Hello, my name is Shrek, the run-away sheep.
Finally my good Shepperd brought me back home safely!
สวัสดีครับ ผมชื่อเชรค แกะดื้อที่หนีออกจากคอกหลายปี
จนน้ำหนักขนที่ผมต้องแบกไปแบกมาตลอดเวลา เพิ่มขึ้นเป็นหกเท่า

ตอนแรกๆ ผมก็มีความสุขดีกับเพื่อนแกะเก้าสิบเก้าตัว
เพราะทุกคนก็กล่าวเล่าขานว่าเรามีผู้เลี้ยงที่ดีที่สุดในโลก
เขารักเรามากที่สุด คอยคุ้มกันภัยสัตว์ร้ายด้วยชีวิตเสมอๆ
เราจึงปลอดภัย แสนสบายในทุ่งหญ้าเขียวขจี

แต่แล้ววันหนึ่ง ผมโดนพวกแกะด้วยกันกลั่นแกล้ง จนเจ็บปวดแสนสาหัส
ทรมาณทั้งกายใจ เหตุการณ์ร้ายๆ มันดำเนินมาติดต่อกันหลายปีเหลือเกิน

ในที่สุด ผมเริ่มคิดว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าของจะรักแกะทั้งร้อยตัวเท่าๆ กัน
ถ้าเขารักผมจริง เขาคงไม่ปล่อยให้พวกสารเลวมาข่มเหงผมนานเป็นปีๆ เช่นนี้

ยิ่งคิด ยิ่งเจ็บ น้ำตาไหลอาบแก้ม
ผมครางเบาๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า กรูเจ็บๆๆๆๆ พวกมรึงรู้บ้างไหมๆๆๆๆ
น้ำตาไหลรื้น จนเริ่มมองไม่เห็นทาง ว่าผมเดินสะเปะสะปะไปถึงไหน
ผมเดินเหม่อลอยไปไกลจากฝูงไปเรื่อยๆ ไกลจนเกินกว่าจะหันหลังกลับ

ผมได้ยินเสียงผู้เลี้ยง ร้องเรียกหา ลอยมาแต่ไกล
แต่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของผมเองกลบเสียงเขาเสียสิ้น
ด้วยความดื้อรั้น เอาแต่ใจ ผมตั้งใจว่ายังไงๆ จะไม่หันหลังกลับอีก

เมื่อไม่ผู้เลี้ยงดีๆ ที่คอยจะนั่งนอนเฝ้าดูความปลอดภัยของผมอีกต่อไป
ผมเลยคิดว่าต้องหาวิธีกั้นคอกก่อนนอนคืนนี้
ผมพยายามไปหักลากเอากิ่งไม้มาสุมๆ เป็นกองเป็นคอก
แต่ยิ่งทำมันก็เหมือนกองไม้ที่ยุ่งเหยิง
มากกว่าจะมองเห็นเป็นคอกที่ปลอดภัยให้ซุกหัวนอน

ผมเริ่มท้อใจ และสงสารตัวเองที่ต้องมาเผชิญกับความยากลำบากเช่นนี้
แต่ยิ่งนึกถึงเพื่อนสารเลวพวกนั้น ผมก็ตัดสินใจว่าเอาหล่ะ
หากผมจะตายเพราะกรงเล็บเสือสิงห์ ก็ยังดีกว่ากลับคอกเก่าแน่ๆ

ผมจึงลองฝึกส่งเสียงขู่คำรามดู เผื่อสัตว์ร้ายมาใกล้จะได้กลัวผมบ้าง
แต่ช่างน่าขำ ยิ่งแปร่งเสียงออกมาดัง แบร๋ แบร๋ ยิ่งฟังดูน่าสมเพชเสียจริง
ฟ้ายิ่งมืด อากาศเริ่มเย็น เสียงหมาป่าหอนโหยหวนยิ่งน่ากลัว

ใจหนึ่งก็อยากกลับคอกเสียเหลือเกิน แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า
ไหนๆ หนีออกมาไกลเท่านี้แล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ
ยิ่งคิด ยิ่งน้อยใจ น้ำตาก็ไหลออกมาพรากๆ
จิตใจล่องลอยสับสน เดินไปเรื่อยๆ จนเจอถ้าแห่งหนึ่ง
จริงๆ แล้วมันอาจจะเป็นถ้าแห่งจินตนาการที่ผมสร้างขึ้นมาเองก็ได้
เพื่อต่อไปนี้หินผาพวกนี้จะเป็นป้อมกำบังที่จะทำให้ผมไม่ต้องเจ็บปวดอีก
ผมหลอกตัวเองตลอดเวลาว่าผมไม่ได้ต้องการคนเลี้ยงหรอก
ผมดูแลตัวเองได้ ผมเข้มแข็งพอ
เพียงแค่รำคาญกับขนที่เริ่มยาวขึ้นๆ หนักขึ้นๆ
และพวกมดแมลงชอนไช ไม่มีคนคอยปัด คอยไล่ให้เท่านั้นเอง

ผมอดทนไปเรื่อยๆ จากเดือนเป็นปี
จนกระทั่งวันหนึ่งผมได้ยินเสียงที่แสนคุ้นเคยใกล้เข้ามาๆ
ผมจำเสียงคนเลี้ยงได้ดี จริงๆ ผมก็คิดถึงเจ้าของเสียงที่แสนอบอุ่นคนนี้เสียเหลือเกิน
ผมยังจำกลิ่นกายของเขาที่คอยกอด คอยอุ้ม ตอนที่ผมเป็นเบบี้เชรคน้อยได้ดี

ใจหนึ่งผมก็กลัวเขาจะหาเจอ คิดว่าวิ่งหนีไปหลบในถ้ำดีไหม
แต่เท้ากับหัวใจก็ไวกว่าความคิด มันรีบเร่งกระโจนเข้าหาเขาจนฝุ่นตลบ
ผมกระโจนใส่เขาด้วยน้ำหนักตัวมหาศาลที่เพิ่มขึ้นมาหลายปี
จนเขาล้มลงกระแทกพื้น แต่ก็ยังหัวเราะด้วยความปิติยินดี

เขากอดผมไว้แน่น ปากก็พร่ำขอโทษเรื่องพวกอันธพาลที่ชอบกลั่นแกล้งผม
เขาขอร้องให้ผมกลับบ้านไปพร้อมกับเขา
เขาจะกั้นคอกใหม่ให้ไกลจากพวกที่ชอบรังแก
ผมจึงยอมเดินตามเขาไปต้อยๆ อย่างว่าง่าย
เขาแสดงออกว่ารักและห่วงใยผมมากจริงๆ
ถึงบ้านเขาก็รีบอาบน้ำ ตัดขนให้ผม

ผมไม่รู้สึกสกปรกและหนักอึ้งอีกต่อไป
ผมเริ่มเดินตัวเบาอย่างมีความสุขไปรอบๆ คอกแกะ
บาดแผลที่โดนขีดข่วนมาทั่วตัว
เขาก็เอาน้ำมันอย่างดี มาชโลมนวดให้จนหายดี
ในที่สุดผมก็บอกผู้เลี้ยงอย่างเขินๆ ว่าผมจะไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่หนีเขาไปไหนอีก
เพราะผมรู้ว่าเขารักผมมาก และผมก็รักเขาเช่นกัน

ปล บันทึกดัดแปลงจากเรื่องจริงของเชรคและคำถามของนักเทศน์ว่า
ถ้าพระเยซูเป็นผู้เลี้ยงที่ดี เราจะตอบสนองต่อพระองค์เช่นไร

We’re not all that different from Shrek. The longer we are away from our Shepherd and the farther we get from God’s paths, the more weight we’re going to accumulate in life—a weight we don’t have to bear. We aren’t weighed down by wool, but we are burdened with baggage. Haven’t you been known to pick up a few bags?

A suitcase of guilt. A sack of discouragement. You drape a duffel bag of weariness on one shoulder and a satchel of grief on the other. Add on a backpack of doubt, an overnight bag of loneliness, and a trunk full of fear. Then there’s the heaviest baggage of all—sin. You carry a Samsonite suitcase full of hatred, pride, jealousy, anger, selfishness, lust. Pretty soon you’re lugging more luggage than a baggage-claim carrousel. No wonder we’re so tired by the end of the day. Bearing those all those burdens is exhausting.

That’s why we marvel at the words of Christ: “Come to me, all you who are weary and burdened, and I will give you rest” (Matthew 11:28). When Shrek was found, a professional sheep shearer took care of Shrek’s fleece in twenty-eight minutes. Shrek’s sixty pound burden was finally removed. As our Shepherd, Jesus offers to do the same for us—to bear the burdens, we were never meant to carry. He does so because he loves you. That’s the second similarity between us the lost lamb in Jesus story. Yes, the lamb was lost; but, also the lamb was loved.

http://www.bloominggrove.org/parables-of-jesus-the-lost-sh…/

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s