Drive you nuts?

Hurt people make people hurt,
crazy people make people crazy!

How to deal with demanding, demeaning, disapproving, deafening, destructive, discontented people? By Rick Warren
ชีวิตคนเราไม่มีทางหลีกเลี่ยงคนที่ทำให้เรารู้สึกย่ำแย่ตลอดเวลาที่ต้องอยู่ ใกล้ๆ ชิดกันได้เลย มันทำให้เกิดบาดแผลและวุ่นวายใจจนแทบบ้า คนที่ไม่น่ารักก็มีมากมายหลายแบบ บางคนก็เป็นพวกจอมบงการ พวกใจร้ายใจดำ พวกชอบดูถูกคน พวกพูดมาก แต่ไม่ยอมฟังคนอื่นพูด พวกสารพัดพิษก่อกวน หรือพวกมีความสุขกับการได้ควบคุมบงการชีวิตผู้อื่น

เราควรเรียนรู้ที่จะวิธีรับมือกับหน่วยก่อกวนกลุ่มนี้ เพื่อสันติสุขในใจท่ามกลางพายุร้ายคือ

1. มองข้ามนิสัยแย่ๆ มองลึกเข้าไปถึงที่มาของปมปัญหาที่แท้
เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาส่วนตัวของเขาที่ฝังลึกเข้าไปในบุคคลิค ลักษณะนิสัยที่ส่วนมากเป็นมาตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนที่จะมารู้จักกับคุณด้วยซ้ำ มันไม่ใช่ปัญหาของคุณ จึงไม่ใช่หน้าที่คุณที่จะไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขเขา อย่าถือสาเขาเลย แต่มองให้ลึกเข้าไปถึงปมปัญหาที่ทำให้เขากลายเป็นคนเช่นนี้ มองหาจุดที่เราจะเข้าใจเขา ยอมรับเขาอย่างที่เขาเป็น เห็นอกเห็นใจเขา เพราะเขาอาจจะเผชิญปัญหามากมายในชีวิตที่เราไม่เคยรู้มาก่อน คือ ปัญหาบ้านแตก ถูกทำร้าย ถูกทอดทิ้งให้อดอยาก ต้องดิ้นรนต่อสู้ชีวิตมาเพียงลำพัง ขาดผู้ใหญ่ที่คอยอบรมสั่งสอน ล้มเหลวในเรื่องความรัก ครอบครัว อาชีพ การเงิน การงาน บาดแผลต่างๆ ในใจเป็นต้น

2. ไม่ต้องรอจนกว่าอีกฝ่ายมาขอโทษ แต่พร้อมที่จะยกโทษให้เขาก่อน
บางครั้งคนเหล่านั้นก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีคนโกรธเขาอยู่ อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา ถือสาไป เราเองจะหนักเปล่าๆ ความเครียดจากการถือโทษโกรธเคืองนั้นมีแต่จะทำลายทุกคนที่กักเก็บมันไว้ ทำให้เกิดความเครียดและโรคภัยไข้เจ็บตามมามากมาย การยกโทษคือการปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ บนกางเขน พระะเยซูเป็นฝ่ายยกโทษให้กับศัตรูของพระองค์ ก่อนที่พวกเขาจะสำนึกผิดด้วยซ้ำ เมื่อพระเจ้ายอมยกโทษให้กับเราแล้ว เราก็สมควรยกโทษให้กับคนอื่นต่อไปเช่นกัน การยกโทษนั้นควรทำทันที แต่การกลับมาไว้ใจคนๆ นั้นอีกครั้งย่อมใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสมควรจะให้โอกาสเขาได้อีกมาก น้อยแค่ไหน ถ้าเขายังทำตัวเหมือนๆ เดิม เราก็ควรรักษาระยะห่างที่เขาจะไม่กลับมาทำร้ายเราได้อีก เราไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นพรมเช็ดเท้า ควรมีจุดยืนที่ชัดเจน ไม่ให้เขามาทำสิ่งที่ไม่ดีต่อเราซ้ำๆ ได้อีก

3. ไม่ถือโอกาสนินทาว่าร้ายตอบโต้ เพราะนั่นจะขวางพระพรที่จะมาถึงเรา
และเป็นการเพิ่มเชื้อเพลิงให้กับไฟที่กำลังลุกโชนอยู่ พระเยซูสอนให้เราตอบโต้ความชั่วด้วยการทำดี ไม่มุ่งร้ายต่อศัตรูของเรา เราเองควรตัดสินใจเลือกได้ที่จะพูดถึงอีกฝ่ายเฉพาะส่วนที่ดีๆ ของเขา ส่วนที่ร้ายๆ ปล่อยไว้ให้เป็นการพิพากษาของพระเจ้า เราไม่จำเป็นต้องลงมือแก้แค้นด้วยตัวของเราเอง เพราะปกติคนที่ทะเลาะกันต้องประกอบด้วยคนสองฝ่าย แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่สู้รบตบมือด้วย อีกฝ่ายก็จะเลิกราวีไปเอง ตบมือข้างเดียวย่อมไม่ดังแน่นอน เราเลือกได้ที่จะอยู่่อย่างสันติกับทุกคน แม้กับคนไม่น่ารักที่อยู่ข้างๆ คุณก็เถอะ

4. ไม่ต้องวิ่งเต้นตามเกมส์สกปรกของคนชั่ว
แม้พระเยซูเองเป็นถึงพระเจ้าก็ยังไม่ได้พยายามทำให้ทุกคนหันมาชอบพระองค์ คนที่ไม่ชอบเราก็ไม่่เป็นไร ไม่ต้องไปเดือดร้อน เราไม่มีทางทำให้ทุกคนชอบเราได้ ถึงอย่างไรคนที่ไม่ชอบหน้าเราก็ไม่มีทางเปลี่ยนมาชอบได้หรอก เพราะคนที่ทำตัวเช่นนี้มักจะมีกรอบความคิดที่คับแคบ จนไม่มีใครไปเปลี่ยนแปลงแนวความคิดเขาได้ เขามีความสุขจากการเฝ่าเรียกร้องความสนใจ โดยการหาเรื่องคนอื่น ชอบชวนทะเลาะแบบขี้แพ้ชวนตี ถ้าเราเผลอโกรธ โมโห เขาก็ยิ่งจะชวนทะเลาะในเรื่องไร้สาระไม่รู้จักจบสิ้น หลายๆ ครั้งพระเยซูเลือกที่จะสงบปาก สงบคำ ไม่โต้ตอบกับฝ่ายศัตรู ไม่ยอมให้คนชั่วลากลงไปเล่นเกมส์ที่โง่เขลา เพราะว่าคนชั่วถ้าไม่ทำชั่วก็จะนอนไม่หลับ ถ้าเลือกได้ เราก็ไม่ควรเก็บคนที่มีนิสัยบ่อนทำลายความสงบไว้ในบริษัท ครอบครัว คริสตจักร หรือคบเป็นเพื่อน เพราะเขาจะทำลายความสงบสุข และสร้างความแตกแยกในทุกที่ทุกแห่งที่เขาอยู่ร่วมด้วย เราจึงควรตัดไฟเสียแต่ต้นลมโดยไม่เปิดโอกาสให้คนเช่นนี้มาสร้างความพินาศแทน ความสงบสุข และความสามัคคีที่สังคมต้องการ (มธ 22:18-19, 2 Cor 4:2, Pro. 26:21, Titus 3:10)

5. มีจุดยืนอย่างผู้ชนะที่เข้มแข็ง ชัดเจน อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ
ไม่ทำตัวให้คนเหยียบย่ำทำลาย คนที่ชอบเอาเปรียบคนอื่นก็จะหาทางเอาเปรียบคนที่อ่อนแอกว่าอยู่ร่ำไป อย่ายอมให้กับคนที่ชอบเอาความชั่วมาชนะความดี ควรกล้าเผชิญหน้า กล้าพูด กล้าแสดงความคิด กล้าปกป้องตัวเองและคนที่อ่อนแอกว่า อย่าร่วมมือกับคนชั่วร้ายให้มาเอารัดเอาเปรียบ ข่มขู่ ทำทารุณ โหดร้ายกับเรา หรือใครก็ตามอย่างอยุติธรรม เพราะพระเจ้าของเราทรงยุติธรรมและชอบธรรมเสมอ พระเจ้าปลดปล่อยให้เราเป็นไทแล้ว อย่ายอมให้ใครเอาบัญญัติกฏเกณฑ์หยุมๆ หยิมๆ มาอยู่เหนืออิสรภาพ และบัญญัติรักที่พระเจ้าทรงประทานให้กับเราแล้ว ( โรม 14:16, Gal 5:1, 2 Cor 11:20) แม้ว่าเราไม่ควรเพิกเฉยต่อความต้องการของผู้ลำบาก เดือดร้อน แต่เราควรวางเฉยต่อคนที่ได้คืบจะเอาศอก มีแต่เรียกร้องให้เราทำตามที่เขาคาดหวังตลอดเวลาไม่จบสิ้น เราควรมีชีวิตอยู่เพื่อทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า ไม่ใช่เพื่อเอาใจมนุษย์

6. อย่าลดตัวลงไป แต่ทำตัวให้สูงกว่าอีกฝ่าย ด้วยการทำดีตอบแทนความชั่ว
อ่อนโยนกับคนที่หยาบคาย ใจกว้างกับคนขี้เหนียว พูดน้อยกับคนที่พูดมาก ให้ความเป็นมิตรกับคนที่ทำตัวเป็นศัตรู อย่าลดตัวไปทำตัวเสมอกับคนที่ชอบนินทาว่าร้ายคนอื่น เราไม่สามารถควบคุมความคิด คำพูด และการกระทำของอีกฝ่ายได้ แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะตอบสนองคนๆ นั้นเช่นไร คนชั่วร้ายต้องการฉุดให้คนอื่นตกต่ำไปด้วย ถ้าเขาไม่ได้ดั่งใจในสิ่งที่เขาต้องการควบคุม ครอบครอง เขาก็จะทำร้ายทุกคนที่ขวางหน้า โดยเฉพาะคนที่ใกล้ชิดกับเขามากที่สุด พระเจ้าต้องการให้เรารักคนที่ไม่น่ารัก สุภาพ อ่อนโยน และให้เราพยายามที่จะอยู่อย่างสงบกับคนรอบข้างเท่าที่เราสามารถทำได้ (โรม 12:14-18, Pro. 16:7)

ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานสติปัญญาให้เราที่จะรับมือกับเรื่องยากๆ เช่นนี้ได้ เพื่อเราจะเติบโตขึ้นเป็นเหมือนพระคริสต์มากขึ้นๆ ทุกวัน เต็มไปด้วยผลของพระวิญญาณทั้งเก้า ทำให้โลกนี้น่าอยู่มากขึ้น ดั่งจำลองสวรรค์มาไว้บนโลก ผ่านทางคริสเตียนผู้ที่ยอมให้พระเจ้าเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิต ให้รักคนอื่นเหมือนรักตนเอง จนสามารถรักแม้กระทั่งคนที่ไม่น่ารักได้ อาแมน

By Nava Deranukul
December 1, 2015
(Note*** Nava means beautiful in Hebrew,
Deranukul is my first and present family name)

https://www.youtube.com/watch?v=dzKhXIt-20Y&feature=youtu.be

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s