Do not be unequally yoked อย่าเทียมแอก

Image

“Do not be unequally yoked together with unbelievers. For what partnership has righteousness with lawlessness? And what communion has light with darkness? And what accord has Christ with Belial? Or what part has a believer with an unbeliever? And what agreement has the temple of God with idols? For you are the temple of the living God. As God has said: ‘I will dwell in them And walk among them. I will be their God, and they shall be My people.’ Therefore ‘Come out from among them And be separate, says the Lord. Do not touch what is unclean, And I will receive you. I will be a Father to you, And you shall be My sons and daughters, Says the Lord Almighty’” (2 Cor. 6:14-18, NKJV).

เร็วๆ นี้ที่คริสตจักรได้เชิญวิทยากรที่มีประสพการณ์ตรงเรื่องการใช้ชีวิตเทียมแอกกับคนไม่เชื่่อมาแบ่งปัน แม้ว่าในขณะนั้น วิทยากรเคยเป็นคริสเตียนที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในคริสตจักรได้ใช้ข้อพระคำเรื่องผลเสียและความเจ็บปวดที่เขาจะได้รับตามมาเนื่องจากการแหกกฏข้อนี้ แต่ในสมัยนั้น วิทยากรของเราก็ยังไม่เชื่อฟัง อยากทำตามใจตน ผลไม้ที่พระบิดาห้ามไว้นั้นช่างน่าเย้ายวนชวนกินยิ่งนัก ผลตามมา เขาจึงโดนศรเพลิงพญามารเต็มๆ จนต้องออกมาเตือนรุ่นน้องที่อยู่ในวัยกำลังเลือกคู่ให้ระวังมหันตภัยข้อนี้ให้ดี และเอาชีวิตของรุ่นพี่ไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจต่อไป

ชายหนุ่มที่มาแชร์ประสบการณ์ความรักสีชมพูในรั้วมหาวิทยาลัยวันนี้เล่าว่า ตอนแรกๆ อะไรก็ดูดีไปเสียหมด สาวเจ้ามีทั้งความรู้และฐานะ แตกต่างกันแต่เพียงความเชื่อ ซึ่งเขาก็พูดเอง เออเอง ว่าหากเขารักเธอได้อย่างไร้เงื่อนไขอย่างที่พระเจ้ารัก ก็คงไม่มีปัญหาอะไร ต่อมาเขาจึงรู้ว่าเขาเป็นเเพียงมนุษย์ ไม่มีทางจะรักใครสักคนอย่างไม่มีเงื่อนไขเหมือนพระเจ้าได้เลย นอกจากนั้น เขายังเข้าใจผิดๆ อีกว่า หากเขาไม่แต่งงานใช้ชีวิตเพื่อเป็นพยาน เธอก็ต้องพินาศในไฟนรก (เพราะพระเยซูตรัสอย่างชัดเจนว่าพระองค์เป็นทางเดียวไปสู่สวรรค์ ไม่มีทางอื่นอีกเลยที่จะช่วยให้มนุษย์พ้นบาปได้) แต่แท้จริงแล้ว การประกาศโดยวิธีแต่งงานนั้นเสี่ยงมาก เพราะโอกาสล้มเหลวนั้นมีมากกว่าหลายเท่า

ต่อมาเมื่อความรักแบบหวือหวาของทั้งสองจืดจางลง จนถึงวันนี้ เขาก็พบกับความจริงแล้วว่าความหวังที่จะดึงเธอมาพบพระเจ้าหลังแต่งงานนั้นแทบจะลางเลือนเหลือเพียงศูนย์ มีแต่ความขัดแย้งเรื่องความเชื่อที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆๆๆๆๆ จนปรอทแทบระเบิด ถึงตอนนี้เขาก็ได้แต่ร้องขอพระเจ้าเหมือนกษัตริย์ดาวิดว่า โปรดให้อภัยกับบาปในวัยหนุ่มของข้าพระองค์ หากหมุนเวลาย้อนกลับไปได้ เขาก็อยากเลือกแต่งงานกับสาวคริสเตียนที่รักพระเจ้าจริงๆ หรือเป็นโสดไปเลยดีกว่า สำหรับตอนนี้เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็เหลือเพียงอย่างเดียวคือ “ทำใจ” และขอให้อดีตที่เลวร้ายกลายเป็นสิ่งดีๆ สำหรับผู้ที่เชื่อและวางใจในพระเจ้า เหลือความทรงจำไว้เพียงเป็นบทเรียนราคาแพงไว้สอนลูกหลานอย่าเข้าเทียมแอกกับใครโดยไม่ปรึกษาผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณจริงๆ เสียก่อน

เมื่อมีความรัก หนุ่มสาวก็มักจะเปิดเผยเฉพาะส่วนที่ดีๆ ของตัวเอง ส่วนวาระซ่อนเร้น หรือตัวตนจริงๆ มักจะเห็นกันชัดๆ หลังแต่งงานแล้ว ซึ่งถ้าบอกกันแต่ต้น มีลวดลายเท่าไหร่เอาออกมาโชว์ให้หมด ก่อนถลำตัวถลำใจ เราก็พอจะคาดเดาได้ว่าข้อเสียเช่นนี้เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยที่พอทนได้ หรือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดเกินจะทนตลอดชีวิตแต่งงาน ที่ทั้งสองปฏิญาณว่าจะอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนจนกว่าจะตายจากกันไปข้างหนึ่ง ยกตัวอย่างที่อีกฝ่ายกลิ่นตัวแรงมากกกกกกก แล้วคุณต้องนอนดมกลิ่นทุกๆ วันตลอดห้าสิบปี คุณทนไหวก็แต่ง ถ้าทนไม่ไหวก็อย่าแต่งกันเลยดีกว่า หากลุกขึ้นมาหย่าตอนมีลูกแล้ว ปัญหามากมายก็ต้องตามไปแก้กันอีกหลายฉาก ผลกระทบโดยตรงก็ไปตกที่เด็กนั่นแหละ

อีกรายเป็นหญิงสาวที่ต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพัง ในช่วงที่อ่อนแอและเหินห่างจากพระเจ้าก็มีป้อจายฐานะดีเสนอว่าจะเลี้ยงดูทั้งลูกกับแม่ไม่ให้ลำบาก เขาสัญญาว่ายินดีส่งเสียให้สุขสบาย เธอเลยใจอ่อนอยู่กินโดยไม่ได้จัดพิธีแต่งงาน แต่เมื่อความรักเริ่มจืดจางลง เธอก็ถูกต่อต้านอย่างหนัก อ่านพระคัมภีร์ หรือฟังเพลงนมัสการในบ้านก็ไม่ได้ ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ถ้าเกี่ยวกับความเชื่องของเธอก็จะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งใหญ่โตตามมา หลังๆ เขาทั้งไม่ดูและไม่แล คำสัญญายามน้ำผักยังหวานเหมือนลมปากที่พูดออกมาลอยๆ ดั่งหมอกที่จางหายไปพร้อมแสงแดด เธอตระหนักดีว่าทำผิดน้ำพระทัยพระเจ้า เพราะการหลับนอนเป็นเนื้อเดียวกันกับคนที่ปรนนิบัติพระอื่นแทนพระเจ้า ก็เท่ากับรับเอาวิญญาณชั่วที่อยู่เบื้องหลังสามีเข้ามาในชีวิตด้วย ภายหลังเธอจึงกลับใจใหม่ หาทางออกด้วยวิธีของพระเจ้า โดยให้พระองค์เป็นผู้ปลดแอกนี้ออกจากบ่า

ส่วนมากหนุ่มสาวคริสเตียนเกือบทุกรายที่แต่งงานกับคนไม่เชื่อพระเจ้าก็จะหลงหายไปจากทางของพระเจ้า ถึงจะยืนหยัดอยู่ได้ก็อาการร่อแร่แสนสาหัส ไม่ถึงกับตายแต่ก็เลี้ยงไม่โต ไม่คุ้มกันเลยกับการเอาชีวิตและจิตวิญญาณเข้าไปเสี่ยงในทางที่พระเจ้าห้ามไว้แล้ว

แอกที่พระเยซูกล่าวถึงนั้นหมายถึงไม้ชิ้นโตๆ ที่เอาไว้เทียมสัตว์สองตัว ซึ่งทั้งขนาดและพละกำลังต้องพอๆ กัน เพื่อภาระจะไม่ลงหนักเกินไปสำหรับบ่าของสัตว์อีกตัว เพราะยิ่งปล่อยปละให้เทียมกันไปนานๆ ก็จะถูกแอกบดขยี้บนบ่าจนเป็นแผลสาหัส ยิ่งหากตัวหนึ่งจะไปซ้าย อีกตัวจะลากไปทางขวา อีกตัวหนึ่งจะถอยหน้า อีกตัวจะดื้อถอยหลังให้ได้ มันก็คงโดนแอกบดขยี้จนเจ็บปางตายเชียวหละ

แอกของพระเยซูนั้นพอเหมาะและเบา เพราะพระองค์รับแบกแทนเราจนหมดแล้ว สาเหตุที่พระเจ้าห้ามไม่อยากให้เทียมแอกกับคนต่างความเชื่อนั้นไม่ใช่เพราะพระเจ้าอิจฉากลัวเราจะมีความสุขกับคนที่เราชื่นชม หมายมั่นปั้นมืออยากร่วมหอลงโรงด้วย แต่พระเจ้าไม่อยากเห็นเราต้องแบกแอกที่เกินกำลังจะทนไหว พระเจ้ารู้ดีว่ามันจะบดขยี้ทั้งชีวิต อารมณ์ จิตใจ จิตวิญญาณ การเงิน การงาน การอบรมบุตรจนแตกเป็นเสี่ยงๆ หหากทั้งสองอยากจะตกลงทำอะไรได้สักอย่างก็ล้วนแล้วแต่จะมีปัญหาขัดแย้งกันตามมาอย่างมากมาย เพราะต่างคนต่างมุมมอง เปิดพระคัมภีร์คนละเล่ม หากจะให้ปิดหู ปิดตา ไม่รับรู้ไปตลอดชีวิต ใครหล่ะจะทนไหว ที่พระเจ้าห้ามเอาไว้เพื่อช่วยลูกๆ ที่รักของพระองค์จากความเจ็บปวดแสนสาหัสต่างหาก

หญิงคริสเตียนอีกรายมีความอดทนเป็นเลิศมากเมื่อมาอยู่กับครอบครัวสามีที่ต่อต้านอย่างหนัก เธอพยายามอยู่อย่างสันติและปรองดอง จนทางบ้านสามียอมปล่อยให้เธอพาลูกบางคนไปคริสตจักรได้ ส่วนคนโตก็ต้องนับถือศาสนาตามพ่อไปตามข้อตกลง

แต่จะดีกว่าไหมถ้าเธออดทนรอคอยจนกว่าพระเจ้าจะส่งคู่พระพรที่เป็นคริสเตียนแท้ๆ มาให้ เพื่อทั้งสองจะเรียนรู้จักพระองค์ และเติบโตไปพร้อมๆ กันในความเชื่อ ไม่ต้องดึงเอาจิตวิญญาณของลูกที่กำลังเกิดมาจากคู่ครองต่างความเชื่อให้ตกลงไปในบึงไฟโดยไม่จำเป็น เพียงเพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดของแม่ เหมือนกับแม่ยืนอยู่บนโต๊ะ จะดึงพ่อขึ้นไปอยู่บนโต๊ะนั้นแสนยาก แต่หากพ่อจะะดึงแม่ให้ตกลงมาจากโต๊ะนั้นง่ายนิดเดียว ฉันใดก็ฉันนั้นสำหรับการแต่งงานข้ามศาสนา แม้รักกันปานจะกลืนก็ยากที่จะผ่านแต่ละด่านไปได้อย่างไม่มีบาดแผลติดตัวมาเลย

ตัวอย่างของหญิงรายสุดท้าย เธอแต่งงานก่อนมารู้จักพระเจ้า อาจจะเรียกได้ว่าแต่งงานเพราะความไร้เดียงสา ตกกระไดพลอยโจน หรือเพราะความจำเป็นบีบบังคับมากกว่าเพราะความรัก เนื่องจากเธอรู้แต่แรกแล้วว่าเขามีนิสัยก้าวร้าว ดุดัน ดุร้าย หยาบคาย มุทุลุ ยิ่งเมื่อเธอมารู้จักพระเจ้า เธอยิ่งถูกต่อต้านอย่างหนัก เขาไม่ยอมให้เธอพาลูกมาคริสตจักรตั้งแต่ยังเล็กๆ อยู่ ในช่วงนั้น แม้เธออยากจะอธิษฐานหรืออ่านพระคัมภีร์กับลูกก็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ เพราะเขาทั้งไม่สนับสนุน แถมยังถึงขั้นเกลียดชังพระเจ้า และไม่อยากให้ครอบครัวเข้าใกล้กลุ่มคริสเตียนอีกด้วย เมื่อต้องผ่านความขัดแย้งและทุกข์ระทมอย่างหนัก ในที่สุดสุขภาพของเธอก็ย่ำแย่จนแทบเอาชีวิตไม่รอดเลยทีเดียว

มีคริสเตียนดีๆ หลายคนที่ต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องจากการตัดสินใจคบคนผิดพลาด แล้วนำความทุกข์มากมายมาสู่ชีวิตตนเองและลูกๆ อย่างไม่ได้ตั้งใจ เสียรู้เล่ห์เหลี่ยมของมาร แน่นอน พระเจ้าร่วมร้องไห้ด้วยทุกครั้งใจยามเราทุกข์ใจ พระเจ้าเสียใจและเข้าใจในความผิดพลาดของเรา หัวใจของพ่อคือต้องการนำเราออกมาจากปัญหามาสู่ชัยชนะทุกครั้ง แต่คนที่จ่ายราคาให้กับผลร้ายเช่นนี้คือตัวเราเอง มันส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องในระยะยาวต่อชีวิตและสุขภาพจิตของเราและลูกๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขอผู้นำแต่ละคริสตจักรโปรดอย่ามองเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องเล็กๆ และปล่อยไปเลยตามเลย ผู้นำควรเทศน์จริงๆ จังๆ ให้อนุชนหนุ่มสาวได้ฟังบ่อยๆ เพื่อคนของท่านจะได้มีสติในการเลือกคู่ ผู้นำเองก็จะไม่ต้องมาตามแก้ปัญหาระยะยาวของครอบครัวนี้อีก ส่วนคนที่จงใจไม่เชื่อฟังคำเตือนสติผู้หลักผู้ใหญ๋ แต่เต็มใจเข้าเทียมแอก เขาก็จะได้เก็บเกี่ยวผลนี้ด้วยน้ำตานองหน้าอย่างแน่นอน คริสตจักรควรตัดไฟแต่ต้นลม วางขอบเขตชััดเจนในการคบเพื่อนต่างเพศที่รักและเอาจริงเอาจังกับพระเจ้าเท่านั้น หากเป็นคริสเตียนใหม่ หรือผู้ที่แค่ติดตามแฟนมาคริสตจักรเพราะหลงรักสมาชิกก็ควรใช้เวลาดูใจกันนานหน่อย และหากคิดจะแต่งงานกันจริงจังก็ควรผ่านคอร์สการให้คำปรึกษาจากผู้นำคริสตจักรเสียก่อน

2 Corinthians 6:14-16 “ท่านอย่าเข้าเทียมแอกกับคนที่ไม่เชื่อ เพราะว่าความชอบธรรมจะมีหุ้นส่วนอะไรกับความอธรรม และความสว่างจะเข้าสนิทกับความมืดได้อย่างไร พระคริสต์กับเบลีอัลจะลงรอยกันอย่างไรได้ หรือคนที่เชื่อจะมีส่วนอะไรกับคนที่ไม่เชื่อ”

Image

Spiritually mismatched marriage:

Your efforts and commitment will be the very thing God uses to show your pre-believer who He is.

When we love our spouse from the motivation that we are serving God—being obedient to God—God sees our efforts. Our spouse may not, but God sees. And He is faithful to meet our needs (Phil 4:19).

If we are loving our spouse from a place of loving Jesus—we become a conduit for the love of Christ to reach our spouse. That’s powerful! We are what the Bible calls the “aroma of Christ” (2 Cor. 2:14-16).

Image

http://www.gotquestions.org/Thai/Thai-marry-unbeliever.html

http://mismatchedandthriving.com/unequally-yoked/gods-promises-for-the-mismatched-marriage-and-home/

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s