The Exodus of your life journey

พระเจ้าให้บทเรียนหลายๆ อย่างจากการอ่านหนังสืออพยพ เมื่อโมเสสนำชาวอิสราเอลออกจากการเป็นทาศของชาวอียิปต์ ผ่านทะเลทรายที่แห้งแล้ง เข้าสู่ดินแดนที่สัญญาไว้ ซึ่งอุดมด้วยน้ำผึ้งและน้ำนม พระเจ้าทรงวางแผนอย่างรอบคอบเป็นระบบ ระเบียบอย่างดี สมกับความเป็นพ่อที่เปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา ฉลาด และแสนดี

อันที่จริงเมืองโกเชน (Goshen) ที่ชาวอิสราเอลจากมานั้นอยู่ตรง สามเหลี่ยมแม่น้ำไนล์อันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งยังมีสภาพบ้านรูปเกือกม้าซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบ้านชาวอิสราเอลที่แตกต่างจากการปลูกบ้านของชาวอียิปต์อย่างเห็นได้ชัด เป็นการบ่งบอกว่ามีชาวยิว สมัยลูกหลานของโยเซพอาศัยอยู่จริง

หากไม่ใช่ด้วยฤทธิอำนาจของพระเจ้า ชาวอิสราเอลก็คงต้องพากันอดตายในทะเลทรายอย่างแน่นอน จริงๆ แล้วชาวอิสราเอลอยู่ในสภาพคับใจมากกว่าคับที่ เนื่องจากฟาร์โรห์ไม่ชอบใจที่ชาวอิสราเอลมีลูกหลานมากมาย มามีอิทธิพลเหนือชาวอียิปต์ ดังนั้นฟาร์โรห์จึงบังคับชาวอิสราเอลให้ทำงานหนักเยี่ยงทาศ หนักๆ เข้าก็สั่งฆ่าบุตรชายของชาวอิสราเอลทุกคน จนแม่ของโมเสสเอาลูกลอยใส่ตระกร้าหนีเงามัจจุราช

สมัยโยเซพดำรงค์ตำแหน่งมือขวาของฟาโรห์ ผ่านไปจนถึงยุคโมเสสนั้นเป็นเวลา 430 ปี พระเจ้าทรงเห็นว่า สมควรแก่เวลาที่ชาวอิสราเอลจะหลุดพ้นจากการกดขี่ ข่มเหงเสียที ดังนั้น พระเจ้าผู้เป็นพ่อที่แสนดี เมื่อเห็นลูกๆ ของพระองค์ถูกทำร้าย ทารุณ กดขี่ พระเจ้าไม่เคยนิ่งเฉย แต่ทรงยื่นมือเข้ามาไถ่กู้ในเวลาที่เหมาะสม พระเจ้าบอกโมเสสว่าต้องทำอย่างไรบ้างกับการอพยพชาวอิสราเอลนับล้านคนสู่ดินแดนแห่งใหม่ที่ทรงจัดเตรียมไว้ ถ้าชาวอิสราเอลอพยพขึ้นทางเหนือ ตรงเข้าสู่ดินแดนคานาอันเพียงแค่สิบเอ็ดวันก็ถึงแดนพันธสัญญา แต่พระเจ้ารู้ว่าถ้าผ่านดินแดนฟิลิสเตียของเจ้านักรบยักษ์โกลิอัทที่น่ากลัว ชาวอิสราเอลก็คงถอดใจต่อความยากลำบาก น่าสะพึงกลัว ถอยกลับไปเป็นทาศเหมือนเดิมเป็นแน่

ดังนั้นพระเจ้าจึงนำเขาลงใต้ อ้อมทะเลทรายแถบคาบสมุทรซีนาย ไปอีกเส้นทางหนึ่งที่เป็นทางเดินคดเคี้ยวในหุบเขา ข้างเส้นทางเก่าของแม่น้ำ ผ่านภูผาสูงชันชื่อ วาดิ วาเทีย (Wadi Watir ) พวกเขาจึงไม่สามารถเลี้ยวซ้าย ขวา หรือถอยหลังได้เลย เพราะกองทัพของฟาโรห์ตามมาติดๆ มีแต่เดินหน้าอย่างเดียวสู่หาดทรายกว้างใหญ่ ( Nuweiba Beach, Sinai Peninsula) ที่เป็นทางตัน ชาวอิสราเอลจึงคิดว่าตนติดกับดักแล้ว และโมเสสคงนำเขามาตายที่แห่งนี้เป็นแน่

แต่น้ำพระทัย ของพระเจ้าที่อุตส่าห์นำลูกๆ ที่รักของพระองค์ ด้วยเสาเมฆและเสาไฟ มาไกลถึงเพียงนี้ ไม่ได้มีพระประสงค์ให้พวกเขาต้องมาตายเพราะน้ำมือของทหารอียิปต์เป็นแน่ แต่ทรงพิสูจน์ให้เห็นว่าพระเจ้าของเรานั้นยิ่งใหญ่กว่าพระทั้งปวง จากจุดนี้ของอียิปต์ ข้ามทะเลแดงไปจนถึงฝั่งประเทศซาอุดิอาระเบียนั้นเป็นสันทรายที่ราบกว้างทอดยาวหลายกิโลเมตร (.800 X 18 กม.) เมื่อทะเลแหวกออกด้วยพระัหัตถ์อันทรงฤทธิของพระเจ้าถึงสี่ชั่วโมงเต็มก็ทำให้กองทัพมนุษย์ของชาวอิสราเอลสามารถเดินข้ามไปถึงอีกฝั่งอย่างปลอดภัย แต่รถม้ารถรบของอียิปต์หกร้อยคันกลับจมลงในสายน้ำ ไม่รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว

ปัจจุบัน เมื่อทีมดำน้ำลงไปถ่ายภาพดูแถบนี้ก็จะเห็นสภาพสันทรายนิ่มเท้า พอเหมาะกับการเดินเท้าอย่างยิ่ง ไม่มีหินแหลมคม หรือปะการังบาดเท้า จะเห็นได้ว่าพระบิดาห่วงใยในสวัสดิภาพและสุขภาพของลูกๆ ของพระองค์จริงๆ ระหว่างระหกระเหินอยู่สี่สิบปี นอกจากนี้ทีมนักประดาน้ำยังเห็นเศษซาก กระดูกม้า กระดูกคน ซากล้อรถม้าจำนวนมากที่ปะการังเกาะกลุ่มไว้ ล้อรถม้าขอบทองที่ฝังน้ำไว้พันๆ ปี ช่างเหมือนภาพล้อรถม้าแบบเดียวกับที่จารึกไว้ในยุคกว่าสามพันปีมาแล้วจริงๆ เศษซากเหล่านี้กระจายเกลื่อนกลาดเป็นหย่อมๆ จากต้นจนทางถึงปลายทางเดินข้ามทะเลแดงอย่างน่าอัศจรรย์ เหมือนที่พระคัมภีร์บันทึกไว้อย่างไม่ผิดเพี้ยน

สำหรับพระเจ้าแล้วการอพยพผู้คนขนาดใหญ่เช่นนี้ คงไม่ต่างจากสนามที่ทรงสร้างขึ้นให้ลูกๆ ได้ฝึกผจญภัยอย่างปลอดภัยภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิดของพระองค์ แถมยังเป็นสนามฝึกผู้นำอย่างโมเสสอีกด้วย โมเสสเลี้ยงดูฝูงแกะแถบมีเดียน ของอาระเบียอยู่สี่สิบปี เขาคงจะเคยมาแถวๆ ที่สี่สิบปีให้หลัง ฝูงชนจะมาขึ้นบกที่ฝั่งนี้แล้วด้วย จากประสบการณ์ในวังอียิปต์และในทะเลทรายทำให้โมเสสนึกภาพออกว่าต้องพบเจออะไรบ้าง เมื่อพระเจ้าสั่งให้นำชนกลุ่มใหญ่ออกจากอียิปต์ เข้าสู่ถิ่นทุรกันดาร สิ่งหนึ่งที่แน่นอนที่สุดคือ ทุกอย่างจะต้องสำเร็จลงตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
บางครั้งชีวิตคนเราก็ถูกอาจทดสอบมากมายไม่ต่างจากโมเสส บางคนเคยทำงานแสนจะสบาย มีเงินใช้ มีอาหารดีๆ กินอย่างกะอยู่ในวัง พอมาอยู่ที่ใหม่ อาจต้องอยู่แบบคนจนสุดๆ กินอยู่กันอย่างอัตคัต ของใช้ก็เก่าๆ ขึ้นสนิมแล้วทั้งนั้น พระเจ้าเห็นก็คงเศร้าใจเหมือนกันแหละนะ ที่ลูกๆ ตกอยู่ในสภาพนี้ แต่พระเจ้ามองเห็นอนาคตทะลุปรุโปร่ง และรู้ดีว่าจะนำเราไปสู่ดินแดนที่แสนอุดมได้อย่างไร จงเชื่อ และวางใจ

http://www.dawntoduskpublications.com/html/BT/11/Mount_Sinai-long3.htm

Link | This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s