คำพยาน: พระเยซูทรงเป็นที่ปรึกษามหัศจรรย์ในชีวิตจริง

I cannot go back to change my past,
but I can do my best for today!
ในเมื่อย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้
ก็ขอทำวันนี้ให้ดีที่สุด
ขอเช็ดน้ำตาให้ตัวเอง และก้าวต่อไป
By Nava Deranukul

No problem is too small to talk to the great Counselor
who care for every detail in your life!
ทูลทุกสิ่งต่อพระเจ้า ไม่มีปัญหาใดเล็กเกินกว่า
สำหรับทีี่ปรึกษามหัศจรรย์ผู้รอรับฟังคุณอยู่ทุกเมื่อ

คำพยาน: พระเยซูทรงเป็นที่ปรึกษามหัศจรรย์ในชีวิตจริง

“…And His name will be called Wonderful Counselor…”
พระเจ้าทรงเป็นที่ปรึกษามหัศจรรย์ (Isaiah อิสยาห์ 9:6)

ในยามที่เรามีปัญหา ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร มีเพียงพระเยซูเท่านั้นที่ทรงเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุดของเรา บางครั้งเมื่อเรามัววิ่งหาคำปรึกษาจากมนุษย์ สิ่งที่ได้รับกลับมาอาจทำให้เรารู้สึกเจ็บช้ำยิ่งไปกว่าเดิม แต่เมื่อเรานำทุกปัญหามาปรึกษาพระเจ้า พระองค์ไม่เคยซ้ำเติม แต่เข้าใจเราทุกอย่าง และพยายามฉุดเราขึ้นมาจากหลุมที่บางครั้งเราเองนี่แหละเป็นผู้ขุดหลุมฝังตัว เราเอง หลุมลึกนี้อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจเลือกที่ผิดพลาด หรือปราศจากคำปรึกษาที่ดีๆ เนื่องจากบางครั้งชีวิตคนเราก็เลือกเกิดไม่ได้ ชีวิตจึงอาจล้อมรอบด้วยคนที่ทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า หรือบางคนก็อาจเป็นคนดี แต่อาจขาดประสบการณ์ที่จะให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่มีปัญหาที่ซับซ้อนเช่นนี้ได้ แต่ทุกครั้งพระเจ้าก็ไม่ได้ถือสาในความอ่อนแอ และความอ่อนต่อโลกของเรา กลับเห็นใจ และเอื้อมมือพยายามฉุดลูกสาวที่กำลังจมน้ำตายขึ้นมาจากมรสุมโหมกระหน่ำซัด พัดผ่านชีวิตลูกแล้วลูกเล่า

หลายครั้งดิฉันเองก็ต้องเผชิญกับความกลัว และท้อถอยไม่ได้ต่างจากสาวกของพระเยซูที่อยู่ในเรือนักหรอก แม้ดูภายนอกแล้ว ดิฉันน่าจะเป็นคริสเตียนที่เข้มแข็งเพราะเชื่อพระเจ้ามานานหลายปีแล้ว แต่เมื่อเจอปัญหาหนัก แทบเอาชีวิตไม่รอด ดิฉันก็ร้องเรียกหาพระองค์อย่างตื่นตระหนก บางครั้งก็ลืมไปว่าพระเยซูอยู่ด้วยตลอดเวลา ไม่เคยจากไปไหน แต่ก็มีบางครั้งพระองค์ทรงนิ่งเงียบไปนาน ไม่ตอบคำถามต่างๆ ดิฉันจึงลืมไปว่าพระองค์ยังอยู่ในเรือน้อยลำนี้ เหมือนสาวกที่คิดว่านาทีแห่งความเป็นความตายเช่นนี้ พระเยซูทรงบรรทมหลับและไม่รีบมาช่วยได้อย่างไร บางครั้งปัญหามันก็เป็นบททดสอบความเชื่อของดิฉันเป็นอย่างดี หลายครั้งดิฉันก็สอบตก เกิดความสงสัย รู้สึกตัวเองล้มเหลว ขมขื่นและผิดหวังกับชีวิต เมื่อเห็นปัญหาใหญ่ขึ้นๆ ก็ยิ่งเห็นพระเจ้าเล็กลงๆ

แต่ในที่สุด ดิฉันก็ตระหนักว่าพระเจ้าต้องยิ่งใหญ่ขึ้น และปัญหาก็ต้องเล็กลงๆ เพราะพระองค์มาทันเวลาเสมอ และเวลาของพระองค์ก็แสนแม่นยำ แม้พระองค์ไม่ได้มาตามใจที่ดิฉันต้องการให้มาเปลี่ยนแปลงปัญหาให้ในทันทีก็ ตาม หลังจากปัญหาหนักในชีวิตเกิดขึ้นได้ประมาณสิบปี ในวันนั้นเป็นครั้งแรกที่ดิฉันเห็นได้ชัดเจนว่าคำตอบสิ่งที่ร้องทูลมายาวนาน ก็มาถึง ตอนนั้นดิฉันได้ยินเสียงพระเจ้าตรัสดังชัดเจนมากว่า “อย่าหันหลังกลับ” พระเจ้ารู้ดีว่าดิฉันจะผ่านเวลาที่จมปลักอยู่กับปัญหา เวลาที่ทูลวิงวอนขอพระเจ้าที่จะมาช่วยให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาณที่เผชิญ อยู่ ซึ่งมันทำให้ดิฉันเกิดความลังเล สงสัยที่พระเจ้าตรัสเช่นนั้นว่า “อย่าหันหลังกลับ” จะเป็นไปได้อย่างไรที่ดิฉันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ตัวคนเดียวในโลกใหญ่ๆ ใบนี้ ดิฉันทำไม่ได้ แล้วดิฉันก็ยังอยากย้อนกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ด้วยความชาชินกับชีวิตที่มาพร้อมกับปัญหาที่หนักอึ้ง เหมือนโดนรถบรรทุกสิบล้อวิ่งทับวันละหลายๆ รอบ แต่ไม่รู้หลุดพ้นจากวังวนนี้ไปได้อย่างไร ทางข้างหน้าช่างมืดมิด

แต่ในความเป็นพระบิดา เป็นพ่อที่รักลูกมากมายกว่าพ่อแท้ๆ ในโลกนี้ทุกคนรวมกัน ทรงเป็นที่ปรึกษาที่ฉลาดรอบรู้ ทรงวางแผนชีวิตดิฉันทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ พ่อทุกคนคงอยากเห็นลูกสาวชื่นชมยินดีในชีวิต ก้าวไปข้างหน้า แทนการอยู่กับผู้ที่ทำลายชีวิตของเธอจนย่อยยับ ต่อมา วันหนึ่งด้วยความรัก ความเมตตา สงสารลูกสาวที่ดิ้นรนจนตรอกกับปัญหาชีวิตที่เกิดขึ้นซ้ำซากหลายสิบปี พระเจ้าจึงตรัสอีกถึงสี่ครั้งว่า พอแล้วๆๆๆ (enough is enough) มันคงเป็นภาพที่แม้พระเจ้าเองก็ทนดูไม่ได้ และทำให้หัวใจของพ่อโศกเศร้าเสียใจมาก ที่เวลานั้นดิฉันกลับเลือกที่จะเป็นนกน้อยร้องเพลงที่แสนเศร้าในกรงปีแล้วปี เล่า แม้ถึงเวลาที่พระเจ้าเปิดกรงสู่อิสรภาพไว้แล้ว เธอก็ยังไม่กล้าละจากชีวิตเก่าๆ มา

คำปรึกษาที่ชัดเจนเด็ดขาดยังส่งมาเป็นระยะๆ ว่า

ทำไมเจ้าจึงยอมให้เสือสิงห์กัดคอดูดเลือดเจ้าเจียนตายแบบนี้
ทำไมเจ้าจึงยอมให้คนอื่นขับรถคร่อมเลนเจ้า และควบคุมพวงมาลัยชีวิตของเจ้าตลอดเวลา

ผ่านทางคำปรึกษาที่ทรงส่งมาในชีวิตหลายช่องทางด้วยกันเช่นนี้ ทำให้ดิฉันเข้าใจมากขึ้น กล้าตัดสินใจ ฉลาดขึ้นๆ จนรู้จักขีดเส้นขอบเขตกั้นรั้วให้ชัดเจน (set up boundaries) เพื่อใช้ป้องกันการล่วงล้ำของผู้ไม่หวังดี เพราะที่ผ่านมา ดิฉันยังไม่รู้จักรัก และให้เกียรติตัวเองมากพอ จึงยอมทำทุกอย่างเพื่อให้คนอื่นยอมรับตนเอง (codependency, self-love deficit disorder) ยอมเป็นพรมเช็ดเท้า ยอมให้คนที่ก้าวร้าวรุนแรงเข้ามาควบคุมบงการชีวิต เพราะรักสงบ ไม่อยากมีเรื่องมีราว จึงยอมต่อการข่มขู่ เอาเปรียบ กล่าวร้ายทุกอย่างของคนที่สุขภาพจิตย่ำแย่ แต่เขากลับไม่รู้ตัวและไม่ต้องการการเยียวยาจากพระเจ้า เขาปิดตา ปิดใจ และเชื่อมั่นในอัตตาของตัวเองเท่านั้น ถ้าคนที่ฉลาดพอ จะไม่มีใครยอมอยู่ในสภาพเช่นนี้อย่างแน่นอน แต่กระนั้น มารซาตานก็ต้องการขังผู้หญิง ลูกสาวสุดที่รักของพระเจ้าไว้ในสภาพเช่นนั้นตลอดไป มันมีความสุขมากที่ได้กักขังผู้ที่พระเจ้ารักไว้ในสภาพผู้ต้องขังตาบอดตลอด ไป ตรงข้ามกับพระเจ้าที่ต้องการปลดปล่อยให้เป็นไท รักษาคนตาบอดให้มองเห็นได้อีกครั้งหนึ่ง

เมื่อดิฉันต้องการประคับประคองทุกสิ่ง ดิ้นรนต่อสู้ตามกำลังของตนเอง ด้วยวิญญาณของลูกกำพร้า จนลืมเสียงที่พระเจ้าสั่งให้เดินออกมาจากโลกมืดๆ ใบนั้น อย่าหันหลังกลับไปจมปลักดักดานกับชีวิตแบบเดิมๆ อีก ดิฉันจึงเริ่มพยายามเสาะหาคำปรึกษาจากคนที่ชาญฉลาด ทั้งจิตแพทย์ นักจิตวิทยา ผู้ให้คำปรึกษา เพื่อนฝูง ศิษยาภิบาลทั้งในและต่างประเทศ นักเขียน นักบำบัด จนได้บทสรุปว่าไม่มีคำปรึกษาไหนที่ได้ผล และเด็ดขาด เป็นจริงเท่าพระคำเรมาและโลโกสที่พระเจ้าตรัสโดยตรง และจากคำปรึกษาผ่านทางพระคัมภีร์ Bible เมื่อพระเจ้าตรัสแล้ว ก็มีใจสุขสงบ และเชื่อถือได้ แม้วันที่พระเจ้าตรัสมาจนถึงวันนี้ก็ผ่านมายี่่สิบปีแล้ว พระคำเป็นจริงอย่างเหลือเชื่อ ดิฉันจึงเป็นไท และหลุดพ้นจากเงื้อมมือมนุษย์ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของมารซาตานที่ต้องการให้ ขังดิฉันไว้ในนรกขุมมืดเป็นเวลานานมาก แต่เมื่อวันที่พระเจ้าเปิดประตูคุกให้ดิฉันหลุดพ้นจากการจองจำ ก็ไม่มีใครกังขังดิฉันไว้ได้อีกต่อไป และดิฉันเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าพระเจ้าสามารถใช้ประสบการณ์ที่แสนเลวร้ายนี้ ไปช่วยบำบัด ปลดปล่อยคนอีกมากมายได้ เพราะในพระเจ้า ไม่มีคำว่าเสียของ หรือสูญเปล่า แม้มนุษย์จะปองร้ายและทำร้ายกันเป็นว่าเล่น แต่พระเจ้าทรงสามารถทำให้เรื่องร้ายๆ กลับกลายเป็นผลประโยชน์มากมายเพื่ออาณาจักรสวรรค์ เหมือนสิ่งที่กับชีวิตของโยเซพ โยบ เปาโล ผู้เป็นวีรบุรุษแห่งความเชื่อทุกคน

จากการค้นหาคำตอบจากผู้ให้คำปรึกษาต่างชาติในอินเตอร์เนต ทำให้ดิฉันได้รู้ว่าคนที่ให้คำปรึกษาได้ดีที่สุดคือคนที่เคยผ่านการถูกทำ ร้าย ทารุณอย่างหนักมาก่อน จนเรียนรู้วิธีบำบัด เยียวยา ปลดปล่อยคนอื่นอย่างเกิดผล อาทิ Joyce Meyer, Stormie Omartian etc. น่าอัศจรรย์ใจมากที่พระเจ้าสามารถใช้ภาชนะที่แตกๆ หักๆ ทุกชิ้นให้เกิดผลกระทบที่สวยงามตามมาได้ จอยซ์เคยถูกพ่อข่มขืน สตอร์มีถูกแม้ที่ป่วยเป็นโรคประสาทขังไว้ในตู้มืดๆ แต่เมื่อผ่านพ้นเรื่องร้ายๆ มาได้ พระเจ้าทรงใช้คนเหล่านี้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่านทั้งสองกลายเป็นนักพูด นักเขียนชื่อดังที่สามารถถ่ายทอดให้คนมากมายหลายล้านทั่วโลกได้รับการปลด ปล่อยให้เป็นไท ผ่านทางพระเยซูผู้เป็นที่ปรึกษามหัศจรรย์นั่นเอง

อย่างกรณีของดิฉัน เรื่องราวก็ลึกลับซับซ้อนละเอียดอ่อนจนคนทั่วไปดูการทำงานของมารซาตานไม่ออก ตามมันไม่ทัน เปิดพระคัมภีร์เล่มเดียวกัน แต่ให้วินิจฉัย หรือให้คำปรึกษาไปคนละทางกับที่พระเจ้าตรัสกับดิฉันตลอดมาหลายปีติดต่อกัน จนวันหนึ่งเมื่อพระเจ้าเปิดตาให้พบเจอกับต้นตอของปัญหา มันจึงเป็นคำตอบแบบ “Aha moment” ที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับดิฉัน โดยที่ดิฉันไม่ต้องหันมาพึ่งพาสติปัญญาของคนที่ไม่เข้าใจปัญหาลึกลับนี้อีก ต่อไปแล้ว เมื่อดิฉันรู้ว่าจะรับมืออย่างไรกับคนที่เอาตัวเองเป็นพระเจ้า และโลกทั้งโลกต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา คนที่หยิ่งถือดีว่าตนฉลาด และไม่ต้องการคำปรึกษาจากใคร เขาต้องชนะ เขาต้องถูกเสมอในทุกเรื่อง โลกใบนี้ต้องวิ่งรอบๆ ตัวเขา เขาสร้างปมเขื่องขึ้นมาเพื่อปิดบังปมด้อย และความเขลาของเขาเอง เพื่อให้ทุกคนเห็นแต่ภาพลักษณ์ปลอมๆ ที่เขาเขียนขึ้นมาหลอกทุกคนว่าเป็นคนดีมีธรรมะ แต่จริงๆ แล้วเขาคือคนบาปที่น่าสงสารที่สุด เป็นคนที่ต้องการพระเมตตาจากพระเจ้าฉุดให้พ้นจากบึงไฟนรกมากที่สุด พระเจ้ารักเขาและต้องการฉุดเขาออกจากกิจการแห่งความมืด แต่เนื่องจากเขาสร้างกำแพง และทำประตูปิดขังตัวเองแน่นหนาหลายชั้นมาก จึงไม่มีพระองค์ไหนในโลกที่จะฉุดเขาออกมาจากหลุมมืดนั้นได้

เมื่อดิฉันรู้ความจริงข้อนี้จึงเปิดล็อคตัวเองได้มากขึ้น การเยียวยาจึงเริ่มต้นเมื่อความจริงจากพระเจ้าเริ่มปลดปล่อยให้เป็นไท เพราะคนที่เผชิญชีวิตเหมือนดิฉันจะเข้าใจดีว่า ทำไมเรายิ่งยอม ยิ่งแพ้ ยิ่งถูกข่ม ยิ่งไม่มีทางออก ยิ่งดิ้นรน ยิ่งหมดแรง ทำดีแค่ไหนก็มีแต่ได้รับผลร้ายกลับ เหมือนมองไปทางไหนก็เจอแต่ทางตัน มารคงยิ้มย่องว่ามันคว่ำดิฉันได้สำเร็จแล้ว แต่มันไม่รู้ว่าไม่เคยมีใครเอาชนะพระเจ้าและผู้อยู่ฝ่ายพระเจ้าได้ และดิฉันก็เป็นลูกสาวของผู้มีชัยชนะอย่างเหลือล้นที่ไม้กางเขน แม้แต่ความตายยังไม่อาจขังพระเยซูไว้ในหลุมฝังศพได้ พระเยซูชนะแล้ว ไม่ตายแล้ว ทรงเป็นพระเจ้าที่ทรงพระชนม์อยู่

ขอบคุณพระเยซูสำหรับคำปรึกษาที่แสนมหัศจรรย์สมกับพระนามของพระองค์คือ Wonderful Counselor ขอบคุณที่พระองค์ไม่ใช่มนุษย์ที่ให้แค่คำปรึกษา แต่ยังไถ่ดิฉันให้หลุดพ้นจากอุ้งมือของมารร้าย เมื่อเห็นลูกสาวจมปลักอยู่ในปัญหา ไม่ว่าใหญ่หรือเล็กแค่ไหน พระเจ้าไม่เคยนิ่งเฉย หรือปล่อยให้ดิฉันหาทางออกเอาเอง แต่กลับกระโดดลงมาฉุดให้พ้นจากการจมน้ำตาย แม้ว่าวิธีการของพระองค์อาจแปลกประหลาดเกินความเข้าใจของมนุษย์ แต่เมื่อพระเจ้ารักและเข้าใจดิฉันถึงเพียงนี้ นั่นก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องสรรหาคำอธิบายใดๆ อีก

ตอนนี้แม่ของดิฉันเองก็เริ่มเข้าใจ และให้พรว่า ตั้งแต่นี้ต่อไปขอให้ลูกใช้ชีวิตที่เหลือให้มีความสุขมากที่สุด จากที่เมื่อก่อนท่านจะคอยห้ามไม่ให้ทำโน่นนี่นั่น แต่หลังจากที่เห็นดิฉันป่วยหนักจนเข้าห้อง ICU ท่านก็ร้องไห้ทุกๆ วัน ขอไม่ให้พระเจ้ารีบเอาชีวิตดิฉันไป พอดิฉันรอดมาได้ท่านกลับคอยขอร้องให้ดิฉันทำในสิ่งที่อยากทำที่สุดคือการ เดินทางไปต่างประเทศ และเรียนต่อด้านการให้คำปรึกษา

สิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากได้รับจากเพื่อนพี่น้องในตลอดหลายปี ก่อนที่พระเจ้าจะปล่อยให้เป็นไท ในช่วงที่ดิฉันต้องเผชิญความทุกข์ใจแสนสาหัสคือ ความเห็นอกเห็นใจ แม้ท่านอาจไม่เข้าใจปัญหาทั้งหมด แต่อย่าด่วนตัดสินว่าต้องให้เขาอดทนอยู่ในสภาพที่เลวร้ายนั้นตลอดไป พระเยซูเองก็ไม่ได้จัดการกับทุกคน ทุกปัญหาในแบบเดียวกันทั้งหมด แต่ละปัญหาก็ละเอียดอ่อนซับซ้อนไม่เหมือนกัน พระเจ้าให้สามัญสำนึกที่ดีกับคริสเตียนที่จะใช้ช่วยเหลือแนะนำกัน เหมือนพ่อที่รัก สงสาร เมตตาต่อลูกที่กำลังทุกข์ยากลำบากเช่นไร เราก็ควรทำเช่นนั้นกับเพื่อนมนุษย์ที่ทุกข์ยาก พ่อต้องการช่วยฉุดลูกให้พ้นจากรถที่กำลังพุ่งชนฉันใด เราก็ควรให้คำปรึกษาเพื่อช่วยเขาให้หลุดพ้นจากคนที่คอยมุ่งร้าย และเป็นพิษภัย เป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่รอบข้างด้วยเช่นกัน สำหรับเหยื่อแล้วไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่าคนที่เห็นเหตุการณ์แล้วทำเฉยๆ ไม่ทุกข์ ไม่ร้อน แถมยังตั้งตัวเป็นพระเจ้า ชอบตัดสิน วิพากษ์วิจารณ์อย่างแล้งน้ำใจอีกต่างหาก หากช่วยกันไม่ได้ เราก็ไม่ควรซ้ำเติมกันด้วยคำพูดเย็นชาให้เขาทุกข์หนักไปกว่าเดิม เราควรพูดความจริงด้วยความรัก ไม่ใช่ทำตัวเป็นผู้รู้ ผู้เคร่งศาสนาทำร้ายกันด้วยการเอาบทบัญญัติฏเกณฑ์สารพัดมาครอบงำ ซึ่งมันช่วยอะไรไม่ได้เลยสำหรับคนที่ทุกข์หนักอยู่แล้ว ไม่ควรด่วนสรุป แต่ควรเป็นผู้ฟังที่ดี

เพราะการทำเช่นนั้นย่อมต่างจากวิธีของพระเจ้าผู้อ่อนโยน สำหรับคนที่อ่อนกำลัง เราย่อมต้องการการเสริมเรี่ยวแรงจากพระผู้เป็นเจ้าเสมอ เมื่อเรารู้สึกพ่ายแพ้ในชีวิต ถูกผูกมัดด้วยอำนาจมืดที่ครอบงำเหนือเราอยู่ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้เดียวที่ทรงมีฤทธานุภาพก็จะมาปลดปล่อยเราจากสิ่งผูก มัดต่างๆ เหล่านั้นได้ เมื่อใดที่เรารู้สึกเหงา ถูกทำร้าย มีเพียงพระเยซูเท่านั้นที่ทรงเป็นตัวแทนพระบิดานิรันดร์คอยดูแลเราด้วยสายตา เปี่ยมรักและชื่มชมในบุตรตัวน้อยๆ ที่แสนน่ารักสำหรับพระองค์ทุกคน

ซาโลมอนเป็นผู้มีสติปัญญาจากพระเจ้ามากที่สุดในโลก ท่านได้สอนให้ทุกคนถ่อมใจรับฟังคำปรึกษาจากผู้อื่นว่า “ปราศจากการปรึกษาหารือแผนงานก็ล้มเหลวแต่มีผู้แนะนำมากๆ แผนงานนั้นก็สำเร็จ” (สุภาษิต 15:22) และพระเจ้าเองก็ทรงเป็นที่ปรึกษามหัศจรรย์ (อิสยาห์ 9:6) และพระองค์ทรงเป็นผู้พร้อมที่จะปกป้องเราเสมอ บางครั้งอาจจะมาผ่านผู้ให้คำปรึกษาที่มีปัญญาที่มาจากพระองค์ ขอให้เราพร้อมที่จะเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดี มีน้ำใจ เป็นผู้พร้อมที่จะร้องไห้กับผู้ที่ร้องไห้ ผู้ต้องการช่วยผู้อื่นให้หลุดพ้นจากกับดัก หลุมพรางที่มารซาตานขุดไว้ล่อลวงลูกๆ ของพระเจ้าให้ตกลงไป ผู้ที่ไวต่อความรู้สึกผู้อื่น ผู้ที่มีความสุขใจเมื่อช่วยผู้อื่นให้พ้นทุกข์ด้วยสติปัญญาจากคำปรึกษา มหัศจรรย์จากองค์พระเจ้า

Psalm 139:1-4 “You have searched me and known me. You know when I sit down and when I rise up; You understand my thought from afar. You scrutinize my path and my lying down, And are intimately acquainted with all my ways. Even before there is a word on my tongue, Behold, O LORD, You know it all.”

By Nava Deranukul
November 27, 2015

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s