ความรักจากพระคริสต์แด่ปวงชน

Peace, Joy and Love to all the favorite ones!

 

ลูกา 2

Thai New Contemporary Bible (TNCV)

การประสูติของพระเยซูคริสต์

2 ครั้งนั้นซีซาร์ออกัสตัสทรงออกพระราชกฤษฎีกาให้ทำทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งจักรวรรดิโรมัน (นี่เป็นการขึ้นทะเบียนครั้งแรกในสมัยที่คีรินิอัสเป็นผู้ว่าการแคว้นซีเรีย) ทุกคนต่างไปยังเมืองของตนเพื่อขึ้นทะเบียน

พระเยซูมาบังเกิดในเวลาที่เหมาะสมที่สุด เป็นยุคที่ชาวโรมนำระบบปกครองที่ดี และเทคโนโลยีการสร้างถนนอย่างดีมาสู่อิสราเอล ดังคำกล่าวที่ว่า “ถนนทุกสายตรงสู่กรุงโรม” นี่จึงส่งผลให้สาวกรุ่นแรกๆ เดินทางออกประกาศข่าวดีเรื่องพระเยซูได้สะดวก สมัยสองพันปีที่แล้ว ผู้คนใช้ภาษากรีกเป็นภาษาราชการและภาษากลางของโลกยุคนั้น ด้วยเหตุนี้เราจึงมีพระคัมภีร์ใหม่เขียนขึ้นมาเป็นภาษากรีก

ดังนั้นโยเซฟจึงเดินทางจากเมืองนาซาเร็ธในแคว้นกาลิลีขึ้นไปยังเบธเลเฮมเมืองของดาวิดในแคว้นยูเดีย เพราะเขาสืบเชื้อสายมาจากดาวิด เขาไปขึ้นทะเบียนที่นั่นกับมารีย์คู่หมั้นซึ่งกำลังตั้งครรภ์ ขณะพวกเขาอยู่ที่นั่นก็ถึงกำหนดที่มารีย์จะคลอดบุตร นางให้กำเนิดบุตรชายหัวปี นางเอาผ้าอ้อมพันและวางไว้ในรางหญ้าเพราะในบ้านไม่มีที่ว่างให้พวกเขา

พระเยซูสืบเชื้อสายมาจากดาวิด ตระกูลยูดาห์ เป็นตระกูลกษัตริย์หลายพระองค์ของชาวยิวเมื่อสามพันปีที่แล้ว พระเยซูทรงยอมสละบัลลังค์ในสวรรค์ และถ่อมใจมาเกิดในรางหญ้า ถ้าไม่ใช่เพราะรักเราทุกคน พระเยซูคงไม่ลงทุนมารับสภาพมนุษย์ที่ต้องทนทุกข์ถึงเพียงนี้

ในวันนั้นเมืองเล็กๆ อย่างเบธเลเฮมไม่มีที่พักว่างให้ทารกน้อยมาบังเกิด จนต้องไปใช้คอกสัตว์แทน ทั้งๆ ที่พระองค์ทรงสมควรประสูติในพระราชวังที่สะดวกสบายกว่านี้ พี่น้องคะ วันนี้พระเยซูไม่ได้อยากเป็นแค่ทารกน้อยในรางหญ้า แต่ปรารถนาจะเข้ามาอยู่ในใจคุณ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณว่าจะยอมเปิดหัวใจต้อนรับพระองค์เข้ามาหรือไม่ หรือคุณจะเป็นอีกผู้หนึ่งที่ตอบว่า “ไม่ว่าง”

คุณอาจจะมีเหตุผลมากมายที่จะไม่เปิดใจต้อนรับพระองค์เพราะ

มีศาสนาอยู่แล้ว จึงกลัวสายตาคนรอบข้างว่าเปลี่ยนศาสนา

สนใจ แต่ไม่ว่างมาคริสตจักร ไม่ว่างอ่านพระคัมภีร์

หรือไม่อาจยอมรับให้พระเยซูรับโทษ ไถ่เวรแทนได้

เพราะถือว่าเวรกรรมทำเอง ก็ต้องชดใช้เอง

พระเยซูไม่ได้มาเพื่อสร้างศาสนา แต่มาเพราะอยากรู้จักคุณเป็นการส่วนตัว พระเยซูทรงสุภาพ อ่อนโยน ไม่ใช้กำลังพังประตูใจเข้าไป แต่ทรงยืนเคาะที่ประตู รอคุณมาเปิดประตูใจให้พระองค์เข้าไป พระองค์อยากเป็นเพื่อนกับคุณทั้งในยามทุกข์ และสุข พระเยซูทรงรักคุณและอยากอยู่ใกล้ชิดคุณตลอดเวลา วันนี้จึงอยากขอท้าทายให้คุณยอมลงทุนชีวิต และเวลากับพระเยซู แล้วทั้งคุณและครอบครัวจะได้เห็นความจริงว่า นี่เป็นการลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุด และผลนี้ก็คงอยู่ถาวรนิรันดร์

 

คนเลี้ยงแกะกับทูตสวรรค์

และในแถบนั้นมีคนเลี้ยงแกะอยู่กลางทุ่งเฝ้าฝูงแกะของเขายามค่ำคืน ทูต สวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาปรากฏ และพระเกียรติสิริขององค์พระผู้เป็นเจ้าส่องล้อมรอบพวกเขาทำให้คนเหล่านั้น ตกใจกลัวยิ่งนัก 10 แต่ทูตนั้นกล่าวแก่พวกเขาว่า “อย่ากลัวเลย เรานำข่าวดีมา เป็นความเปรมปรีดิ์ใหญ่หลวงสำหรับคนทั้งปวง 11 ในวันนี้ที่เมืองของดาวิดองค์พระผู้ช่วยให้รอดได้มาบังเกิดเพื่อท่าน พระองค์คือพระคริสต์ ผู้ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า 12 นี่เป็นหมายสำคัญแก่ท่าน คือท่านจะพบพระกุมารพันผ้าอ้อมนอนอยู่ในรางหญ้า”

เรามีความเปรมปรีดิ์ใหญ่หลวงได้ เพราะพระผู้ช่วยให้รอดได้มาบังเกิดเพื่อเราทุกคน ไม่มีบาปใดที่หนักเกินไป พระเยซูคือพระคริสต์ ผู้ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าครอบครองเหนือชีวิตของเรา

13 ทันใดนั้นมีชาวสวรรค์หมู่ใหญ่มาปรากฏพร้อมกับทูตสวรรค์องค์นั้นร่วมกันสรรเสริญพระเจ้าและกล่าวว่า

14 “ขอพระเกียรติสิริมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด

และสันติสุขจงมีแก่มวลมนุษย์บนโลก

ผู้ซึ่งพระองค์ทรงโปรดปราน”

 

เวลามีเทศกาลสำคัญๆ ก็จะมีเสียงจุดพลุเฉลิมฉลองดังกึกก้องไปไกล เราต่างชื่นชมความสวยงามน่าตื่นตลึง ในขณะที่วันเกิดของคนทั่วๆ ไปไม่มีเสียงทูตสวรรค์มาร้องเพลง แต่คืนนั้นนับว่าเป็นคืนที่แสนพิเศษและน่าชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่พระเยซูเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในโลกมาบังเกิด ถึงขนาดได้มีการเริ่มต้นคริสตศักราชใหม่เป็น คศ. ที่หนึ่งเลยทีเดียว มีผู้เชื่อคนหนึ่งเล่าว่า สมัยอยู่จีนยังไม่รู้จักเรื่องของพระเยซู เพิ่งมาได้ยินตอนมาอยู่ที่อเมริกา เขาแปลกประหลาดใจที่จีนเปลี่ยนเป็นคริสตศักราชตามชื่อพระเยซูคริสต์

เวลานั้น ทูตสวรรค์เป็นพันองค์มาร้องเพลงให้คนเลี้ยงแกะฟัง คนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้คงเล่าให้ลูกหลานฟังอย่างตื่นเต้น แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน คนกลุ่มนี้จะเป็นที่ดูถูกว่าเป็นคนชั้นต่ำ เป็นพวกที่เป็นมลทิน ใช้ชีวิตร่อนเร่ไปตามทุ่งหญ้า

พระเจ้าดูที่หัวใจว่าใครพร้อมที่จะเปิดใจให้กับพระองค์ โดยไม่ได้เลือกที่รัก มักที่ชัง ไม่ได้ดูที่หน้าตา ตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าคุณจะจนหรือรวย คุณก็พบกับความรักของพระเยซูได้ในวันนี้ ถ้าคุณเปิดใจ   

เมื่อเราถวายเกียรติแด่พระเจ้าในที่สูงสุดด้วยใจของเรา

และเราก็จะได้รับสันติสุขร่วมกับมวลมนุษย์บนโลก

เพราะพระเจ้าทรงโปรดปรานเรา ผู้เป็นบุตรที่พระเจ้ารักและห่วงใย

 

15 เมื่อ เหล่าทูตสวรรค์จากพวกเขากลับสู่สวรรค์แล้ว คนเลี้ยงแกะก็พูดกันว่า “ให้เราไปยังเมืองเบธเลเฮมและดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงแจ้งแก่เรา”

ความเชื่อของคนเลี้ยงแกะไม่ได้ต่างจากความเชื่อของเด็กๆ พระเยซูจึงชมเชยเด็กให้ได้ยินอยู่เสมอๆ ทันทีทูตสวรรค์มาบอกข่าวดีก็รีบวิ่งไปดูตามที่ได้รับบอกเล่ามา อย่างไม่ลังเล สงสัย

เมื่อยี่สิบปีที่ผ่านมา ดิฉันก็เปิดใจต้อนรับพระเยซูเหมือนเด็กๆ เช่นเดียวกัน บางครั้งถ้าเรามีสุขภาพดี หรือเป็นคนฉลาดก็ทำให้เรายิ่งพึ่งพากำลัง และสติปัญญาตนเองมากกว่าของพระเจ้า

16 ดังนั้นพวกเขาจึงรีบรุดมาและพบมารีย์ โยเซฟ กับพระกุมารซึ่งนอนอยู่ในรางหญ้า 17 เมื่อพวกเขาได้เห็นพระองค์แล้วก็กระจายข่าวเรื่องที่ทูตสวรรค์นั้นมาบอกเกี่ยวกับพระกุมาร 18 และคนทั้งปวงที่ได้ยินก็ประหลาดใจในสิ่งที่คนเลี้ยงแกะกล่าวแก่พวกเขา 19 ส่วนมารีย์เก็บเรื่องทั้งหมดนี้ใคร่ครวญอยู่ในใจ 20 คนเลี้ยงแกะกลับไปและยกย่องสรรเสริญพระเจ้าสำหรับทุกสิ่งที่พวกเขาได้ยินและได้เห็นซึ่งเป็นเหมือนที่ทูตสวรรค์ได้แจ้งพวกเขาทุกประการ

          เช่นเดียวกัน เมื่อเรามารู้ข่าวดีที่นำความยินดีมาสู่ชีวิตเราแล้ว เราก็ไม่ควรรอช้าที่กระจายข่าวดีนี้ไปยังทุกคนรอบข้างเช่นกัน การประกาศที่ดีที่สุดคือผ่านสายสัมพันธ์ที่เรามีโอกาสใกล้ชิดสนิทสนมด้วย คำพูดของทูตสวรรค์เกิดขึ้นจริงทุกอย่าง เช่นเดียวกันกับที่พระคัมภีร์เป็นความจริงที่พิสูจน์ได้ทั้งทางวิทยาศาสตร์ และโบราณคดี เมื่อเรามาเชื่อในพระเยซู เราสามารถเอาความจริงคาดเอวได้เลย เพราะพระวจนะที่เราพูดออกไปมีฤทธิอำนาจ จะเป็นจริงเสมอ และไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว

ถวายพระกุมารในพระวิหาร

21 เมื่อ ครบแปดวันก็ได้เวลาที่พระกุมารต้องเข้าสุหนัต พวกเขาตั้งชื่อพระองค์ว่า เยซู ซึ่งเป็นชื่อที่ทูตสวรรค์ได้บอกไว้ตั้งแต่ยังไม่ทรงปฏิสนธิ

          พิธีเข้าสุหนัตในปัจจุบัน คือการขลิบปลายหุ้มอวัยวะเพศชายเพื่อไม่ให้เกิดเชื้อโรคหมักหมม และช่วยลดอัตราการเสี่ยงโรคเอดส์ได้ นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เพิ่งค้นพบเหตุผลในทางการแพทย์ว่า ทำไมจึงต้องรอให้ครบแปดวัน เพราะเป็นช่วงที่เลือดของทารกแข็งแรงพอดี (vitamin K) จนไม่เกิดอันตรายจากการเสียเลือด พระปัญญาของพระเจ้าเกินกว่าที่มนุษย์จะหยั่งรู้ได้

22 เมื่อ ครบกำหนดเวลาการชำระตัวของมารีย์ตามบทบัญญัติของโมเสสแล้ว โยเซฟกับมารีย์ก็นำพระกุมารมายังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อถวายแด่องค์พระผู้เป็น เจ้า 23 (ตามที่มีเขียนไว้ในหนังสือบทบัญญัติขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่า “บุตรชายหัวปีทุกคนต้องถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า”) 24 และถวายเครื่องบูชาตามที่กล่าวไว้ในหนังสือบทบัญญัติขององค์พระผู้เป็นเจ้าคือ “นกเขาหรือนกพิราบรุ่นสองตัว”

นี่คือการมาเยรูซาเล็มครั้งแรกของพระเยซู นั่นคือตอนเกิดใหม่ๆ และครั้งสุดท้ายก็เพื่อถูกตรึงกางเขน ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างบังเอิญ ทุกอย่างในชีวิตเราเช่นกัน เพื่อผลดีสำหรับเราทั้งสิ้น  

                “นกเขาหรือนกพิราบรุ่นสองตัว” คือเครื่องถวายบูชาของคนที่ฐานะไม่ดี เพราะคนที่มีฐานะจะถวายลูกแกะเป็นเครื่องบูชา ดังนั้นพระเยซูจึงเข้าใจหัวอกคนยากจนดี จึงสอนให้เรารักและเมตตาคนที่ขัดสน คอยช่วยเหลือคนที่ลำบากกว่าเรา

25 มี ชายคนหนึ่งในกรุงเยรูซาเล็มชื่อสิเมโอน เขาเป็นคนชอบธรรมและยำเกรงพระเจ้า เขากำลังรอคอยเวลาที่ชนอิสราเอลจะได้รับการปลอบประโลมและพระวิญญาณบริสุทธิ์ สถิตกับเขา 26 พระวิญญาณได้ทรงสำแดงแก่เขาว่าเขาจะได้เห็นพระคริสต์ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าส่งมาก่อนที่เขาจะตาย 27 พระ วิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำเขามายังลานพระวิหาร เมื่อบิดามารดานำพระกุมารเยซูมาประกอบพิธีให้แก่พระองค์ตามธรรมเนียมที่บท บัญญัติกำหนดไว้ 28 สิเมโอนก็อุ้มพระกุมารและสรรเสริญพระเจ้าว่า

29 “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เจ้าชีวิต ดังที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้

บัดนี้พระองค์ทรงให้[d]ผู้รับใช้ของพระองค์ไปอย่างเป็นสุข

30 เพราะตาของข้าพระองค์ได้เห็นความรอดของพระองค์

31 ความรอดซึ่งพระองค์ได้ทรงจัดเตรียมไว้ต่อหน้าประชากรทั้งปวง

32 เป็นแสงสว่างเพื่อสำแดงแก่คนต่างชาติ

และเพื่อเป็นศักดิ์ศรีแก่อิสราเอลประชากรของพระองค์”

          เรียกได้ว่านี่เป็นวันที่พ่อเฒ่าสิเมโอนจะนอนตายตาหลับได้เพราะท่านได้พบกับพระคริสต์ตามพระสัญญา สิเมโอนเป็นคนที่ดำเนินชีวิตตามทางพระเจ้าอย่างถูกต้อง เป็นคนเคารพยำเกรงพระเจ้ามากกว่าสิ่งอื่นใดในชีวิต และเป็นผู้ที่เฝ้ารอคอยเวลาที่จะได้รับการปลอบโยนจากพระเจ้า เราเป็นคนหนึ่งที่พระวิญญาณเติมและเต็มแบบนี้ไหม เราใช้เวลารอคอยคำตอบจากพระเจ้าด้วยใจอดทนไหม เรายึดเวลาเอาตามนาฬิกาพระเจ้าหรือของเราเอง มีคนมากมายที่บอกว่าเป็นคริสเตียนแต่ใช้ชีวิตบิดๆ เบี้ยวๆ ชอบทำตามใจตนเองมากกว่าพระเจ้า และวิ่งนำหน้าพระเจ้า แล้วให้พระเจ้าวิ่งตามแผนตนเองจนล้มเหลวในที่สุด

33 บิดามารดาของพระกุมารก็ประหลาดใจในถ้อยคำที่เขากล่าวเกี่ยวกับพระกุมาร 34 จาก นั้นสิเมโอนอวยพรพวกเขาและกล่าวกับมารีย์มารดาของพระองค์ว่า “พระกุมารนี้ถูกกำหนดไว้ให้เป็นสาเหตุของการล้มลงหรือลุกขึ้นของชาวอิสราเอล จำนวนมากและถูกกำหนดให้เป็นหมายสำคัญที่จะถูกต่อต้าน 35 เพื่อความคิดในใจของคนเป็นอันมากจะถูกเปิดเผยและดาบจะแทงทะลุจิตใจของท่านเองด้วย”

36 ยังมีผู้เผยพระวจนะหญิงคนหนึ่งชื่ออันนา บุตรีฟานูเอลตระกูลอาเชอร์ นางชรามาก นางอยู่กินกับสามีได้เจ็ดปี 37 แล้วเป็นม่ายมาจนถึงอายุ 84 ปี[e] นางไม่เคยออกจากพระวิหารเลยทุกวันคืน เฝ้านมัสการ อดอาหาร และอธิษฐาน 38 ขณะนั้นนางเข้ามาหาพวกเขาแล้วขอบพระคุณพระเจ้าและกล่าวถึงพระกุมารให้บรรดาผู้ที่รอคอยการไถ่กรุงเยรูซาเล็มฟัง

39 เมื่อ โยเซฟกับมารีย์ได้ทำทุกอย่างครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในหนังสือบทบัญญัติของ องค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว เขาทั้งสองก็กลับมายังนาซาเร็ธเมืองของตนในแคว้นกาลิลี 40 และพระกุมารทรงเติบโตแข็งแรง เปี่ยมด้วยสติปัญญา และพระคุณของพระเจ้าอยู่เหนือพระองค์

วันเดียวในบ้านพระเจ้าดีกว่าพันวันในที่ใดๆ เราเป็นเหมือนอันนาไหมที่มีความสุขที่ได้มาพบพระเจ้าและพี่น้องที่คริสตจักร น้ำพระทัยของพระเจ้าคือให้เราทั้งหลายมีความรักและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในพระกายพระคริสต์ นี่คือที่ดีที่สุดที่เป็นสุดยอดปรารถนาของเราทุกคนที่เป็นสุดที่รักของพระเจ้า

          การที่ พระกุมารทรงเติบโตแข็งแรง เปี่ยมด้วยสติปัญญา และพระคุณของพระเจ้าส่วนหนึ่งเราควรให้เครดิตพ่อแม่ที่พระเจ้าให้เป็นผู้ชุบเลี้ยงพระเยซูด้วย ทั้งสองท่านเป็นพ่อแม่ที่ดี เชื่อฟังพระเจ้า และเสียสละเพื่อลูกจริงๆ ยอมรอนแรมไปอียิปต์ ในยามถูกเฮโรดข่มเหง

พระกุมารเยซูที่พระวิหาร

41 บิดามารดาของพระองค์จะไปกรุงเยรูซาเล็มทุกปีเพื่อร่วมเทศกาลปัสกา 42 เมื่อพระองค์ทรงมีพระชนมายุสิบสองพรรษา พวกเขาก็มาร่วมเทศกาลตามธรรมเนียม 43 เมื่อเทศกาลสิ้นสุดลงแล้ว ขณะบิดามารดาของพระองค์กำลังเดินทางกลับบ้านพระกุมารเยซูยังอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม แต่พวกเขาไม่รู้ 44 คิดว่าทรงอยู่ในกลุ่มคนที่มาด้วยกัน เมื่อเดินทางมาได้หนึ่งวันเขาก็เริ่มหาพระกุมารในหมู่ญาติมิตร 45 เมื่อไม่พบพระองค์ พวกเขาก็กลับไปค้นหาที่กรุงเยรูซาเล็ม 46 สามวันต่อมาจึงพบพระกุมารที่ลานพระวิหาร พระองค์ทรงนั่งอยู่ในหมู่อาจารย์ กำลังฟังและซักถามอาจารย์เหล่านั้น 47 ทุกคนที่ได้ฟังพระองค์ล้วนประหลาดใจในความเข้าใจและคำตอบของพระองค์ 48 เมื่อ บิดามารดาเห็นพระองค์ก็ประหลาดใจ มารดาจึงกล่าวแก่พระองค์ว่า “ลูกเอ๋ย ทำไมทำกับเราอย่างนี้? พ่อกับแม่ร้อนใจเที่ยวตามหาลูกอยู่”

49 พระกุมารตรัสว่า “ตามหาเราทำไม? ไม่รู้หรือว่าเราต้องอยู่ในพระนิเวศของพระบิดาของเรา?” 50 แต่พวกเขาไม่เข้าใจสิ่งที่พระองค์ตรัสกับพวกเขา

51 แล้วพระกุมารก็กลับมายังเมืองนาซาเร็ธกับพวกเขาและทรงอยู่ในโอวาทของพวกเขา ส่วนมารดาเก็บเรื่องทั้งหมดนี้ไว้ในใจ 52 และพระเยซูทรงเติบโตขึ้นทั้งในด้านสติปัญญาและด้านร่างกายและทรงเป็นที่ชื่นชมทั้งของพระเจ้าและของคนทั้งหลาย

 

 

มัทธิว 2

Thai New Contemporary Bible (TNCV)

โหราจารย์มาเข้าเฝ้าพระกุมารเยซู

2 หลังจากพระเยซูประสูติที่เบธเลเฮมแคว้นยูเดียในสมัยของกษัตริย์เฮโรด มีโหราจารย์จากตะวันออกมายังกรุงเยรูซาเล็ม และถามว่า “ผู้ที่มาบังเกิดเป็นกษัตริย์ของชาวยิวนั้นอยู่ที่ไหน? เราได้เห็นดาวของพระองค์เมื่อเราอยู่ที่ตะวันออกจึงมาเพื่อนมัสการพระองค์”

การเดินทางรอนแรมจากเปอร์เซีย นับพันกิโลเมตรของคาราวานกลุ่มนี้ต้องใช้เงินทองมากมาย ยอมเสี่ยงต่อการถูกปล้น ดังนั้นโหราจารย์จึงต้องจดจ่อ มุ่งมั่น และเชื่อในการสำแดงของพระเจ้าผ่านการนำทางของดาวดวงนี้อย่างมาก ในที่สุดจึงได้พบกับพระเยซูดังปรารถนา การเดินตามพระเจ้าก็ต้องอาศัยความเด็ดเดี่ยว เสมอต้น เสมอปลาย หิวกระหายพระวจนะ อยากติดสนิทกับพระเจ้าทุกวันเวลา ไม่ยอมแพ้แม้เจออุปสรรค เหมือนเพลงหนึ่งที่ว่า “I have decided to follow Jesus ฉันตัดสินใจแล้วจะตามพระเยซู no turning back ไม่หันกลับเลย” ถ้าโหราจารย์ลังเล ถอยหน้า ถอยหลัง ก็คงไปไม่พบพระเยซูเช่นกัน ดาวแห่งเบธเลเฮม หรือดาวแห่งกษัตริย์ผู้มีบุญนั้นมีอยู่จริง เป็นที่ยอมรับของนักดาราศาสตร์ทั้งในปัจจุบันและในยุคที่พระเยซูมาบังเกิด

เมื่อกษัตริย์เฮโรดได้ยินดังนั้นก็ว้าวุ่นพระทัย ทั่วทั้งเยรูซาเล็มก็พลอยว้าวุ่นไปด้วย เฮโรดทรงเรียกประชุมหัวหน้าปุโรหิตทั้งปวงและบรรดาธรรมาจารย์ของประชาชน และตรัสถามพวกเขาว่าพระคริสต์จะประสูติที่ใด คนเหล่านั้นกราบทูลว่า “ที่เบธเลเฮมในแคว้นยูเดียเพราะผู้เผยพระวจนะได้เขียนไว้ว่า

“ ‘ส่วนเจ้า เบธเลเฮมในดินแดนยูดาห์ไม่ได้ต่ำต้อยในหมู่ผู้ปกครองแห่งยูดาห์

เพราะจะมีผู้ปกครองผู้หนึ่งออกมาจากเจ้า

ซึ่งจะเป็นผู้เลี้ยงประชากรอิสราเอลของเรา’”

แล้วเฮโรดจึงเรียกพวกโหราจารย์มาพบอย่างลับๆ ไต่ถามจนทราบถึงเวลาที่แน่นอนที่ดาวนั้นปรากฏขึ้น แล้วส่งพวกเขาไปยังเบธเลเฮมพร้อมทั้งรับสั่งว่า “จงไปค้นหาพระกุมารนั้น เมื่อพบแล้วจงแจ้งเราทันทีเพื่อเราจะได้ไปนมัสการพระองค์ด้วย”

          ทั้งกษัตริย์และประชาชนแทนที่จะดีใจที่พระเจ้ามาช่วยรับบาปผิด จ่ายค่าไถ่แทนพวกเขา กลับมีหัวใจที่อิจฉา ริษยา บ้าอำนาจ การมาบังเกิดของพระเยซูจึงไม่มีความหมายใดๆ สำหรับคนกลุ่มนี้ จุดจบของคนชั่วร้ายก็น่าเศร้าใจ โดยเฉพาะเฮโรดใจร้าย ฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าเด็กๆ มากมาย

          คนกลุ่มนี้รู้จักพระคำดีจนรู้ว่าพระคริสต์จะมาเกิดที่เมืองเบธเลเฮม แต่น่าเสียดายที่เขารู้แต่พระคำแค่สมอง แต่ไม่ได้ลงไปสู่หัวใจของเขาเลย พระเจ้าไม่ได้ให้เราเรียนพระคัมภีร์เพียงเพื่อรู้ แต่เพื่อนำมาปฏิบัติอย่างจริงจังจนเกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเรา

          เฮโรดโกหกคำโตว่า “จงแจ้งเราทันทีเพื่อเราจะได้ไปนมัสการพระองค์ด้วย” ทั้งๆ ที่หัวใจของเขาเต็มไปด้วยการลัก ฆ่า ทำลายเหมือนมาร ขอพระเจ้าประทานสติปัญญา จิตวินิจฉัย ผิดถูก ขาวดำอย่างชัดเจนแก่เราด้วย เพราะสมัยนี้จิตใจคนน่ากลัวมาก ถูกก็ว่าให้เป็นผิด พอผิดก็จะบิดเบือนจนถูก เอาความชั่วครอบงำความดี ลิ้นไม่มีกระดูก ขาดสัจจะ เชื่อถือไม่ได้ ต้องกลั่นกรองหลายชั้น  

เมื่อได้ฟังรับสั่งของกษัตริย์แล้ว โหราจารย์เหล่านั้นก็เดินทางต่อไป และดวงดาวที่พวกเขาได้เห็นเมื่ออยู่ที่ตะวันออกนำทางพวกเขาไปจนมาหยุดอยู่เหนือที่ประทับของพระกุมาร 10 เมื่อพวกเขาเห็นดาวดวงนั้นก็ปีติยินดียิ่งนัก 11 เมื่อ เข้าไปในบ้านก็เห็นพระกุมารกับมารีย์มารดาของพระองค์ จึงกราบนมัสการพระองค์แล้วเปิดหีบนำเครื่องบรรณาการออกมาถวาย คือทองคำ กำยาน และมดยอบ 12 พวกเขาได้รับคำเตือนในความฝันไม่ให้กลับไปพบเฮโรด พวกเขาจึงกลับประเทศของตนโดยใช้เส้นทางอื่น

ทองคำ หมายถึง พระเยซูเป็นกษัตริย์

กำยาน หมายถึง พระเยซูเป็นปุโรหิต

มดยอบ หมายถึง พระเยซูเป็นพระผู้ไถ่

          วันเกิดพระเยซู เรายอมให้พระองค์มาเป็นกษัตริย์ ปุโรหิต และพระผู้ไถ่ในชีวิตเราหรือไม่ สำหรับผู้เชื่อ เรามอบของขวัญที่ล้ำค่าหรือราคาถูกๆ ให้พระองค์

ปีใหม่ 2014 นี้เราอยากมอบสิ่งใดตอบแทนความรัก ความเสียสละที่พระเจ้าให้เราบ้าง มีอะไรบ้างที่เราอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตเพื่อนำสันติสุขแท้ ความยินดีแท้ รักแท้มาให้ตนเอง ครอบครัว และทุกคนที่เรารักบ้าง

จริยธรรมที่สูงกว่าทำให้โหราจารย์เลือกที่จะไม่กลับไปรายงานเฮโรด ตามที่เฮโรดกำชับไว้ นักปราชญ์กลุ่มนี้ยอมเชื่อฟังพระเจ้ามากกว่ามนุษย์ จนยอมขัดคำสั่งของกษัตริย์ เราไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนถูกใจ โดยเฉพาะคนที่นำเราไปทางชั่ว และขัดต่อคำสั่งของพระเจ้า

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s